หน้าแรก เศรษฐกิจ ประเสริฐ โชว์...

ประเสริฐ โชว์รับตำแหน่ง 90 วันดันผลงาน 9 เรื่อง เล็งทุ่ม 200 ล. ผุดโครงการ 1 อำเภอ 1 ไอทีแมน

14.12.23 | 16:46 น.

ประเสริฐ โชว์รับตำแหน่ง 90 วันดันผลงาน 9 เรื่อง เล็งทุ่ม 200 ล. ผุดโครงการ 1 อำเภอ 1 ไอทีแมน

เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงอยู่ระหว่างจัดทำโครงการใหม่ “1 อำเภอ 1 ไอทีแมน” ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการได้ในปี 2567 โดยจะใช้งบประมาณราวม 200 ล้านบาท โดยตั้งเป้าให้ได้พนักงานไอทีประมาณ 800 คนกระจายออกไปทั่วประเทศ ซึ่งเป็นวงเงินที่ยอมรับได้ เนื่องจากเป้าหมายของกระทรวงดีอีเอส ต้องการเพิ่มกำลังคนด้านเทคโนโลยีอีกมาก

“กระทรวงดีอีเอสยังไม่มีการกระจายคนไปส่วนภูมิภาค จะมีก็แต่สำนักงานสถิติจังหวัด ต่อไปจะต้องมีสถิติและดิจิทัลจังหวัด และจะให้มีพนักงานไอทีราว 800 คน เพื่อออกไปประสานกับศูนย์เศรษฐกิจและดิจิทัลชุมชน หน่วยงานราชการ และออกไปให้ความรู้ประชาชนในระดับอำเภอ” นายประเสริฐกล่าว และว่า มีเป้าหมายเพิ่มศักยภาพการแข่งขันใน 3 ส่วนเพื่อให้ศักยภาพการแข่งขันทางดิจิทัลของไทยให้ติดท็อป 30 ของโลก และเป็นอันดับ 1 ในอาเซียน (ปัจจุบันอันดับ 3)

ได้แก่ 1.การสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยีทันสมัยอย่าง คลาวด์-เอไอ จึงได้ส่งเสริมและทำข้อตกลงกับบริษัทต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นไมโครซอฟท์ (Microsoft) กูเกิล (Google) และหัวเว่ย (Huawei) ซึ่งจะปลดล็อกมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 3 แสนล้าน และการทำโครงสร้างพื้นฐานใหม่นี้จะนำไปสู่ 2.ระบบความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล ที่สามารถแลกเปลี่ยน และทำให้รัฐบาลเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล และสุดท้าย คือ 3.การเพิ่มบุคลากรและกำลังคนด้านเทคโนโลยีให้สอดรับการพัฒนาเศรษฐกิจ

นายประเสริฐกล่าวว่า ทั้งนี้หลังจากรับตำแหน่ง รมว.ดีอีเอสครบ 90 วันนั้น มีผลงาน เด่น 9 เรื่อง คือ ศูนย์ต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ AOC 1441 เป็น One Stop Service แก้ปัญหาออนไลน์ สำหรับประชาชน ให้บริการ 24 ชม. และใช้ติดตามสถานการณ์ สั่งการ ปฏิบัติการป้องกันปราบปรามโจรออนไลน์ ซึ่งผลการดำเนินงานสำคัญ ระหว่างวันที่ 1-30 พฤศจิกายน 2566 ข้อมูลจากประชาชนติดต่อ 79,997 สาย ระงับบัญชีธนาคาร 7,996 บัญชี เฉลี่ย 15 นาที จับกุมแล้ว 389 ราย

Advertisement

ขณะเดียวกัน การปิดกั้นเว็บไซต์ที่ผิดกฎหมาย และเว็บพนัน ข้อมูลระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม-10 ธันวาคม 2566 มีการปิดกั้นเว็บไซต์หรือเพจผิดกฎหมายโดยรวมทุกประเภท สูงถึง 25,061 เว็บไซต์/เพจ เพิ่มขึ้น 10.0 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ปิดได้ 2,567 เว็บไซต์/เพจ ขณะที่การปิดกั้นเว็บพนันออนไลน์ ถึง 4,592 เว็บไซต์ เพิ่มขึ้น 17.5 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ปิดได้ 248 เว็บไซต์

