หน้าแรก เศรษฐกิจ งานโทรคมนาคม-...

งานโทรคมนาคม-โทรทัศน์ กสทช.ส่อยืด หลัง ‘ไตรรัตน์’ เซ็นย้ายตำแหน่งชุดใหม่

11.12.23 | 14:07 น.

งานโทรคมนาคม-โทรทัศน์ กสทช.ส่อยืด หลัง ‘ไตรรัตน์’ เซ็นย้ายตำแหน่งชุดใหม่

เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม นายสมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านโทรคมนาคม กล่าวถึงการโยกย้ายตำแหน่งของบุคลากรภายใน กสทช.ว่า การดำเนินงานต่างๆ ของ กสทช.ที่เป็นแผนการดำเนินหลักๆ มีความกังวลเรื่องการทำงาน เนื่องจากมีปัญหาเรื่องกำลังคนที่เกิดการโยกย้ายสายงานกลางคัน ซึ่งสายงานด้านโทรคมนาคมได้รับผลกระทบจากการโยกย้าย โดยเฉพาะตำแหน่งรักษาการผู้ช่วยเลขาธิการ กสทช. สายงานกิจการโทรคมนาคม มีหน้าที่สำคัญในการสนับสนุน ขับเคลื่อนนโยบายและภารกิจสำคัญของ กสทช. สายงานกิจการโทรคมนาคม จำนวน 11 เรื่อง จากจำนวนทั้งหมด 14 เรื่อง ขณะที่ผู้เข้ามาดำรงตําแหน่งทดแทนเป็นบุคลากรจากด้านสายงานกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ และไม่ได้แตะเรื่องโทรคมนาคมเป็นสิบปี ขณะนี้ยังดูอยู่ว่าจะขับเคลื่อนแผนงานอย่างไร

นอกจากนี้ ยังมีบุคลากรจากสายงานด้านโทรทัศน์ถูกโยกย้ายคือตำแหน่ง ผู้อำนวยการวิศวกรรมและเทคโนโลยีในกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ สายงานกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ ไปรับตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักกิจการภูมิภาค สายงานภูมิภาค เป็นการกระทำซึ่งถือว่าขัดต่อนโยบายการดำเนินงานตามมติของ กสทช.และนโยบายด้านกระจายเสียงโดยตรง

“แม้จะเข้าใจเรื่องการหมุนบุคลากร แต่ต้องดูเหตุการณ์และช่วงเวลาที่เหมาะสม เพราะบางตำแหน่งที่ถูกโยกย้ายก็มีผลกระทบต่อระบบการทำงาน โดยเฉพาะตอนนี้อยู่ช่วงผลักดันโครงการสำคัญ การโยกย้ายบุคลากรที่สำคัญอาจส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องในการดำเนินงาน ซึ่งคนที่ถูกโยกย้ายมาแทนควรจะมีความเชี่ยวชาญด้วย เพื่อผลักดันให้งานเดินหน้าแบบไม่สะดุด” นายสมภพกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2566 นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ และรักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. มีคำสั่งสำนักงาน กสทช. ให้พนักงานพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้รักษาการแทน รวมถึงการย้ายและแต่งตั้งใหม่กว่า 69 คน ได้แก่ พนักงานเป็นผู้รักษาการแทน กรณีไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งจำนวน 16 คน คำสั่งย้ายและแต่งตั้งพนักงาน จำนวน 28 คน คำสั่งย้ายและแต่งตั้งพนักงาน จำนวน 18 คน และคำสั่งให้พนักงานพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้รักษาการแทน กรณีไม่มีผู้ดำรงตำแหน่ง จำนวน 7 คน มีผลอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 มกราคม 2567

Advertisement

จากคำสั่งดังกล่าวมีผลทำให้ น.ส.พูลศิริ นิลกิจศรานนท์ รักษาการผู้ช่วยเลขาธิการ กสทช. สายงานกิจการโทรคมนาคม (พ้นจากตำแหน่ง) เดิมผลักดันแผนงาน 11 เรื่อง อาทิ การป้องกันอาชญากรรมทางออนไลน์ผ่านโครงข่ายโทรคมนาคม การจัดระเบียบสายสื่อสารและการนำสายสื่อสารลงดิน เรื่องแผนการนำคลื่น 3500 MHz ออกมาประมูลในปี 2567-2568 โดยผลักดันให้เกิด 5G สำหรับภาคอุตสาหกรรม เรื่องดาวเทียมสื่อสาร การแก้ไขประกาศแผนบริหารสิทธิเข้าใช้วงโคจร เป็นต้น

นอกจากนี้ คำสั่งมีผลทำให้ นางปาริตา วงศ์ชุตินาท เดิมตำแหน่งผู้อำนวยการวิศวกรรมและเทคโนโลยีในกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ สายงานกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ โยกย้ายไปเป็นผู้อำนวยการสำนักกิจการภูมิภาค สายงานภูมิภาค โดยแต่เดิมดูแลโครงการต่างๆ อาทิ แนวทางการกำกับดูแลการพิจารณานำบริการสื่อผ่านอินเทอร์เน็ต (โอทีที) ที่ให้บริการแพร่ภาพ และกระจายเสียงเข้าสู่ระบบการกำกับดูแล ได้มีการจัดทำ (ร่าง) ประกาศ กสทช. และเรื่องการให้บริการแพร่เสียงแพร่ภาพผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต หรือต้นแบบแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งระดับชาติที่จะบูรณาการเนื้อหาจากช่องโทรทัศน์ภาคพื้นดิน โฆษณา และข้อมูลผู้บริโภคให้อยู่ในระบบเดียวกัน เป็นต้น