“สมคิด”บุกพาณิชย์-บี้ดูแลสินค้าจำเป็นในภาคใต้-ลั่นหากฉวยขึ้นราคาพาณิชย์จังหวัดและอธิบดีค้าภายในต้องรับผิดชอบ

18.01.17 | 15:17 น.

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการหารือกับผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ เรื่องค่าครองชีพ เศรษฐกิจฐานราก (Local Economy) ว่า ได้มอบนโยบายให้กระทรวงพาณิชย์ไปทำการตลาด ให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมภายใน 3-6 เดือน โดยจะต้องปรับงานตามกลุ่มจังหวัด 18 กลุ่ม ระดมสมองพาณิชย์จังหวัดเพื่อจัดตั้งตลาดกลางขึ้นมา และขอให้เชื่อมโยงพื้นที่ตั้งแต่การผลิต การตลาด และการท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน เพราะหากสร้างตลาดขึ้นมาแต่ไม่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาก็ขายของไม่ได้เพราะไม่รู้จะขายใคร

“ต้องการตลาดกลางขนาดใหญ่ ใน 2 ลักษณะคือ 1.ตลาดกลางทั่วไป ซึ่งจำหน่ายสินค้าหลากหลาย และ 2.ตลาดกลางสินค้าเฉพาะอย่าง เป็นตลาดกลางเอกลักษณ์ของจังหวัดหรือภูมิภาค โดยดูว่าจะมีกี่แห่ง อยู่จังหวัดไหน ทำได้เมื่อไหร่ แต่ละแห่งมีเอกลักษณ์อย่างไรบ้าง สิ่งที่จะสอดรับกับตลาดกลาง คือ การพัฒนาตลาดชุมชนขึ้นมาเชื่อมกับตลาดกลาง โดยทำร่วมกับกองทุนหมู่บ้านและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) มีแหล่งวัตถุดิบและแหล่งผลิตในชุมชน แล้วดึงนักท่องเที่ยวลงสู่ชุมชน ขณะเดียวกันต้องเชื่อมตลาดชุมชน ตลาดกลางเข้าสู่การค้าขายที่ไร้พรมแดนอย่างอีคอมเมิร์ซ โครงข่ายอินเทอร์เน็ตในชุมชนกระทรวงดิจิทัลเพื่่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)ก็กำลังทำอยู่ และขอให้พาณิชย์ดูแลตรงนี้ ทำให้เร็ว สิ่งไหนทำเองได้ทำ แต่สิ่งไหนทำไม่ได้ก็จ้างมืออาชีพ พร้อมกันนั้นในการดำเนินตามนโยบาย มีงานเกี่ยวข้องหลายส่วน จากนี้ไปไม่มีกำแพงระหว่างกระทรวง”นายสมคิดกล่าวและว่าการการจัดทำตลาดจะช่วยทำให้มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจของประเทศและจะทำให้จังหวัดเล็กๆ มีศักยภาพและรายได้ ตัวอย่างตลาดกลางเอกลักษณ์ เช่น จังหวัดชุมพร ซึ่งมีทุเรียนในท้องที่มากอยู่แล้ว ก็อาจเปิดตลาดกลางทุเรียน ดึงนักท่องเที่ยวจีนเข้าไป หรือบางจังหวัดมีจุดเด่นเรื่องผ้า อาหารทะเลก็สร้างเป็นตลาดกลางขึ้นมา

นายสมคิด กล่าวถึงการดูแลค่าครองชีพว่า ราคาน้ำมันขยับขึ้น แต่ไม่รู้แนวโน้มว่าจะขึ้นไปถึงจุดไหน ตอนนี้ยังไม่มีผลกระทบต่อราคาสินค้า กระทรวงพาณิชย์ยืนยันดูราคาสินค้าในเชิงรุก ไม่รอให้ราคาสินค้าปรับขึ้นมาก่อน โดยมีการกำกับดูแล ดูต้นทุนราคาสินค้า และมีห้องปฏิบัติการกระทรวงพาณิชย์ (ห้องวอร์รูม) ติดตามภาวะราคาสินค้าทั่วประเทศ ให้พาณิชย์จังหวัดรายงานเข้ามายังกรมการค้าภายในทุกวัน หากมีการขยับขึ้นต้องตรวจสอบถึงต้นทุน และต้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด

“กระทรวงพาณิชย์เสนอจะทำตลาดธงฟ้าประชารัฐ จำหน่ายสินค้าจำเป็น เช่น ผงซักฟอก สบู่ ยาสีฟัน ในราคาต่ำกว่าตลาด 15-20% โดยร่วมมือกับผู้ประกอบการและผู้ผลิตสินค้า ทำสินค้าราคาถูกออกมา ด้วยการหาทางลดทอนต้นทุนการผลิตต่างๆ ขณะนี้ค่ายใหญ่ต่างๆ ได้ประสานงานมาแล้ว ตลาดธงฟ้านี้ทำขึ้นสำหรับผู้มีรายได้น้อย”นายสมคิดกล่าว
นายสมคิดกล่าวว่า อยากให้กระทรวงพาณิชย์รวบรวมรายการสินค้าที่จำเป็น เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ประกอบอาหาร หม้อหุงข้าว ประสานงานไปจำหน่ายในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ และหากพบว่าสินค้าในจังหวัดไหนขาดแคลน ก็ให้ดูโลจิสติกส์เชื่อมสินค้าในจังหวัดใกล้เคียงเข้าไปทดแทน ขอให้พาณิชย์จังหวัดภาคใต้ดูแลราคาสินค้าให้ดี หากมีการฉวยโอกาสขึ้นราคา แต่ดูแลไม่ได้ ทางพาณิชย์จังหวัดต้องรับผิดชอบ และหากยังปล่อยให้ราคาสินค้าสูงขึ้นไปอีก แก้ปัญหาไม่ได้ อธิบดีกรมการค้าภายในก็ต้องรับผิดชอบ

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ตลาดธงฟ้าประชารัฐ ที่จำน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นราคาต่ำกว่าตลาด 15-20% นั้น กระทรวงพาณิชย์จะประสานผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้า ให้นำสินค้าแบรนด์ที่ผู้ผลิตเสนอนำมาร่วมกับตลาดธงฟ้าประชารัฐ อาจจะไม่ใช่แบรนด์หลัก เป็นแบรนด์ลูก เพื่อไม่ให้ตลาดชนกัน และไม่จำหน่ายผ่านช่องทางสมัยใหม่อย่างห้าง เบื้องต้นจะมีสินค้าร่วมประมาณ 20 รายการ จะจำหน่ายผ่านช่องทางตลาดดั้งเดิม เช่น โชห่วย ให้ถึงมือผู้บริโภคที่มีรายได้น้อย ผ่านกลไกร้านค้า 140 แห่งทั่วประเทศ และร้านโชห่วย 20,000 ร้าน และในวันที่ 20 มกราคมนี้ จะหาร่วมกับสมาคมค้าส่ง-ปลีก ในการดำเนินงานธงฟ้าประชารัฐ และในสัปดาห์หน้าจะหารือร่วมกับผู้ประกอบการและผู้ผลิตสินค้าด้วย

Advertisement