หน้าแรก เศรษฐกิจ ภูมิธรรม ร่วม...

ภูมิธรรม ร่วมเปิดงาน Youth power ขับเคลื่อนซอฟต์เพาเวอร์ ดึงเยาวชนมีส่วนร่วม เร่งกลไกรัฐสนับสนุน

12.12.23 | 15:27 น.
ภูมิธรรม

ภูมิธรรม ร่วมเปิดงาน Youth power ขับเคลื่อนซอฟต์เพาเวอร์ ดึงเยาวชนมีส่วนร่วม เร่งกลไกรัฐสนับสนุน


เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมพิธีเปิดงาน “Youth Power ขับเคลื่อน Soft Power” พร้อมด้วยอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ งานนี้จัดโดย Youth In Charge แพลตฟอร์มเพื่อพัฒนาศักยภาพความเป็นผู้นำและสร้างเวทีแห่งโอกาสให้กับเยาวชนไทย โดยจัดงานระหว่างวันที่ 12-17 ธันวาคมนี้ ณ ห้อง New Gen Space: Space for All Generations ชั้น 3 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) ภายใต้แนวคิด “ปลดปล่อยพลังเยาวชน รวมพลอุตสาหกรรมสร้างสรรค์” เปิดพื้นที่สร้างสรรค์ให้เยาวชนคนรุ่นใหม่จากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ได้ร่วมระดมสมองเพื่อขับเคลื่อนและผลักดันศักยภาพที่ซ่อนตัวอยู่ในทุกอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ พร้อมเปิดเวทีกลางให้เยาวชนไทยได้นำเสนอความคิดเห็นถึงกระบวนการขับเคลื่อนซอฟต์เพาเวอร์ในมุมมองของคนรุ่นใหม่ ร่วมกับหน่วยงานจากภาครัฐและภาคเอกชนที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนซอฟต์เพาเวอร์

โดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ เป็นประธานในพิธี เพื่อแสดงจุดยืน วิสัยทัศน์ และพันธสัญญาเชิงนโยบายในการให้ความสำคัญกับเยาวชนคนรุ่นใหม่ในการร่วมขับเคลื่อนซอฟต์เพาเวอร์ โดยมีคุณเอริกา เมษินทรีย์ เช็น ผู้ก่อตั้งแพลตฟอร์ม Youth In Charge พร้อมด้วย Youth In Charge Soft Power Ambassadors และเยาวชนคนรุ่นใหม่จากทั่วประเทศให้การต้อนรับ รวมทั้งยังได้มีการจัดเสวนาในหัวข้อ “การสร้างระบบนิเวศเพื่อพัฒนาศักยภาพ เพิ่มบทบาท และสร้างการมีส่วนร่วมของเยาวชนในการขับเคลื่อน Soft Power” โดยคุณสุวิมล จิวาลักษณ์ กรรมการและผู้จัดการมูลนิธิเอสซีจี คุณพรวิช ศิลาอ่อน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ คุณอินทพันธุ์ บัวเขียว รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA และคุณอภิญานันท์ จงภักดี หรือ ทอไหม จาก ‘TORMAI STUDIO’ Soft Power Ambassador ของ Youth In Charge และคุณสุทธิภัทร เกตุแก้ว นักศึกษา ตัวแทนเยาวชนผู้ขับเคลื่อน Soft Power จากแพลตฟอร์ม Youth In Charge

