ดูเหมือนค่าไฟ 3.99 บาทต่อหน่วยงวดเดือนกันยายน-ธันวาคม 2566 หนึ่งในนโยบายลดค่าครองชีพสุด ฮือฮาของรัฐบาล ที่ประกาศใช้ช่วงเข้าบริหารประเทศใหม่ๆ กำลังจะเป็นราคามาตรฐานที่ขยับขึ้นจากนี้ไม่ได้
เพราะกระแสต้านแรง เมื่อคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ประกาศค่าไฟงวดใหม่ มกราคม-เมษายน 2567 ระดับ 4.68 บาทต่อหน่วย จนสั่นคลอนความนิยมต่อรัฐบาล ทั้งตัว นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
โดยนายเศรษฐาระบุว่า รับไม่ได้ ส่งสัญญาณให้กระทรวงพลังงานและ กกพ.ลดค่าไฟเหลือ 4.10 บาทต่อหน่วย
ขณะที่นายพีระพันธุ์เกทับ ระบุว่า จะทำให้ค่าไฟงวดใหม่คงระดับเดิม 3.99 บาทต่อหน่วยต่อไป เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ 2567 แก่ประชาชน
คำถามคือ ค่าไฟทั้ง 2 อัตราสวนทางกับต้นทุนจริงแค่ไหน ช่วยลดรายจ่ายประชาชน หรือกลายเป็นประชานิยมที่สุดท้ายเกิดภาระตามมา และถึงเวลาที่ไทยต้องปรับโครงสร้างต้นทุนอย่างจริงจังหรือยัง!!
⦁กกพ.โยนหิน 3 สูตรค่าไฟต้นทุนจริง
ย้อนกลับไปวันที่ 10 พฤศจิกายน สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) คมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงาน กกพ. แถลงข่าวผลการประชุม กกพ.มีมติเห็นชอบผลการคำนวณประมาณค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที) งวดเดือนมกราคม-เมษายน 2567 รวม 3 ทางเลือก ประกอบด้วย
1.จ่ายคืนภาระต้นทุนค้างทั้งหมด แบ่งเป็นเอฟทีขายปลีกประมาณการที่สะท้อนต้นทุนของงวดใหม่ 64.18 สตางค์ต่อหน่วย และเงินเรียกเก็บเพื่อชำระภาระต้นทุนคงค้าง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) 95,777 ล้านบาทในงวดเดียว รวมเท่ากับ 216.42 สตางค์ต่อหน่วย เมื่อรวมกับค่าไฟฟ้าฐานที่ 3.78 บาทต่อหน่วยแล้ว ทำให้ค่าไฟฟ้าเรียกเก็บ (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 5.95 บาทต่อหน่วย
2.จ่ายคืนภาระต้นทุนคงค้างใน 1 ปี แบ่งเป็นเอฟทีขายปลีกประมาณการที่สะท้อนต้นทุนของงวดใหม่ 64.18 สตางค์ต่อหน่วย และเงินเรียกเก็บเพื่อทยอยชำระภาระต้นทุนคงค้าง กฟผ. 95,777 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น 3 งวด งวดละ 31,926 ล้านบาท รวมเท่ากับ 114.93 สตางค์ต่อหน่วย เมื่อรวมกับค่าไฟฟ้าฐานที่ 3.78 บาทต่อหน่วย ทำให้ค่าไฟฟ้า (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) เพิ่มขึ้นเป็น 4.93 บาทต่อหน่วย
3.จ่ายคืนภาระต้นทุนคงค้างใน 2 ปี แบ่งเป็นเอฟทีขายปลีกประมาณการที่สะท้อนต้นทุนของงวดใหม่ 64.18 สตางค์ต่อหน่วย และเงินเรียกเก็บเพื่อทยอยชำระภาระต้นทุนคงค้าง กฟผ. 95,777 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น 6 งวด งวดละ 15,963 ล้านบาท รวมเท่ากับ 89.55 สตางค์ต่อหน่วย เมื่อรวมกับค่าไฟฟ้าฐานที่ 3.78 บาทต่อหน่วย ทำให้ค่าไฟฟ้า (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) เพิ่มขึ้นเป็น 4.68 บาทต่อหน่วย
ทั้ง 3 ทางเลือก ถูกนำไปรับฟังความคิดเห็นผ่านทางเว็บไซต์สำนักงาน กกพ. วันที่ 10-24 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
⦁ย้ำคำนวณจากโครงสร้างราคาก๊าซในปัจจุบัน
ที่น่าสนใจคือ เลขาธิการสำนักงาน กกพ.ย้ำว่า 3 แนวทางเป็นไปตามการประมาณการต้นทุนเชื้อเพลิงโดย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ กฟผ. ภายใต้โครงสร้างราคาก๊าซในปัจจุบัน
นอกจากนี้ยังให้ข้อมูลถึงสถานการณ์และต้นทุนก๊าซธรรมชาติว่า ปัจจุบันก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยอยู่ระดับ 400 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน จะเพิ่มเป็น 800 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันในเดือนเมษายน 2567 เท่ากับก๊าซหายไป 400 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ไทยจึงจำเป็นต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) เพื่อชดเชย หากต้นปีมีการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจะทำให้ต้องนำเข้าแอลเอ็นจีเพิ่มมากขึ้นด้วย
