หน้าแรก เศรษฐกิจ คลังชงแก้หนี้...

คลังชงแก้หนี้ เอสเอ็มอี เน้นกลุ่มเดือดร้อนโควิด ปลดล็อก 1 ล้านเอ็นพีแอล ลุ้นเศรษฐาแถลง 12 ธ.ค.นี้

11.12.23 | 06:51 น.

คลังชงแก้หนี้ เอสเอ็มอี เน้นกลุ่มเดือดร้อนโควิด ปลดล็อก 1 ล้านเอ็นพีแอล ลุ้นเศรษฐาแถลง 12 ธ.ค.นี้

เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 12 ธันวาคมนี้ คลังเตรียมจะเสนอมาตรการพักหนี้เพิ่มเติมในกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) รหัส 21 ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสินเชื่อสู้ภัยโควิด ที่ดำเนินการผ่านธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่เป็นหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล)

นายจุลพันธ์กล่าวว่า สำหรับหนี้ในกลุ่มเอสเอ็มอี รหัส 21 ของ ธปท. จะดูแลในส่วนที่เป็นลูกหนี้ของสถาบันการเงินของรัฐ ซึ่งมีจำนวน 5-6 หมื่นราย คิดเป็น 99.5% ของลูกหนี้ทั้งหมดเอสเอ็มอี รหัส 21 โดยจะมีการพักชำระหนี้เฉพาะเงินต้น ในวงเงินไม่เกิน 10 ล้านบาทต่อราย เป็นเวลา 1 ปี และลดอัตราดอกเบี้ยให้เป็นกรณีพิเศษ ขณะที่ลูกหนี้เอสเอ็มอี รหัส 21 ที่อยู่ในธนาคารพาณิชย์นั้น จะเป็นชุดมาตรการแก้หนี้ในระบบ ที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะแถลงในวันที่ 12 ธันวาคมนี้
นายจุลพันธ์กล่าวว่า อีกมาตรการแก้หนี้ คือหนี้จากสินเชื่อฉุกเฉินโควิด 10,000 บาท ที่ปัจจุบันพบว่ามีลูกหนี้กลุ่มนี้กลายเป็นเอ็นพีแอลแล้วกว่า 1 ล้านคน กลไกที่รัฐบาลช่วยนั้น ไม่ได้สร้างความเสียหายต่อรัฐเพิ่มเติม เนื่องจากรัฐบาลชุดที่ผ่านมาได้มีมติเห็นชอบ ในการกันวงเงินเพื่อชดเชยความเสียหายไว้แล้วที่ 50% ของวงเงินทั้งหมดที่ 30,000 ล้านบาท ดังนั้น จะนำเงินส่วนนี้มาชดเชยแทนลูกหนี้ที่เป็นเอ็นพีแอลไปแล้ว นอกจากจะช่วยแบงก์รัฐแล้ว ยังเป็นการช่วยลูกหนี้กว่า 1 ล้านราย ไม่ต้องติดสถานะลูกหนี้เอ็นพีแอลด้วย

“มีลูกหนี้หลายคนเข้าใจผิดว่าสินเชื่อฉุกเฉินนั้นเป็นมาตรการแจกเงินช่วยเหลือของรัฐ ทำให้ตนเองกลายเป็นลูกหนี้เอ็นพีแอลโดยไม่คาดหมาย หรือกรณีที่ลูกหนี้ไม่มีความสามารถผ่อนชำระจริงๆ ดังนั้น รัฐบาลจึงพยายามเข้าไปช่วยเพื่อให้กลับมาเป็นลูกหนี้สถานะปกติ และลูกหนี้กลุ่มนี้ก็ไม่ได้ต้องผ่อนคืนรัฐอีก” นายจุลพันธ์กล่าว

นายจุลพันธ์กล่าวว่า กรณีที่จะเกิดพฤติกรรมการไม่ใช้คืนหนี้ หรือ moral hazard นั้น ต้องยอมรับว่าการแก้หนี้ พักหนี้ทุกรูปแบบนั้น มีโอกาสเสี่ยงเกิด moral hazard ทั้งหมด แต่ประเด็นในวันนี้คือ รัฐบาลต้องการสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบเศรษฐกิจ และดึงคนกลุ่มดังกล่าวกลับมาสามารถเดินหน้าประกอบอาชีพได้ ขณะที่คนที่เป็นลูกหนี้ดีที่ผ่อนครบถ้วน ก็จะได้รางวัล ทางแบงก์รัฐที่เป็นเจ้าหนี้ก็จะให้สิทธิพิเศษ อาทิ ลดดอกเบี้ยพิเศษ หรือเพิ่มวงเงินกู้ ในขณะเดียวกัน คนที่รัฐบาลช่วยมาจากเอ็นพีแอล ถึงแม้จะถูกช่วยจากรัฐบาลให้กลับมาปกติ แม้จะกลับมาขอสินเชื่อได้ แต่ก็ต้องถูกพิจารณาในเกณฑ์ของธนาคารตามปกติ อาจจะยากกว่าคนเคยผ่อนหมด

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ออกมาระบุว่า การแก้หนี้ครั้งนี้ไม่เหมือนเดิม เพราะที่ผ่านมาไม่ได้ทำแบบบูรณาการ ครั้งนี้ทั้งฝ่ายปกครอง ฝ่ายความมั่นคง จะให้เจ้าหนี้มาเจรจา และกระทรวงการคลังที่จะเข้ามาช่วยเหลือ อีกทั้งยังจะมีการแก้หนี้ในระบบด้วย ตรงนี้จะเป็นอีกส่วนที่จะทำให้ประชาชนลืมตาอ้าปากได้ โดยจะมีการแถลงวันที่ 12 ธันวาคม จะนำการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบและในระบบมาประสานกัน เพื่อทำให้ประชาชนกลับมาเป็นหนี้ยากขึ้น การจะไม่ให้เป็นหนี้เลยคงลำบาก แต่เราจะทำให้เป็นธรรมตามที่กฎหมายกำหนด