คมนาคม ติดตามคืบหน้าไฮสปีดเทรนก่อนชง กก.เจซีชุดใหญ่ ก.พ.67 ด้านรฟท.เร่งเตลียร์ปัญหารถไฟเชื่อม 3 สนามบินพรุ่งนี้
เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม ที่กระทรวงคมนาคม นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารการพัฒนาโครงการความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย-จีน ครั้งที่ 1/2566 ว่า เป็นการติดตามและเร่งรัดการดำเนินการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีด) เชื่อมโยงภูมิภาค และผลักดันโครงการรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-หนองคาย ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ให้แล้วเสร็จตามแผนงาน และสามารถเปิดใช้ได้ในระยะเวลาที่กำหนดไว้ พร้อมเร่งรัดการก่อสร้างในระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา-หนองคาย ให้เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างศักยภาพระบบราง พัฒนาโครงข่ายคมนาคมของประเทศไทย เชื่อมโยงสู่เมืองหลักเป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้าและการเดินทางของภูมิภาคอย่างไร้รอยต่อ และรองรับการขยายตัวของจังหวัดต่างๆ รวมถึงปริมาณผู้ใช้บริการที่จะเพิ่มมากขึ้นในอนาคต
นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมได้มีการหารือติดตามความคืบหน้าการดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงและโครงการในสัญญาที่อยู่ระหว่างรอลงนาม รวมถึงเร่งรัดให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) พิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาข้อร้องเรียนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบในสัญญาที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างด้วยความละเอียดรอบคอบ โดยมีความคืบหน้า ดังนี้ 1.โครงการรถไฟความเร็วสูง ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ระยะทาง 253 กม. งานโยธาจาก 14 สัญญา ก่อสร้างแล้วเสร็จ 2 สัญญา อยู่ระหว่างก่อสร้าง 10 สัญญา และอยู่ระหว่างจัดซื้อจัดจ้าง 2 สัญญา คาดว่าจะสามารถลงนามในสัญญาเพื่อเริ่มดำเนินการก่อสร้างงานโยธาได้ทั้งหมดภายในปี 2567 ปัจจุบันความก้าวหน้าโดยรวม 28.61% คาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดให้บริการในปี 2571
นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า 2.โครงการรถไฟความเร็วสูง ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา-หนองคาย ระยะทาง 356 กม. ปัจจุบันได้ออกแบบงานโยธาแล้วเสร็จ โดยที่ประชุมได้เร่งรัดให้ รฟท. นำส่งรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ สผ. และเสนอคณะกรรมการ รฟท. อนุมัติก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีตามขั้นตอนต่อไป
นายสุรพงษ์ กล่าวว่า เบื้องต้นที่ประชุมได้มีการหารือถึงความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีด) ไทย-จีน สัญญา 3-5 โคกกรวด-นครราชสีมา ระยะทาง 12.38 กิโลเมตร (กม.) วงเงิน 7,750 ล้านบาท ได้สั่งการให้ รฟท.เจรจากับชาวบ้านและพิจารณาว่าทางเลือกใดจะมีความเหมาะสมทั้งเวลาและงบประมาณ เบื้องต้นจะเลือกแนวทางที่ 4 ซึ่งเป็นการก่อสร้างทางยกระดับ ระยะทาง 7.3 กม. คาดว่าจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในไตรมาส 1/2567
นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้เร่งรัดการเชื่อมต่อเส้นทางรถไฟระหว่างไทย-ลาว-จีน ให้เกิดขึ้นก่อนภายในปี 2571 เพื่อสนับสนุนการขนส่งสินค้าชายแดนตามนโยบายรัฐบาล โดยเฉพาะการเชื่อมเข้าสถานีนาทา CY จังหวัดหนองคาย พร้อมทั้งเร่งรัดโครงการสะพานมิตรภาพไทย-ลาว หนองคาย-เวียงจันทน์ แห่งที่ 2 ขณะนี้กรมทางหลวง (ทล.) ได้ศึกษาความเหมาะสมด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรมและผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น วงเงิน 48 ล้านบาท เสร็จเรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้ รฟท.จะรับไปดำเนินการออกแบบรายละเอียดและดำเนินการก่อสร้างต่อไป อย่างไรก็ตาม จะนำข้อมูลในที่ประชุมครั้งนี้รายงานต่อที่ประชุมคณะกรรมการร่วมว่าด้วยการค้าการลงทุนและความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ไทย-จีน หรือ JC ซึ่งจะเกิดขึ้นภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2567 ต่อไป
ด้าน นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการ รฟท. กล่าวว่า ที่ประชุมให้เร่งรัดใหดำเนินโครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว หนองคาย-เวียงจันทน์ แห่งที่ 2 วงเงิน 2-3 พันล้านบาท ซึ่งขณะนี้ รฟท. อยู่ระหว่างเตรียมว่าจ้างที่ปรึกษาออกแบบรายละเอียดโครงการ และจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ซึ่งจะใช้งบประมาณในการดำเนินงาน 25 ล้านบาท โดยคาดว่าจะใช้เวลาออกแบบประมาณ 1 ปี คาดว่าจะเปิดประมูลและเริ่มก่อสร้างได้ภายในปี 2568
นายนิรุฒ กล่าวต่อว่า ส่วนของแนวทางแก้ไขปัญหาสัญญา 4-1 ช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง ระยะทาง 15.2 กม. ซึ่งเป็นช่วงใช้โครงสร้างร่วมกับโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) เชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) ในวันที่ 14 ธันวาคมนี้ เวลาประมาณ 10.00 น. จะมีการหารือร่วม 3 ฝ่าย ระหว่าง รฟท. ตัวแทนสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) และตัวแทนจากบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด เอกชนคู่สัญญา เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน
“รฟท.มีแนวทางแก้ไขปัญหาในเบื้องต้น หากการเจรจาร่วมกับภาคเอกชนยังไม่ได้ข้อสรุป ทาง รฟท.จะเดินหน้าลงทุนก่อสร้างทางร่วมช่วงดังกล่าวไปก่อน และเรียกเก็บค่าก่อสร้างจากเอเชีย เอรา วัน ในภายหลัง เพื่อให้งานก่อสร้างช่วงสัญญา 4-1 ไม่ล่าช้า” นายนิรุฒ กล่าว