นอกจากนี้ การแก้ปัญหาซิมม้า ได้กำหนดให้ผู้ใช้บริการมีการถือครองซิมเกิน 5 ซิม ต่อผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ จะต้องมีการมายืนยันตัวตนภายใน 30 วัน ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการของ คณะกรรมการ กสทช. และให้มีผลให้ต้องลงทะเบียน ไม่เกิน 30 วันนับแต่การออกประกาศ และได้กำหนดให้เป็นหน้าที่ของผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ ให้ดำเนินการตรวจสอบการใช้งานโทรศัพท์ที่ผิดปกติ ที่มีการโทรออกตั้งแต่ 100 สายต่อวัน หรือในเวลาสั้นๆ ส่งข้อมูล AOC 1441 ทำการระงับการใช้งาน และดำเนินการตามกฎหมายหากพบกระทำความผิด

นายประเสริฐกล่าวว่า ส่วนผลการดำเนินงานอื่นๆ อาทิ การดึงการลงทุนและพัฒนากำลังคนด้านเอไอและคลาวด์ โดยความร่วมมือกับบริษัทระดับโลก และประเมินว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 300,000 ล้านบาท ทั้งจากการลงทุนและพัฒนาบุคลากรในระยะ 5 ปี จากความร่วมมือ 3 บริษัท อาทิ ไมโครซอฟท์ หัวเว่ย และกูเกิล

เรื่องชุมชนโดรนใจ หรือ One Tambon One Digital  (OTOD) ชุมชนโดรนใจ เริ่มพฤศจิกายน 2566 มีเป้าหมายดำเนินการครบ 500 ชุมชน ในตุลาคม 2567 ประยุกต์ใช้โดรนเพื่อการเกษตร ให้บริการกว่า 4 ล้านไร่ทั่วประเทศ เกิดการยกระดับทักษะเกษตรกรกว่า 1,000 คน เกิดธุรกิจบริการโดรน 50 ชุมชน เกิดอาชีพใหม่ช่างโดรนชุมชน และเกิดศูนย์สอบอนุญาตการบินโดรน 5 ภูมิภาค และเกิดมูลค่าผลกระทบทางเศรษฐกิจกว่า 20,000 ล้านบาท

นายประเสริฐกล่าวว่า การผลักดันให้มีเพิ่มกำลังคนดิจิทัลผ่านการนำเข้ากำลังคนจากต่างประเทศ ผ่านการตรวจลงตรารูปแบบใหม่ (GDT Visa) ซึ่งมีเป้าหมายในการดึงดูดกำลังคน 2 ประเภท ได้แก่ 1.กำลังคนดิจิทัลสาขาขาดแคลนโดยเป็นผู้ที่จบการศึกษา รวมถึงผู้ที่กำลังศึกษาด้านดิจิทัลจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ 600 แห่งทั่วโลกที่ได้รับการรับรอง 2.ผู้ที่ทำงานโดยใช้เทคโนโลยีเป็นหลักในอุตสาหกรรมดิจิทัล และสามารถทำงานได้ทุกที่ที่มีอินเตอร์เน็ตและอุปกรณ์เครื่องคอมพิวเตอร์

เรื่องการสนับสนุนสตาร์ตอัพและเอสเอ็ม ด้วยบัญชีบริการดิจิทัลและมาตรการทางภาษี และเรื่องการยกระดับความสามารถการแข่งขันด้านดิจิทัลของไทยปี 2566 ดีขึ้น 5 อันดับ โดยไทยอยู่อันดับที่ 35 ในปี 2023 จากเดิม อันดับที่ 40 ใน ปี 2565

“ดีอีเอสตั้งเป้าหมายว่าจะผลักดันให้อันดับความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลของไทย จะต้องอยู่ใน 30 อันดับแรกของโลกภายในปี 2569 นี้ รวมถึงผลักดันโครงการต่างๆ ให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนสูงสุด” นายประเสริฐกล่าว