หน้าแรก เศรษฐกิจ ทุนจีนทุ่ม 10...

ทุนจีนทุ่ม 10 ล้านล้านหยวน สร้างแหล่งท่องเที่ยววัฒนธรรม ดึงเม็ดเงิน นทท.เข้า ‘คิงส์โรมัน’

6.12.23 | 09:46 น.

ทุนจีนทุ่มงบ 10 ล้านล้านหยวน ผุดแหล่งท่องเที่ยววัฒนธรรมเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมคำ

เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานกรณีที่มีการโจมตีอย่างหนักจากโลกภายนอก โดยเฉพาะการมองพื้นที่ เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมคำ ตั้งอยู่ในเมืองต้นผึ้ง แขวงห้วยทราย สปป.ลาว หรือที่รู้จักกันในนาม “คิงส์โรมัน” ตรงข้าม อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เป็นพื้นที่สีเทาค่อนไปทางสีดำ

ทำให้ในรอบหลายปีที่ผ่านมาพื้นที่แห่งนี้ถูกมองว่าเป็นแหล่งอบายมุข ทั้งบ่อนการพนัน ยาเสพติด และการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะในช่วงที่มีกลุ่มทุนจีนสีเทามาลงทุนในประเทศไทย ทำให้ถูกพาดพิงจากภายนอกว่า จ้าวเหว่ย ผู้ก่อตั้งอาณาจักรคิงส์โรมัน เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง

“จ้าวเหว่ย” ประธานเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงในเขตเศรฐกิจพิเศษว่า ในเรื่องของยาเสพติดที่ถูกมองจากภายนอก เรามีการจัดการมาโดยตลอด ปัจจุบันมีได้ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่รัฐของรัฐบาลลาวเข้ามาเสริมการกวาดล้างยาเสพติด นอกจากนี้ ยังมีกำลังทหารเข้ามาร่วมด้วยในการป้องกันไม่ให่มีการนำเยาเสพติดเข้ามาภายในได้ ทำให้การจัดการยาเสพติดในเขตเศรษฐกิจพิเศษเป็นระบบ

จ้าวเหว่ย ประธานเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ

จ้าวเหว่ยระบุว่า นอกจากการป้องกันจากภายนอกแล้วยังมีการกวดขันภายใน หากพบว่าผู้ใดยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดก็จะควบคุมตัวมารับโทษภายในเขตเศษฐกิจพิเศษ โดยการนำไปใช้แรงงานตามจำนวนยาเสพติดที่พบ อาจจะ 1-2 เดือน โดยไม่ได้รับค่าจ้าง หลังจากนั้นก็จะนำตัวส่งให้เจ้าหน้าที่รัฐบาลลาวดำเนินคดีตามกฎหมาย ทำให้เรื่องยาเสพติดในปัจจุบันลดลงไปอย่างมาก แม้ว่าจะยังไม่สามารถดำเนินการกวาดล้างได้ทั้งหมด แต่เราก็ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

Advertisement

“จะเห็นได้ว่าการเติบโตของเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมคำในปัจจุบันมีการเติมโตอย่างรวดเร็ว มีนักลงทุนทั้งจากจีน ไทย ลาว เข้ามาเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดเป็นเขตเศรษฐกิจที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งสำหรับนักลงทุน ซึ่งในเขตเศรษฐกิจพิเศษแห่งนี้มีการเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ ทั้งด้านโลจิสติกส์ ที่มีท่าเรือน้ำลึกสำหรับเรือสินค้าเพื่อนำเข้าสินค้ามาจำหน่าย ด้านการคมนาคม ปัจจุบันทางการก่อสร้าง สนามบินสากลบ่อแก้ว ตั้งอยู่ในเมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ประเทศลาว ห่างจากเขตตัวเมืองของเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำไปทางทิศตะวันออก 5 กิโลเมตร ซึ่งเริ่มก่อสร้างเดือน ก.ย.2563 มูลค่าการลงทุน 175 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 5,700 ล้านบาท เพื่อรองรับการเดินทางเข้ามาของนักท่องเที่ยวและนักลงทุน