อีกปัจจัยสำคัญคือ สถานการณ์สงครามพื้นที่ต่างๆ กระทบอัตราแลกเปลี่ยน ราคาน้ำมันดิบดูไบ และราคาแอลเอ็นจีผันผวนสูง จึงมีความเสี่ยงที่ต้นทุนค่าไฟฟ้าให้สูงขึ้นอีก
⦁รุมค้านค่าไฟงวดใหม่ 4.68 บาทต่อหน่วย
หลังการรับฟังความเห็นสิ้นสุดลง วันที่ 29 พฤศจิกายน กกพ.มีมติรับทราบค่าเอฟทีแนวทางที่ 3 ทำให้ค่าไฟฟ้าอยู่ที่ 4.68 บาทต่อหน่วย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
ค่าไฟดังกล่าว ทั้งนายเศรษฐาและนายพีระพันธุ์ต่างมีอาการเดียวกันคือ “รับไม่ได้”
รวมทั้งเอกชนอย่าง สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) โดย นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธาน ส.อ.ท. คัดค้านเช่นกัน ระบุรู้สึกช็อก เพราะค่าไฟ 4.68 บาทต่อหน่วย แพงขึ้นจาก 3.99 บาทต่อหน่วย ถึง 17% ซ้ำเติม 45 กลุ่มอุตสาหกรรมที่กำลังเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศที่เปราะบางสูง พร้อมเรียกร้องตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) รื้อโครงสร้างพลังงาน
กระทั่ง ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน ต้องรีบออกมาระบุว่า จะหารือกับ กกพ.เพื่อกดค่าไฟลงเหลือระดับ 4.20 บาทต่อหน่วย และจะแยกช่วยผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 300 หน่วย หรือกลุ่มเปราะบาง ให้ใช้ไฟราคาเดิม 3.99 บาทต่อหน่วย แต่ต้องของบประมาณกลางเข้าช่วย
⦁‘พีระพันธุ์’เดินหน้าค่าไฟทุกกลุ่ม3.99บาท
ค่าไฟ 4.68 บาท ร้อนระอุอยู่หลายวัน มีคำถามถึง กกพ. เหตุใดไม่หารือกับรัฐบาลก่อนประกาศราคา สอบถามเหตุผลได้คำตอบว่า เป็นกระบวนการที่ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนนโยบายการลดราคาเป็นหน้าที่ของรัฐบาลสั่งผ่านคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.)
ล่าสุด นายพีระพันธุ์ยืนยันจะพยายามทำราคา 3.99 บาทต่อหน่วยให้ได้ เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ 2567 ประชาชนทุกกลุ่ม
กลุ่มแรก กลุ่มเปราะบาง 17.7 ล้านราย ที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 300 หน่วยต่อเดือน คิดเป็น 75% ของผู้ใช้ไฟทั้งประเทศ จะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตรึงค่าไฟงวดมกราคม-เมษายน 2567 ไว้ที่ 3.99 บาทต่อหน่วย ใช้งบกลางปี 2567 กว่า 2,000 ล้านบาท
กลุ่มสองคนไทยอีก 25% แม้จำนวนไม่มากแต่ใช้ไฟส่วนใหญ่ของประเทศ โดยเฉพาะภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม จะเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) วันที่ 13 ธันวาคม สนับสนุน 3 ส่วนหลัก ได้แก่ 1.ขยายหนี้ กฟผ.ออกไปอีก 1 งวด 2.ปรับโครงสร้างราคาก๊าซธรรมชาติ และ 3.กำหนดราคาขายก๊าซธรรมชาติของ ปตท. จะทำให้ราคาก๊าซธรรมชาติลดลง
แนวทางการปรับโครงสร้างค่าไฟทั้งระบบ นายพีระพันธุ์ได้สั่งคณะทำงานเข้าแก้ปัญหาให้ กฟผ. เพื่อปลดภาระหนี้หลักแสนล้านบาทที่รับภาระค่าไฟแทนประชาชน ขณะที่การปรับโครงสร้างราคาก๊าซธรรมชาติ ระบุจะเป็นการปรับโครงสร้างที่เน้นความยั่งยืน ไม่ฉาบฉวย และไม่เป็นการสร้างภาระในอนาคต เพื่อไม่ต้องมานั่งลุ้นราคารายงวดเช่นปัจจุบัน รวมทั้งจะกำหนดราคาขายก๊าซธรรมชาติของ ปตท. จะเป็นส่วนหนึ่งในการลดราคาค่าไฟได้
ลงลึก 3 แนวทางของนายพีระพันธุ์ คาดว่าจะกดค่าไฟลงอย่างน้อย 4.20 บาทต่อหน่วย ส่วนจะลดลงถึง 3.99 บาทต่อหน่วยหรือไม่ รอลุ้นผลประชุม กพช.อีกที!!

