หน้าแรก เศรษฐกิจ ทช.ลุยต่อถนนไ...

ทช.ลุยต่อถนนไทยแลนด์ริเวียร่า 300 กม. สงขลา-ปัตตานี-นราธิวาส หลังสร้างเสร็จไปแล้ว 514 กม.

14.12.23 | 14:58 น.

ทางหลวงชนบท ผุดถนนเลียบชายฝั่งทะเลภาคใต้ เสร็จแล้วกว่า 514 กม. พร้อมเดินหน้าศึกษาความเหมาะสมแนวเส้นทางสงขลา-ปัตตานี-นราธิวาส ปี 67

วันที่ 14 ธันวาคม 2566 กรมทางหลวงชนบท (ทช.) ดำเนินโครงการก่อสร้างถนนเลียบชายฝั่งทะเลภาคใต้ (Thailand Riviera) เพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวถนนเลียบชายฝั่งทะเลด้านตะวันตกของอ่าวไทยให้เป็นถนนท่องเที่ยวระดับสากลในอนาคต พร้อมเพิ่มศักยภาพในการเดินทางให้ประชาชนสัญจรได้อย่างสะดวกปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ควบคู่กับการส่งเสริมเศรษฐกิจการท่องเที่ยวภายในประเทศอย่างยั่งยืน

ทช.ได้ดำเนินการตามที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบในโครงการพัฒนาการท่องเที่ยวถนนเลียบชายฝั่งทะเล ด้านตะวันตกของอ่าวไทย โดยครอบคลุมพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และระนอง เพื่อพัฒนาโครงข่ายถนนดังกล่าวให้มีความต่อเนื่องเป็นถนนท่องเที่ยวชายฝั่งทะเลระดับสากล ส่งเสริมเศรษฐกิจการท่องเที่ยวอย่างเป็นรูปธรรม ยกระดับคุณภาพชีวิตให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้รับความสะดวกปลอดภัย

ในการเดินทาง ตามนโยบายของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดย ทช.ได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างถนนเลียบชายฝั่งทะเล มาตั้งแต่ปี 2552 ถึงปัจจุบัน โดยได้ก่อสร้างไปแล้วเป็นระยะทาง 514.616 กิโลเมตร ทั้งนี้ เพื่อให้โครงข่ายถนนเลียบชายฝั่งทะเลภาคใต้มีความสมบูรณ์ต่อเนื่องมากยิ่งขึ้น ในปีงบประมาณ 2567 ทช.มีแผนที่จะดำเนินการศึกษาความเหมาะสมแนวเส้นทางท่องเที่ยวเลียบชายฝั่งทะเลภาคใต้ ช่วง สงขลา-ปัตตานี-นราธิวาส ระยะทางรวม ประมาณ 300 กิโลเมตร

นอกจากนี้ ในปี 2568 ทช.มีแผนที่จะดำเนินการพัฒนาโครงข่ายสายทางตามแนวเทือกเขาตะนาวศรีครอบคลุมพื้นที่ ตั้งแต่อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี ไปสิ้นสุดที่อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระยะทางรวมประมาณ 350 กิโลเมตร โดยร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ในการจัดทำแผนพัฒนาโครงการถนนเพื่อการท่องเที่ยว “ตะนาวศรีคีรีพัฒน์” ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการ Thailand Riviera ของ ทช. เพื่อเพิ่มศักยภาพโครงข่ายสายทางในพื้นที่ที่มีอยู่ในปัจจุบัน และพัฒนาเป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่มีความสะดวกปลอดภัยเป็นไปตามมาตรฐาน

Advertisement

รวมทั้งยังช่วยแบ่งเบาการจราจรบนถนนสายหลักในช่วงเทศกาล สามารถใช้เป็นเส้นทางเลี่ยงถนนเพชรเกษม (ทล.4) ได้อีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งการดำเนินการในเรื่องดังกล่าวนี้อยู่ภายใต้กรอบของยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (2561-2580) สอดคล้องกับวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์การพัฒนาของจังหวัดเพชรบุรีและจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตลอดจนเป็นไปตามยุทธศาสตร์การพัฒนาของกรมทางหลวงชนบทกระทรวงคมนาคมอีกด้วย