หน้าแรก เศรษฐกิจ พค.ยกเครื่อง ...

พค.ยกเครื่อง รับจดตั้ง ‘บริษัทใหม่’ เล็งสุ่มตรวจนอมินี 2.6 หมื่นราย

15.12.23 | 18:18 น.

พค.เร่งยกเครื่องระบบบริการ รองรับจดตั้งบริษัทใหม่ คาดปี’67 แตะ 1 แสนรายครั้งแรก เล็งสุ่มตรวจนอมินี 2.6 หมื่นราย


เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในปี 2567 กรมยังเดินหน้าการยกระดับและเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ ลดกฎระเบียบ ควบคู่กับการขับเคลื่อนการทำงานของกรมภายใต้วิสัยทัศน์ เป็นองค์กรภาครัฐชั้นนำด้านบริการดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบในปี 2570 และสร้างพลังขับเคลื่อนธุรกิจไทยให้ยั่งยืนด้วยนวัตกรรม ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรภาครัฐและเอกชน ช่วยเหลือธุรกิจและประชาชนในการเพิ่มรายได้ ลดภาระค่าใช้จ่าย เช่น จัดหาช่องทางตลาด หนุนขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ หาแหล่งทุนด้วยดอกเบี้ยอัตราพิเศษ จัดมหกรรมรวมพลัง SMEs ไทยปลายเดือนมีนาคม 2567 ครั้งแรกที่กรุงเทพฯ

จากนั้นออนทัวร์ให้ครบ 4 ภูมิภาค รวมถึงกรมอยู่ระหว่างขอมติ ครม.เห็นชอบร่างกฎหมายของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อลดต้นทุน และอำนวยความสะดวกการประกอบธุรกิจ เช่น ร่างกฎกระทรวงยกเลิกกฎกระทรวงซึ่งออกตามกฎหมายว่าด้วยหอการค้าบางฉบับที่ไม่เหมาะสมกับกาลปัจจุบัน พ.ศ. … (ยกเลิกค่าธรรมเนียมหอการค้า) และร่างกฎกระทรวงลดอัตราค่าธรรมเนียม สำหรับห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัดในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ พ.ศ. … เป็นต้น

นางอรมนกล่าวว่า ประกอบกับทิศทางการฟื้นตัวเศรษฐกิจ ตามการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง จะเป็นแรงกระตุ้นยอดจัดตั้งบริษัทใหม่เพิ่มขึ้น ดูจากแนวโน้มยอดยื่นตั้งบริษัทใหม่ 11 เดือนแรกปี 2566 รวมแล้วกว่า 8.1 หมื่นราย ทั้งปี 2566 คาดเกิน 8.5 หมื่นราย จึงตั้งเป้าจะผลักดันยอดจดตั้งบริษัทใหม่ปี 2567 แตะ 1 แสนราย และทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และพบว่าต่างชาติเข้ามาขอจดตั้งบริษัทในไทยเพิ่มขึ้น จากข้อมูล 11 เดือนแรกปีนี้

Advertisement

ประเทศที่เข้ามาลงทุนผ่านการจดทะเบียนนิติบุคคลตามกฎหมายไทย มากที่สุด 5 อันดับ ได้แก่ จีน 1,880 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 234% ทุนมากสุด อาทิ การผลิตอุปกรณ์ควบคุมและจ่ายไฟฟ้า ผลิตเหล็กและเหล็กกล้าแผ่น ผลิตเครื่องจักรใช้งานทั่วไป ตามด้วยสิงคโปร์ 704 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 321% จีน-ฮ่องกง 523 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 730% เมียนมา 136 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 401.73% และเยอรมนี 99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7,539%

นางอรมนกล่าวต่อว่า พร้อมกันนี้ กรมให้ความสำคัญและเข้มงวดการป้องปรามธุรกิจที่มีลักษณะนอมินี (คนไทยถือหุ้นแทนต่างชาติ) เพื่อหลีกเลี่ยงการขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ซึ่งปี 2567 มีแผนตรวจสอบบริษัทถือหุ้นโดยต่างด้าวว่าปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวหรือไม่ หรือส่อเป็นนอมินี ประมาณ 26,000 ราย ที่ส่วนใหญ่ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวและธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้อง ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และร้านอาหาร และ เน้นในพื้นที่เป้าหมายที่นักท่องเที่ยวนิยม 9 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี ชลบุรี ระยอง ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี และกรุงเทพฯ

การตรวจสอบ เช่น ธุรกิจที่คนต่างด้าวถือหุ้นไม่ถึงร้อยละ 50 ธุรกิจมีคนต่างด้าวเป็นผู้มีอำนาจกระทำการ การกำหนดให้สิทธิคนต่างด้าวมากกว่าคนไทยไม่ว่าจะเป็นเรื่องสิทธิการออกเสียงลงคะแนน สิทธิการรับเงินปันผล รวมทั้งสิทธิการรับคืนทุนเมื่อเลิกกิจการ เป็นต้น สำหรับผลการตรวจสอบปี 2566 ได้คัดเลือกตรวจสอบ 15,000 ราย พบว่า สงสัยอาจเสี่ยงเข้าข่ายนอมินี 400 ราย และตรวจสอบเชิงลึกพบกระทำผิดเข้าข่ายเป็นนอมินี 8 ราย ที่ประกอบธุรกิจด้านท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์ ในเชียงใหม่ ภูเก็ต และพัทยา ซึ่งเป็นการกระทำผิดตามกฎหมายผู้ประกอบการต่างด้าว ที่มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับตั้งแต่ 1 แสน ถึง 1 ล้านบาท และปรับรายวัน 1-5 หมื่นบาทต่อวัน ขณะที่บริษัทที่เหลือบางส่วนผิดกฎหมายของหน่วยงานอื่น ก็ได้ส่งเรื่องต่อให้หน่วยงานนั้นๆ แล้ว

“ผู้กระทำผิด ก็ไม่ใช่จะมีแต่จีน รัสเซียหรือคนยุโรป ก็มี ซึ่งการเพิ่มจำนวนตรวจสอบนอมินีปี 2567 มากขึ้นตามทิศทางของการฟื้นตัวของธุรกิจ โดยเฉพาะภาคท่องเที่ยว ค่อนข้างเพิ่มมาก และมักเป็นกลุ่มที่มีกระแสความกังวลเรื่องการเข้ามาลงทุนของต่างชาติ แต่ไม่ได้ทำถูกกฎหมายไทย” นางอรมนกล่าว