soft power

Advertisement

กระทรวงพาณิชย์ มีนโยบายในการร่วมขับเคลื่อนการส่งออกและเร่งผลักดันแนวคิด Soft Power ซึ่งถือเป็นพลังแห่งการสร้างสรรค์ เนื่องจากประเทศไทยมีจุดเด่นที่หลากหลายทั้งทางด้านทรัพยากร อาหาร ศิลปวัฒนธรรม สถานที่ท่องเที่ยว เป็นต้น รัฐบาลจึงได้จัดตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ โดยส่งเสริมอุตสาหกรรมศักยภาพ 11 สาขา ประกอบด้วย แฟชั่น หนังสือ เฟสติวัล อาหาร ท่องเที่ยว ดนตรี เกม กีฬา ศิลปะ ออกแบบ และภาพยนตร์ โดยกระทรวงพาณิชย์ เน้นการส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์เพาเวอร์เป้าหมายดังกล่าว โดยการพัฒนาองค์ความรู้ให้กับผู้ประกอบการ การเพิ่มมูลค่าสินค้าด้วยแบรนด์ นวัตกรรม และการออกแบบให้ออกสู่ตลาดต่างประเทศได้

ในด้านงานออกแบบ งานฝีมือ และแฟชั่นไทย มุ่งเน้นจัดเทศกาลงานออกแบบระดับโลก/Designer Lab สร้างคนรุนใหม่ พัฒนาการออกแบบและบ่มเพาะดูแลดีไซเนอร์รุ่นใหม่/ช่วยส่งออก พาไปจัดแสดงในงานแสดงสินค้าในต่างประเทศ และจดลิขสิทธิ์ในต่างประเทศ/งานออกแบบไทยสู่เวทีโลก ให้ THACCA ตั้งร้านสินค้าออกแบบแฟชั่นไทย และ OTOP ณ ใจกลางมหานครใหญ่ทั่วโลก

ด้านการท่องเที่ยวไทย โดยเร่งผลักดันการท่องเที่ยวศักยภาพสูง ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) การท่องเที่ยวทางน้ำ (Cruises) และธุรกิจไมซ์ (MICE) เพื่อดึงนักท่องเที่ยวที่มีรายได้สูงมาเที่ยวในไทย รวมถึง ผลักดันเทศกาลไทยให้ใหญ่ระดับโลก

ด้านอาหารไทย โดยส่งเสริมโครงการ “ครัวไทยสู่ครัวโลก” สนับสนุนการขยายร้านอาหารไทย และสร้างเครือข่ายร้านอาหารไทยในต่างประเทศ เร่งการส่งออกสินค้าอาหารและวัตถุดิบจากไทย

ด้านภาพยนตร์ไทย เพิ่มโอกาสให้หนังไทย สนับสนุนหนังอิสระ เพื่อให้หนังอิสระเป็นพื้นที่ทดลองเทคนิคการเล่าเรื่องแนวใหม่ บ่มเพาะฝีมือ สร้างความหลากหลาย และเป็น R&D ให้หนังกระแสหลัก ขยายตลาดหนังไทย และสนับสนุนหนังไทยไปเทศกาลภาพยนตร์ระดับโลก

ด้านหนังสือไทย สนับสนุนทุนการแปลหนังสือไทยเป็นภาษาต่างประเทศ และส่งเสริมการ ส่งออกหนังสือไทยสู่สายตาคนทั่วโลก

นอกจากนี้ รัฐบาลได้กำหนดทิศทางในการขับเคลื่อนการส่งออก ผ่านนโยบายสำคัญ ประกอบด้วย 1.นโยบาย “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” ใช้นวัตกรรมการเกษตรมาเพิ่มปริมาณผลผลิต 2.นโยบายต่างประเทศ ใช้การทูตเศรษฐกิจเชิงรุก เร่งกระชับความสัมพันธ์ 3.นโยบาย “Soft Power” มุ่งพัฒนาคน โดยเฟ้นหาศักยภาพของคนไทยทุกครอบครัว 4.สานต่อนโยบายความเป็นกลางทางคาร์บอน หรือ Carbon Neutrality มุ่งใช้แนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน และ 5.นโยบาย “รัฐบาลดิจิทัลเพื่อประชาชน” เปลี่ยนจาก “รัฐอุปสรรค” เป็น “รัฐสนับสนุน” เร่งแก้ไข/ยกเลิกกฎหมาย/กฎระเบียบที่เป็นอุปสรรค