หน้าแรก เศรษฐกิจ สรท.คาดส่งออก...

สรท.คาดส่งออกปี 67 กลับมาบวก 1-2% แต่ปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจหนักกว่าปีนี้ถึง 20%

12.12.23 | 15:13 น.

สรท.คาดส่งออกปี 67 กลับมาบวก 1-2% แต่ปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจหนักกว่าปีนี้ถึง 20%

นายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า สำหรับการส่งออกปี 2567 นั้น สรท.ค่าว่าจะกลับมาเป็นบวกอยู่ที่ 1-2% ต่อปี จากปี 2566 ที่คาดว่าจะอยู่ที่ติดลบ 1% ดังนั้นถือว่าได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว โดยต่ำสุดคือเดือนมกราคม 2566 จะมีแนวโน้มกลับมาขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และการส่งออกปี 2567 จะกลับมาอยู่ในระดับเดียวกับปี 2565

นายชัยชาญ กล่าวว่า สำหรับสินค้าสำคัญที่จะช่วยผลักดันการส่งในปี 2567 ได้แก่ กลุ่มอาหาร ที่คาดว่าได้รับอานิสงค์จากมาตรการซอฟ พาวเวอร์ ยานยนต์ และชิ้นส่วน และเครื่องใช้ไฟฟ้า และส่วนประกอบ อาทิ เครื่องปรับอากาศ (แอร์) เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อน เป็นต้น ขณะที่สินค้าเกษตร อาทิ ข้าว มันสำปะหลัง ที่ผลผลิตลดลง ผลกระทบจากเอลนีโญ ที่ทำให้เกิดภาวะแห้งแล้ง ที่คาดว่าจะเริ่มเห็นผลในช่วงต้นปี 2567

ส่วนสินค้า ที่น่าจะหดตัวคือ กลุ่มพลาสติก และเคมีภัณฑ์ กลุ่มวัสดุก่อสร้าง ก็ต้องติดตามเศรษฐกิจของจีน หากจีนกลับมาฟื้นก็จะกลับมาส่งออกได้ รวมทั้ง ยางพารา และผลิตถชภัณฑ์จากยาง เช่นกัน เนื่องจากจีนเป็นฐานการผลิตยางล้อรถยนต์

สำหรับปัจจัยบวก ในปี 2567 ได้แก่ ค่าเงินบาทที่เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบที่อ่อนค่า คาดว่าจะยังอยู่ที่ 34-35 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นโบนัส ทำให้การส่งออกมีมูลค่าสูงขึ้น ส่วนปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ สภาวะเอลนีโญ ต้นทุนการผลิตที่ยังมีแนวโน้มสูง โดยเฉพาะ ค่าไฟฟ้า อัตราดอกเบี้ย ค่าแรงขั้นต่ำ ดังนั้น ปี 2567 จึงยังอีกปีเศรษฐกิจอ่อนแอ และอยู่ภายใต้มรสุมทางเศรษฐกิจอยู่ รวมทั้งเป็นปีที่มีการแข่งขันสูง เนื่องจากตลาดการส่งลดลง

Advertisement

“สำหรับปี 2567 เชื่อว่ามีปัจจัยเสี่ยงอยู่มาก ผมให้น้ำหนักว่า หนักกว่าปีนี้ถึง 20% เพราะฉะนั้น จึงอยากแนะนำให้ผู้ประกอบการส่งออก และผู้ผลิต ต้องปรับตัว บริหารต้นทุนการผลิต เช่น การบริหารไฟฟ้า หาแหล่งพลังงานที่เหมาะสม หันมาใช้พลังงานสะอาดตามเทรนด์โลก ส่วนเรื่องค่าแรง ก็ต้องหันไปพึ่งพาเทคโนโลยีใหม่ เพื่อนำมาใช้ทดแทนแรงงานคนที่จะขาดแคลนในอนาคต เพื่อให้อยู่รอดต่อไปได้” นายชัยชาญ กล่าว

นายชัยชาญ กล่าวอีกว่า สำหรับต้นทุนค่าไฟนั้น เป็นส่วนประกอบสำคัญอยู่ที่ 15-25%ของต้นทุน โดยหากปี 2567 ราคาอยู่ในระดับ 71-97 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ก็คงไม่ส่งผลกระทบมากแล้ว ดังนั้นก็ต้องมาดูที่การบริหารราคาค่าไฟฟ้าในประเทศ ซึ่งก็ต้องมีราคาที่เหมาะสม เนื่องจากหากราคาค่าไฟต่ำไปก็จะเป็นการยืมเงินในอนาคตมาใช้ ทำให้เป็นภาระหนักในอนาคต ส่งนค่าไฟที่สูงไปก็จะส่งผลต่อการแข่งขันของผู้ประกอบการ ดั้งนั้นจึงอยากให้รัฐบาล พิจารณาปรับราคาให้เหมาะสม และถ้าจะปรับขึ้นก็เป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป

นายชัยชาญ กล่าว ขณะที่เรื่องของค่าแรงนั้น สรท.ก็รับฟังเสียงรอบด้าน โดยทั้งเคารพมติของคณะกรรมการไตรภาคี และก็พร้อมรับฟังนโยบายของรัฐบาลด้วย โดยค่าแรงที่จะปรับขึ้นปี 2567 ตามไตรภาคีนั้น มีผลกระทบเพียงเล็กน้อย ไม่ถึงขั้นที่ทำให้ราคาสินค่าปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ดี ในส่วนผู้ประกอบการ ก็ต้องปรับตัว โดยอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบหนัก อาทิ เกษตร สิ่งทอ อาหาร ก็อาจจะต้องลงทุนเทคโนโลยี เครื่องจักรสมัยใหม่ เพื่อนำมาทดแทนแรงงาน ส่วนเรื่องแรงงาน ก็ต้องมีการพัฒนาทักษะ และอนาคตก็ต้องมีการปรับค่าแรงตามทักษะแรงงาน