หน้าแรก เศรษฐกิจ กสทช.ยันตรวจผ...

กสทช.ยันตรวจผลทำงาน ทรู-ดีแทค คุณภาพสัญญาณยังดี-ราคาแพคเกจ 299 ยังอยู่!

19.12.23 | 14:03 น.

กสทช.ยันตรวจผลทำงาน ทรู-ดีแทค คุณภาพสัญญาณยังดี-ราคาแพคเกจ 299 ยังอยู่!


จากกรณีการควบรวมระหว่างบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือทรู และบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ภายหลังจากการควบรวมกิจการส่งผลให้เกิดกระแสข่าวถึงการปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. และสำนักงาน กสทช. เกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ที่ได้รับผลกระทบจากการควบรวม เช่น ราคาแพคเกจแพงขึ้น คุณภาพสัญญาณแย่ลง รวมถึงเรื่องเสาสัญญาณที่หายไป

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า ตามที่มีกระแสข่าวว่าหลังการควบรวมกิจการระหว่าง ทรู-ดีแทค ทำให้ค่าบริการแพงขึ้น และคุณภาพสัญญาณแย่ลง สำนักงาน กสทช.ขอยืนยันว่าคณะอนุกรรมการติดตามผลการควบรวมกิจการ ได้ทำงานอย่างต่อเนื่อง แต่ต้องมีการเสนอรายงานให้ที่ประชุมบอร์ด กสทช.รับทราบก่อนจึงจะมีการเปิดเผยได้

ซึ่งรายงานผลจากการดำเนินงานหลังการควบรวมกิจการ 6 เดือนนั้น สำนักงาน กสทช.ได้รับรายงานจากทางทรูแล้ว แต่คณะอนุกรรมการหมดอายุลงในวันที่ 2 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ทำให้เรื่องยังค้างอยู่ แต่คณะทำงานก็ได้รวบรวมและทำรายงานอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่มีการเปิดเผยให้เอกขนและคนนอกรับทราบ

Advertisement

นายไตรรัตน์กล่าวว่า สำหรับประเด็นหลักตามกระแสสังคมได้พูดถึงอยากชี้แจง คือ 1.อัตราค่าบริการที่ลดลง 12% หรือไม่ เรื่องนี้ ตามที่ทรู-ดีแทค ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของ กสทช.ระบุว่าอัตราค่าเฉลี่ยบริการลดลง 12% โดยใช้วิธีการเฉลี่ยราคาใหม่ด้วยการถ่วงน้ำหนักตามจำนวนผู้ใช้บริการแต่ละรายการส่งเสริมด้านการขายภายใน 90 วัน หลังจากที่ได้มีการรวมธุรกิจ

ซึ่งทรูได้ส่งข้อมูลให้สำนักงาน กสทช.ตรวจสอบ และ กสทช.ได้ทำการสุ่มตรวจสอบข้อมูล สำหรับการลดราคาไม่ใช่ว่าผู้ใช้บริการเห็นโปรโมชั่นในท้องตลาดแล้วเข้าใจว่าไปลดราคาลง 12% แต่เป็นการลดราคาในการลดค่าเฉลี่ยว่าแพคเกจไหนประชาชนใช้เยอะ กสทช.จะนำมาเฉลี่ยผลลัพธ์ออกมา ซึ่งจากการตรวจสอบ ทรูยังทำตามมาตรฐานที่ได้กำหนด แต่จากรายงานที่คณะอนุกรรมการติดตามพบว่าราคาเฉลี่ยลดลงแน่นอน

อย่างไรก็ตาม การเฉลี่ยราคาโดยการถ่วงน้ำหนักจากแพคเกจที่มีผู้ใช้มาก ที่ว่าลดลง 12% นั้น ค่าเฉลี่ยคือราคาเท่าไหร่นั้น ตัวเลขเฉลี่ยเหล่านี้ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ต้องรอเข้าที่ประชุมบอร์ด กสทช.ให้รับทราบก่อน แล้วมติที่ประชุมจะให้เผยแพร่หรือไม่แล้วแต่นโยบาย

นายไตรรัตน์กล่าวว่า แต่ตามกระแสข่าวที่ระบุว่ามีราคาแพคเกจ 299 บาท และมีแพคเกจอื่นๆ ที่หายไปนั้น ยืนยันว่าแพคเกจนี้ยังมีการให้บริการอยู่ เนื่องจากลูกค้ารายเก่ายังใช้บริการอยู่ เมื่อครบกำหนดใช้บริการ 30 วัน แพคเกจจะหมดอายุ โดยผู้ให้บริการจะให้ผู้บริโภคเลือกว่าจะต่อแพคเกจเดิม หรือใช้แพคเกจใหม่ที่กำหนด ซึ่งแพคเกจจะมีการเปลี่ยนแปลงไปตามการออกแพคเกจของแต่ละค่าย ซึ่งผู้บริโภคสามารถเลือกได้

