ลุ้นค่าไฟ3.99บ. ของขวัญปีใหม่สุดจึ้ง!! วัดฝีมือรัฐบาล รื้อโครงสร้างก๊าซ

11.12.23 | 12:17 น.
ลุ้นค่าไฟ3.99บ. ของขวัญปีใหม่สุดจึ้ง!! วัดฝีมือรัฐบาล รื้อโครงสร้างก๊าซ

ดูเหมือนค่าไฟ 3.99 บาทต่อหน่วยงวดเดือนกันยายน-ธันวาคม 2566 หนึ่งในนโยบายลดค่าครองชีพสุด    ฮือฮาของรัฐบาล ที่ประกาศใช้ช่วงเข้าบริหารประเทศใหม่ๆ กำลังจะเป็นราคามาตรฐานที่ขยับขึ้นจากนี้ไม่ได้


เพราะกระแสต้านแรง เมื่อคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ประกาศค่าไฟงวดใหม่ มกราคม-เมษายน 2567 ระดับ 4.68 บาทต่อหน่วย จนสั่นคลอนความนิยมต่อรัฐบาล ทั้งตัว นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

โดยนายเศรษฐาระบุว่า รับไม่ได้ ส่งสัญญาณให้กระทรวงพลังงานและ กกพ.ลดค่าไฟเหลือ 4.10 บาทต่อหน่วย

ขณะที่นายพีระพันธุ์เกทับ ระบุว่า จะทำให้ค่าไฟงวดใหม่คงระดับเดิม 3.99 บาทต่อหน่วยต่อไป เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ 2567 แก่ประชาชน

Advertisement

คำถามคือ ค่าไฟทั้ง 2 อัตราสวนทางกับต้นทุนจริงแค่ไหน ช่วยลดรายจ่ายประชาชน หรือกลายเป็นประชานิยมที่สุดท้ายเกิดภาระตามมา และถึงเวลาที่ไทยต้องปรับโครงสร้างต้นทุนอย่างจริงจังหรือยัง!!

⦁กกพ.โยนหิน 3 สูตรค่าไฟต้นทุนจริง
ย้อนกลับไปวันที่ 10 พฤศจิกายน สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) คมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงาน กกพ. แถลงข่าวผลการประชุม กกพ.มีมติเห็นชอบผลการคำนวณประมาณค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที) งวดเดือนมกราคม-เมษายน 2567 รวม 3 ทางเลือก ประกอบด้วย

1.จ่ายคืนภาระต้นทุนค้างทั้งหมด แบ่งเป็นเอฟทีขายปลีกประมาณการที่สะท้อนต้นทุนของงวดใหม่ 64.18 สตางค์ต่อหน่วย และเงินเรียกเก็บเพื่อชำระภาระต้นทุนคงค้าง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) 95,777 ล้านบาทในงวดเดียว รวมเท่ากับ 216.42 สตางค์ต่อหน่วย เมื่อรวมกับค่าไฟฟ้าฐานที่ 3.78 บาทต่อหน่วยแล้ว ทำให้ค่าไฟฟ้าเรียกเก็บ (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 5.95 บาทต่อหน่วย

2.จ่ายคืนภาระต้นทุนคงค้างใน 1 ปี แบ่งเป็นเอฟทีขายปลีกประมาณการที่สะท้อนต้นทุนของงวดใหม่ 64.18 สตางค์ต่อหน่วย และเงินเรียกเก็บเพื่อทยอยชำระภาระต้นทุนคงค้าง กฟผ. 95,777 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น 3 งวด งวดละ 31,926 ล้านบาท รวมเท่ากับ 114.93 สตางค์ต่อหน่วย เมื่อรวมกับค่าไฟฟ้าฐานที่ 3.78 บาทต่อหน่วย ทำให้ค่าไฟฟ้า (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) เพิ่มขึ้นเป็น 4.93 บาทต่อหน่วย

3.จ่ายคืนภาระต้นทุนคงค้างใน 2 ปี แบ่งเป็นเอฟทีขายปลีกประมาณการที่สะท้อนต้นทุนของงวดใหม่ 64.18 สตางค์ต่อหน่วย และเงินเรียกเก็บเพื่อทยอยชำระภาระต้นทุนคงค้าง กฟผ. 95,777 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น 6 งวด งวดละ 15,963 ล้านบาท รวมเท่ากับ 89.55 สตางค์ต่อหน่วย เมื่อรวมกับค่าไฟฟ้าฐานที่ 3.78 บาทต่อหน่วย ทำให้ค่าไฟฟ้า (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) เพิ่มขึ้นเป็น 4.68 บาทต่อหน่วย

ทั้ง 3 ทางเลือก ถูกนำไปรับฟังความคิดเห็นผ่านทางเว็บไซต์สำนักงาน กกพ. วันที่ 10-24 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

⦁ย้ำคำนวณจากโครงสร้างราคาก๊าซในปัจจุบัน
ที่น่าสนใจคือ เลขาธิการสำนักงาน กกพ.ย้ำว่า 3 แนวทางเป็นไปตามการประมาณการต้นทุนเชื้อเพลิงโดย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ กฟผ. ภายใต้โครงสร้างราคาก๊าซในปัจจุบัน

