ทำใจ! ปีหน้าซื้อบ้านแพงขึ้น 5-10% เอฟเฟ็กต์ที่ดิน ค่าแรง วัสดุ ดอกเบี้ย ดันราคาพุ่ง

ทำใจ! ปีหน้าซื้อบ้านแพงขึ้น 5-10% เอฟเฟ็กต์ที่ดิน ค่าแรง วัสดุ ดอกเบี้ย ดันราคาพุ่ง

วันที่ 19 ธันวาคม นายประพันธ์ศักดิ์ รักษ์ไชยวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล ดับเบิลยู เอส วิสดอม แอนด์ โซลูชั่น จำกัด (LWS) บริษัทวิจัยและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในเครือ บมจ.แอล. พี. เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ เปิดเผยว่าแนวโน้มการเปิดตัวโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลในปี 2567 มีแนวโน้มที่จะเติบโต 5-10% ขณะที่การโอนกรรมสิทธิมีแนวโน้มใกล้เคียงกับปี 2566 หรือเติบโตไม่เกิน 5% ขึ้นกับอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2567 ความสามารถในการก่อหนี้ของผู้ซื้อ และการพิจารณาสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของสถาบันการเงิน

นายประพันธ์ศักดิ์กล่าวว่า โดยคาดการณ์ไว้ 3 กรณี คือ กรณีดีสุดเศรษฐกิจไทยเติบโตไม่น้อยกว่า 3.5-4% จะทำให้มีการเปิดตัวโครงการใหม่ 110,000-115,000 หน่วย มูลค่า 497,000-520,000 ล้านบาท เติบโต 5-10% กรณีปกติเศรษฐกิจไทยเติบโต 2.5-3% ทำให้มีการเปิดตัวใหม่ 107,000-110,000 หน่วย มูลค่า 481,000-497,000 ล้านบาท หรือเติบโต 3-5% และกรณีที่แย่ที่สุดเศรษฐกิจไทยเติบโตน้อยกว่า 2.5%
การเปิดตัวใหม่จะปรับลดลงมาใกล้เคียงกับปี 2566 หรือลดลงไม่น้อยกว่า 5%

“การเปิดตัวโครงการใหม่ปี 2566 ติดลบ 5-8% จากปี 2565ขณะที่มูลค่าปรับตัวสูงขึ้น10-15% โดยมีเปิดตัว 103,000 หน่วย คิดเป็นมูลค่า 457,000 ล้านบาท โดย 52% ของจำนวนหน่วยเปิดตัวใหม่เป็นบ้านพักอาศัย และ 48% เป็นอาคารชุดพักอาศัย ขณะที่สร้างเสร็จพร้อมขายและอยู่ระหว่างการก่อสร้างของ 39 บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯอยู่ที่ 663,188.48 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.43% ใช้เวลาระบาย 2 ปี 6 เดือน”นายประพันธ์ศักดิ์กล่าว

Advertisement

นายประพันธ์ศักดิ์กล่าวว่า สำหรับปัจจัยเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่ออสังหสฯ ในปี 2567 นอกจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย มีอีก 4 ปัจจัยเสี่ยงที่กระทบโดยตรง ได้แก่ 1. อัตราดอกเบี้ย ที่มีแนวโน้มทรงตัวอยู่ในระดับสูง ส่งผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินของผู้ประกอบการและผู้ซื้อที่อยู่อาศัย ทำให้ต้นทุนในการพัฒนาโครงการและซื้อที่อยู่อาศัยสูงขึ้นในปี 2567

2. การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำตามนโยบายของรัฐบาลที่ 400 บาทต่อวัน กระทบต้นทุนการดำเนินงานของผู้ประกอบการและเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้ราคาที่อยู่อาศัยปรับตัวสูงขึ้น 3. ราคาวัสดุก่อสร้างมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ตามราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น กระทบต้นทุนก่อสร้างและราคาที่อยู่อาศัยปรับตัวสูงขึ้น 4. ความเข้มงวดการอนุมัติสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของสถาบันการเงิน ซึ่งกระทบต่อกำลังซื้อในตลาด โดยปี 2566 มีอัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่ระดับ 60-65% จากยอดการขออนุมัติสินเชื่อ

“ปี 2567 ธนาคารแห่งประเทศไทยยังคงมีนโยบายทางการเงินที่เข้มงวดในการพิจารณาสินเชื่อของสถาบันการเงิน เพราะภาระหนี้ครัวเรือนที่สูง และสัดส่วนหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือNPL
กลุ่มสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยยังคงอยู่ในสัดส่วนที่สูง จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำลังซื้อที่อยู่อาศัยในตลาดโดยเฉพาะระดับราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท ขณะที่ราคาที่อยู่อาศัยมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น 5-10% ผลจากราคาที่ดิน ค่าแรง ราคาวัสดุก่อสร้างและดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้น”นายประพันธ์ศักดิ์กล่าว

นายประพันธ์ศักดิ์ รักษ์ไชยวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล ดับเบิลยู เอส วิสดอม แอนด์ โซลูชั่น จำกัด (LWS) บริษัทวิจัยและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในเครือ บมจ.แอล. พี. เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์
QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image