“ขณะที่ลูกค้ารายใหม่ที่ไม่ได้เห็ยแพคเกจ 299 บาท ที่เคยปรากฏในท้องตลาด ถ้าผู้ใช้บริการต้องการใช้แพคเกจสามารถสอบถามได้ ถ้าไม่ถามผู้ให้บริการอาจจะไม่ได้แนะนำ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่ายังมีแพคเกจราคานี้อยู่แน่นอน และยืนยันว่าไม่มีการบังคับลูกค้าให้เลือกใช้แพคเกจใดๆ” นายไตรรัตน์กล่าว

2.คุณภาพสัญญาณ โดยเงื่อนไขระบุว่าบริษัทจะต้องไม่ลดจำนวนระบบสื่อสัญญาณ หรือที่ตั้งเซลล์ (เซลล์ไซต์) เป็นสถานที่ที่ติดตั้งเครื่องรับ-ส่งสัญญาณ เพื่อรักษาคุณภาพและมาตรฐานของบริการที่ให้ประชาชนได้รับไม่ต่ำไปกว่าเดิม โดยเสาโทรคมนาคมข้างบนเสาจะเป็นเซลล์ไซต์ ที่ผ่านมา ในอดีตบ้านหนึ่งหลังมีโทรศัพท์ 3 ค่าย จะมีเสาสัญญาณรอบบ้าน จึงมีเรื่องร้องเรียนมาโดยตลอด ดังนั้น กสทช.จึงมีการกำหนดให้ใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน

ขณะเดียวกัน เมื่อทรู-ดีแทค รวมกันจึงได้ตรวจสอบพื้นที่ระหว่างเสาของทรูและเสาของดีแทค เสาไหนจะครอบคลุมประชาชนได้มากกว่า จึงจะเลือกเสานั้น ส่งผลให้มีบางจุดมีการยุบเสาไป แต่การยุบเสาไม่ได้หมายความว่าจะถอนเซลล์ไซต์ เพราะเงื่อนไขจะต้องไม่ลดเซลล์ไซต์ ทรูจึงโยกเซลล์ไซต์จากเสาที่ลดลงไปอยู่อีกเสาหนึ่ง

“อย่างไรก็ตาม ได้ตำหนิทรู หลังจากการยุบเสาควรจะแจ้งประชาชนก่อน เพราะการเคลื่อนเซลล์ไซต์ส่งผลให้สัญญาณ หรือมีการใช้อินเตอร์เน็ตช้าลง ดังนั้น การเคลื่อนไหวเซลล์ไซต์จะต้องมีการแจ้งก่อนว่าจะมีการเคลื่อนเซลล์ไซต์เมื่อไหร่ ทั้งนี้ เครื่องคุณภาพสัญญาณได้มีการออกสุ่มตรวจต่อเนื่อง สำนักงานใช้วิธีการซื้อซิมระดับกลางๆ ตรวจทุกรูปแบบ และทุกค่ายคุณภาพสัญญาณไม่ได้ลดลง” นายไตรรัตน์กล่าว

3.ข้อร้องเรียนเกี่ยวกับคุณภาพสัญญาณ ตามที่มีกระแสข่าวว่า ก่อนควบรวมทรู-ดีแทค 944 เรื่อง เป็นของทรู 637 เรื่อง และดีแทค 307 เรื่อง (มกราคม-4 สิงหาคม 2566) หลังควบรวมมี 836 เรื่อง (4 สิงหาคม-30 พฤศจิกายน 2566) และหากพิจารณาสถิติร้องเรียนตามประเด็นปัญหา ของ บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น (True-Dtac) หลังการควบรวม 659 เรื่องมีเครื่องเกี่ยวกับคุณภาพสัญญาณแค่ 17 เรื่อง ที่เหลือข้อมูลส่วนบุคคล ข้อความกวน ความสับสนในโปรโมชั่น และอื่นๆ

“สิ่งที่สำนักงานกล้ายืนยันคือ อะไรที่ทำให้ประชาชนเดือดร้อน เราไม่เคยคิดจะทำ” นายไตรรัตน์กล่าว