นอกจากนี้ยังให้ข้อมูลถึงสถานการณ์และต้นทุนก๊าซธรรมชาติว่า ปัจจุบันก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยอยู่ระดับ 400 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน จะเพิ่มเป็น 800 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันในเดือนเมษายน 2567 เท่ากับก๊าซหายไป 400 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ไทยจึงจำเป็นต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) เพื่อชดเชย หากต้นปีมีการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจะทำให้ต้องนำเข้าแอลเอ็นจีเพิ่มมากขึ้นด้วย

อีกปัจจัยสำคัญคือ สถานการณ์สงครามพื้นที่ต่างๆ กระทบอัตราแลกเปลี่ยน ราคาน้ำมันดิบดูไบ และราคาแอลเอ็นจีผันผวนสูง จึงมีความเสี่ยงที่ต้นทุนค่าไฟฟ้าให้สูงขึ้นอีก

⦁รุมค้านค่าไฟงวดใหม่ 4.68 บาทต่อหน่วย
หลังการรับฟังความเห็นสิ้นสุดลง วันที่ 29 พฤศจิกายน กกพ.มีมติรับทราบค่าเอฟทีแนวทางที่ 3 ทำให้ค่าไฟฟ้าอยู่ที่ 4.68 บาทต่อหน่วย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

ค่าไฟดังกล่าว ทั้งนายเศรษฐาและนายพีระพันธุ์ต่างมีอาการเดียวกันคือ “รับไม่ได้”

รวมทั้งเอกชนอย่าง สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) โดย นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธาน ส.อ.ท. คัดค้านเช่นกัน ระบุรู้สึกช็อก เพราะค่าไฟ 4.68 บาทต่อหน่วย แพงขึ้นจาก 3.99 บาทต่อหน่วย ถึง 17% ซ้ำเติม 45 กลุ่มอุตสาหกรรมที่กำลังเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศที่เปราะบางสูง พร้อมเรียกร้องตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) รื้อโครงสร้างพลังงาน

กระทั่ง ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน ต้องรีบออกมาระบุว่า จะหารือกับ กกพ.เพื่อกดค่าไฟลงเหลือระดับ 4.20 บาทต่อหน่วย และจะแยกช่วยผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 300 หน่วย หรือกลุ่มเปราะบาง ให้ใช้ไฟราคาเดิม 3.99 บาทต่อหน่วย แต่ต้องของบประมาณกลางเข้าช่วย

⦁‘พีระพันธุ์’เดินหน้าค่าไฟทุกกลุ่ม3.99บาท
ค่าไฟ 4.68 บาท ร้อนระอุอยู่หลายวัน มีคำถามถึง กกพ. เหตุใดไม่หารือกับรัฐบาลก่อนประกาศราคา สอบถามเหตุผลได้คำตอบว่า เป็นกระบวนการที่ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนนโยบายการลดราคาเป็นหน้าที่ของรัฐบาลสั่งผ่านคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.)

ล่าสุด นายพีระพันธุ์ยืนยันจะพยายามทำราคา 3.99 บาทต่อหน่วยให้ได้ เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ 2567 ประชาชนทุกกลุ่ม

กลุ่มแรก กลุ่มเปราะบาง 17.7 ล้านราย ที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 300 หน่วยต่อเดือน คิดเป็น 75% ของผู้ใช้ไฟทั้งประเทศ จะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตรึงค่าไฟงวดมกราคม-เมษายน 2567 ไว้ที่ 3.99 บาทต่อหน่วย ใช้งบกลางปี 2567 กว่า 2,000 ล้านบาท

กลุ่มสองคนไทยอีก 25% แม้จำนวนไม่มากแต่ใช้ไฟส่วนใหญ่ของประเทศ โดยเฉพาะภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม จะเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) วันที่ 13 ธันวาคม สนับสนุน 3 ส่วนหลัก ได้แก่ 1.ขยายหนี้ กฟผ.ออกไปอีก 1 งวด 2.ปรับโครงสร้างราคาก๊าซธรรมชาติ และ 3.กำหนดราคาขายก๊าซธรรมชาติของ ปตท. จะทำให้ราคาก๊าซธรรมชาติลดลง

แนวทางการปรับโครงสร้างค่าไฟทั้งระบบ นายพีระพันธุ์ได้สั่งคณะทำงานเข้าแก้ปัญหาให้ กฟผ. เพื่อปลดภาระหนี้หลักแสนล้านบาทที่รับภาระค่าไฟแทนประชาชน ขณะที่การปรับโครงสร้างราคาก๊าซธรรมชาติ ระบุจะเป็นการปรับโครงสร้างที่เน้นความยั่งยืน ไม่ฉาบฉวย และไม่เป็นการสร้างภาระในอนาคต เพื่อไม่ต้องมานั่งลุ้นราคารายงวดเช่นปัจจุบัน รวมทั้งจะกำหนดราคาขายก๊าซธรรมชาติของ ปตท. จะเป็นส่วนหนึ่งในการลดราคาค่าไฟได้

ลงลึก 3 แนวทางของนายพีระพันธุ์ คาดว่าจะกดค่าไฟลงอย่างน้อย 4.20 บาทต่อหน่วย ส่วนจะลดลงถึง 3.99 บาทต่อหน่วยหรือไม่ รอลุ้นผลประชุม กพช.อีกที!!