“ดีอี”ปิ๊งสร้างนิคมฯ“ดิจิทัลพาร์คไทยแลนด์”ขึ้นฮับดิจิทัลอาเซียนให้สิทธิประโยชน์ชนเพดาน

18.01.17 | 23:32 น.

นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินงานของกระทรวงดีอี ปี2560 ว่า มีแนวคิดจะจัดทำ “ดิจิทัลพาร์คไทยแลนด์” หรือเขตพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านดิจิทัล เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีและสร้างสรรค์งานด้านดิจิทัลในรูปแบบต่างๆ อาทิ แอพพลิเคชั่น ศูนย์บริการจัดเก็บข้อมูล(ดาต้าเซ็นเตอร์) และ นวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์อัจฉริยะต่างๆที่สามารถเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ต(ไอโอที) เป็นต้น เพื่อนำไปสู่การให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรมด้านดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน โดยโครงการดังกล่าวจะตั้งอยู่บนพื้นที่ 500 ไร่ ซึ่งเป็นที่ดินของ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด(มหาชน) ที่อำเภอศรีราชา จ.ชลบุรี โดยภายในพื้นที่จะแบ่งเป็นโซนต่างประกอบด้วย ศูนย์นวัตกรรมด้านดิจิทัล สถาบันวิจัยด้านดิจิทัล ที่ตั้งบริษัทด้านเทคโนโลยีดิจิทัลระดับโลก สถาบันการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านดิจิทัล ที่พักอาศัยสำหรับนักวิจัยและผู้ปฏิบัติงาน รวมทั้งยังมีพื้นที่สีเขียวเพื่อสนับสนุนให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ คาดหากดำเนินการแล้วเสร็จพื้นที่ดังกล่าวยังกลายเป็นชุมชนด้านดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดของภูมิภาคอาเซียนด้วยเช่นกัน

นายพิเชฐ กล่าวว่า สำหรับสิทธิประโยชน์เพื่อดึงผู้ที่สนใจเข้าใช้บริการจะได้รับสิทธิประโยชน์จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนในอัตราสูงสุด คือ ยกเว้นภาษี 8 ปี และ ลดหย่อนเพิ่มเติม 50% ในอีก 5 ปีถัดมา การยกเว้นภาษีนำเข้าอุปกรณ์วิจัยหรือสร้างสรรค์นวัตกรรมทุกชนิด อำนวยความสะดวกในการเข้ามาทำงานของนักวิจัยระดับโลก และยกเว้นการเก็บภาษีรายได้บุคคลธรรมดาของนักวิจัยที่ทำงานในดิจิทัลพาร์คไทยแลนด์ ทั้งนี้โครงการดังกล่าวคาดจะสามารถสรุปรายละเอียดทั้งหมดภายในเดือนมีนาคมนี้ จากนั้นจะมีการสรุปรายละเอียดเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการโครงการระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก (อีอีซี) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพื่อขออนุมัติต่อไป

นายพิเชฐ กล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าการจัดงาน “ไทยแลนด์ ดิจิทัล บิ๊กแบง” ภายใต้ความร่วมมือของกระทรวงดีอี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกระทรวงอุตสาหกรรมนั้น ได้กำหนดวันจัดงานในช่วงวันที่ 25-28 พฤษภาคม 2560 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยรูปแบบการจัดงานจะประกอบไปด้วยการจัดสัมมนา การแสดงนิทรรศการให้ความรู้ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าของประเทศไทย เมื่อเทียบกับปีก่อนและเทคโนโลยีของภูมิภาค การแสดงเทคโนโลยีของกลุ่มสตาร์ทอัพ และการจัดแสดงนวัตกรรมด้านดิจิทัลที่ทันสมัยในรูปแบบต่างๆจากประเทศและหน่วยงานชั้นนำของโลก โดยเบื้องต้นมีประเทศที่ตอบรับแล้ว ราว 20 ประเทศ อาทิ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ เป็นต้น