“มีความยาวรันเวย์ปัจจุบัน 2,500 เมตร รองรับแอร์บัส A320 และโบอิ้ง 737 ได้ครั้งละ 3 ลำ และกำลังขยายความยาวรันเวย์เป็น 4,000 เมตร เพื่อให้รองรับเครื่องบินขนาดใหญ่ได้ และเปิดใช้งานเป็นท่าอากาศยานนานาชาติ ในปี 2024” จ้าวเหว่ยระบุ

จ้าวเหว่ยกล่าวถึงเศรษฐกิจในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำว่า เราไม่ได้ต้องการให้มีการติบโตเพียงเฉพาะในพื้นที่ของเราเท่านั้น เราได้พัฒนาควบคู่ไปทั้งที่ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย และ สปป.ลาว ทั้งด้านการท่องเที่ยว ขนส่ง โลจิสติกส์ ซึ่งในอนาคตจะมีการพัฒนาร่วมกับท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมาด้วย หลังจากนี้จะมีการพัฒนาร่วมกันที่ดีขึ้นเพื่อให้เกิดการพัฒนาร่วมกันไปในอนาคต ทั้งในฝั่งไทยและ สปป.ลาว

“เขตเศรษฐกิจพิเศษกำลังเน้นนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยว สปป.ลาว ให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้น มีการลงทุนจัดทำสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมทั้งไทย จีน ลาว เพื่อเป็นศูนย์รวมวัฒนธรรมที่หลากหลาย โดยทุ่มงบประมาณในการก่อสร้างโครงการนี้ประมาณ 10 ล้านล้านหยวน โดยจะมี โครงการสุวรรณคงคำ ที่กำลังพัฒนา จะทำให้เป็นสถานที่ที่น่าท่องเที่ยวมากขึ้น

“เรามีแผนจะทำให้เกิดการท่องเที่ยวระหว่าง 2 ฝั่ง ไทย-ลาว และจะมีการจัดการท่องเที่ยวให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการโครงการอีกหลายโครงการ เช่น ส่วนน้ำ ดรีมพาร์ค ทำให้เกิดการท่องเที่ยวที่หลากให้ครอบคลุมหลายมิติ” ประธานเขตเศรษฐกิจพิเศษกล่าว

นอกจากเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษและการท่องเที่ยวแล้ว ยังมีการส่งเสริมการเรียนรู้ให้กับเยาวชนที่เป็นบุตรหลานของนักลงทุน พนักงาน และผู้ที่มาทำงานในเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยมีการเปิด โรงเรียนประถมดอกงิ้วคำ เมื่อเปิดปีการศึกษาแรกมีนักเรียนประมาณ 300 คน มีหลักสูตรการสอนเน้นภาษาจีนเป็นหลัก และมีมาตราฐานที่สามารถไปเรียนต่อในสถานศึกษาระดับมัธยมได้ มีทั้งเด็กจีน ลาว เมียนมา และไทย มาเข้าเรียน

ซาซ่า ธรรมวง ครูประจำชั้นห้องเรียนภาษาลาว โรงเรียนประถมดอกงิ้วคำ กล่าวว่า เรื่องภาษาจะไม่เป็นอุปสรรคของเรียน เพราะแต่ละห้องมีครูประจำแต่ละภาษ หากนักเรียนคนไหนได้ภาษาจีนก็จะเข้าเรียนห้องภาษาจีน หากใครยังไม่เก่งภาษาก็จะมีครูประจำภาษาของตนเเป็นล่ามช่วยให้จนกว่าจะเก่งภาษาจีนแล้วจึงจะย้ายไปเรียนในห้องที่เป็นภาษาจีนเต็มรูปแบบ ที่นี่ไม่มีการแบ่งแยกกัน ทุกคนจะได้ทำกิจกรรมร่วมกัน โดยในห้องเรียนที่มีอายุ 15-16 ปี จะเป็นห้องเรียนที่เน้นเรื่องภาษาล้วน เมื่ออายุครบ 18 ปีก็จะสามารถที่จะไปทำงานต่อในเขตเศรษฐกิจพิเศษได้ตามกฎของเขต และแน่นอนว่านักเรียนที่จบจากโรงเรียนไปจะได้ภาษา 3 ภาษาคือภาษาจีน ภาษาอังกฤษ และภาษาลาว ทำให้การเรียนต่อในระดับมัธยม หรือการทำงานจะได้เปรียบเรื่องการสื่อสาร