หน้าแรก เศรษฐกิจ ธ.กรุงไทย แจง...

ธ.กรุงไทย แจง ‘ทายาทเจ้าของโรงสี’ เงินไม่ได้หาย 500 ล้าน เพราะถอนไปหมดแล้ว

19.01.17 | 18:26 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณี นายภิญโญ ภิญโญชีพ ในฐานะสามี นางนันทา คุ้มบาง ผู้จัดการมรดก ของนายสง่า คุ้มบาง บิดาเจ้าของโรงสีสง่าพาณิชย์ ซึ่งเสียชีวิตแล้ว เดินทางมาร้องเรียน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ระบุว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการกระทำที่น่าจะไม่ชอบของเจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) จังหวัดปทุมธานี เนื่องจากนายสง่าที่เสียชีวิตไปแล้วได้ทำธุรกรรมทางการเงินกับธนาคารกรุงไทย มีการฝากเงินเข้าบัญชีทั้งแบบฝากประจำและฝากออมทรัพย์รวม 4 บัญชี ระหว่างปี 2526-2528 มีเงินฝากรวมกว่า 500 ล้านบาท ซึ่งบัญชีดังกล่าวนั้นได้จำนำกับทางธนาคาร เพื่อค้ำประกันการทำธุรกิจโรงสีฯ อย่างไรก็ตาม มีการฝากเงินที่มาจากการทำธุรกิจเข้าบัญชีโดยตลอด แต่กลับไม่มีเงินเข้าบัญชีดังกล่าว เมื่อจะขอตรวจสอบจากทางธนาคาร แต่ธนาคารกลับไม่ให้ตรวจสอบ ซึ่งจากการกระทำดังกล่าวทำให้กิจการโรงสีฯต้องปิดกิจการลงเนื่องจากขาดเงินทุนหมุนเวียน

ฝ่ายสื่อสารองค์กร ธนาคารกรุงไทย ได้เผยแพร่เอกสารชี้แจงกรณีเจ้าของโรงสีข้าวร้องขอความเป็นธรรมต่อนายกรัฐมนตรี เงินหายจากบัญชีธนาคารกรุงไทยกว่า 500 ล้านบาท ธนาคารกรุงไทยขอชี้แจงว่า นายภิญโญ ภิญโญชีพ และนายสง่า คุ้มบาง เคยเป็นลูกค้าสินเชื่อธนาคารกรุงไทย สาขาปทุมธานี และได้เคยใช้บัญชีเงินฝากประจำ ซึ่งเป็นของนายสง่า คุ้มบาง ทั้ง 4 บัญชีที่กล่าวอ้าง มาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันวงเงินสินเชื่อกับธนาคาร และก่อนที่นายสง่า คุ้มบาง จะเสียชีวิต ได้ถอนบัญชีเงินฝากดังกล่าวไปแล้ว ต่อมาลูกค้าได้ผิดนัดชำระหนี้ ธนาคารได้ฟ้องเรียกหนี้คืน ซึ่งหนี้ดังกล่าวได้ถูกโอนไปยังบริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิทแล้ว แต่ทายาทคิดว่า ยังมีบัญชีเงินฝากตามที่กล่าวอ้างอยู่ และได้ฟ้องแพ่งเรียกเงินคืนจากธนาคารทุนทรัพย์ 5,200 ล้านบาท เมื่อปี 2546 ซึ่งศาลฎีกาได้พิพากษายกฟ้อง ในปี 2552 ธนาคารไม่ต้องชดใช้ เนื่องจากธนาคารสามารถพิสูจน์ได้ว่า ลูกค้าไม่มีเงินฝากในบัญชีกับธนาคารจริงตามที่กล่าวอ้างไว้ ต่อมาในปี 2554 ลูกค้าได้ฟ้องธนาคารคดีอาญา ข้อหายักยอกทรัพย์ ซึ่งธนาคารได้พิสูจน์ว่า ลูกค้าไม่มีเงินฝากในบัญชีดังกล่าวจริง ตามที่กล่าวอ้างไว้ ศาลอาญาได้ยกฟ้อง ในปี 2556 เช่นเดียวกัน