เปิดเช้านี้ บาทแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย คาดธนาคารทยอย ‘ลดดอกเบี้ย’ ได้ในปีหน้า

เงินบาทมีจังหวะอ่อนค่าลงตามเงินเยน รับผลการประชุมญี่ปุ่นยังผ่อยคลาย

เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 34.86 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ 34.99 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 34.75-35.00 บาทต่อดอลลาร์

นายพูนกล่าวว่า โดยในช่วงคืนก่อนหน้า ค่าเงินบาททยอยแข็งค่าขึ้น (แกว่งตัวในช่วง 34.77-35.03 บาทต่อดอลลาร์) โดยเป็นการเคลื่อนไหวไปตามทิศทางเงินดอลลาร์ที่ทยอยอ่อนค่าลง หลังผู้เล่นในตลาดต่างรอลุ้นปัจจัยใหม่ๆ อาทิ รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟดในช่วงที่เหลือของสัปดาห์

นอกจากนี้ เงินบาทยังได้แรงหนุนจากโฟลว์ธุรกรรมขายทำกำไรทองคำ หลังราคาทองคำปรับตัวขึ้นทดสอบโซนแนวต้านอีกครั้ง ท่ามกลางมุมมองของบรรดาผู้เล่นในตลาดที่คงมองว่า บรรดาธนาคารกลางหลักต่างมีแนวโน้มทยอยลดดอกเบี้ยลงได้ในปีหน้า ส่วนผลการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ล่าสุด ก็ยังสะท้อนว่า BOJ จะยังคงใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายต่อไปในช่วงนี้

Advertisement

นายพูนกล่าวว่า สำหรับวันนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มนโยบายการเงินของทั้งธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) ผ่านรายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ของอังกฤษ รวมถึง ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ ECB

ส่วนในฝั่งสหรัฐฯ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค โดย Conference Board ในเดือนธันวาคม ซึ่งหากดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวขึ้น ดีกว่าคาด ก็จะยิ่งหนุนภาพเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยรวมที่ยังคงแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในส่วนของการบริโภคภาคเอกชน ทำให้มีโอกาสที่ผู้เล่นในตลาดอาจเริ่มปรับเปลี่ยนมุมมองต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟดได้บ้าง

นายพูนกล่าวว่า สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาท เราประเมินว่า เงินบาทยังมีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบ 34.75-35.00 บาทต่อดอลลาร์ เนื่องจากเงินบาทก็ยังขาดปัจจัยใหม่ๆ ทั้งในฝั่งอ่อนค่า หรือ แข็งค่าที่ชัดเจน นอกจากนี้ จังหวะการกลับมาแข็งค่าขึ้นของเงินบาท ก็เริ่มเผชิญแรงซื้อเงินดอลลาร์จากผู้เล่นในตลาดบางส่วน ทั้งในส่วนของผู้นำเข้า หรือ ผู้เล่นในตลาดที่มีสถานะ Long THB (มองเงินบาทแข็งค่า)

ทำให้โซน 34.75 บาทต่อดอลลาร์ ก็อาจยังเป็นแนวรับในช่วงนี้ ขณะเดียวกัน แม้ว่าเงินบาทจะมีจังหวะอ่อนค่าลง ตามเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) หลังรับรู้ผลการประชุม BOJ ตามที่เราประเมินไว้ ทว่า เงินบาทก็ยังติดโซนแนวต้านแถว 35.00 บาทต่อดอลลาร์ จากโฟลว์ขายทำกำไรทองคำ รวมถึง โฟลว์ธุรกรรมขายเงินดอลลาร์ของผู้ส่งออกบางส่วน

ทั้งนี้ ควรจับตาความผันผวนในช่วงตลาดทยอยรับรู้ รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ของอังกฤษและดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐฯ ในวันนี้ เพราะหาก อัตราเงินเฟ้อ CPI อังกฤษ ชะลอลงกว่าคาด ก็จะยิ่งสะท้อนโอกาสที่ BOE อาจทยอยลดดอกเบี้ยลงได้ในปีหน้า ซึ่งอาจกดดันให้ เงินปอนด์อังกฤษ (GBP) มีโอกาสอ่อนค่าลงได้บ้าง ขณะเดียวกัน หากภาพดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมกับการที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าคาดชัดเจน ก็จะยิ่งหนุนให้ เงินดอลลาร์พลิกกลับมาแข็งค่าขึ้น และกดดันให้เงินบาทผันผวนอ่อนค่าลงได้บ้าง

อนึ่ง ควรจับตาทิศทางราคาทองคำอย่างใกล้ชิดเช่นกัน หลังราคาทองคำเริ่มแกว่งตัวในกรอบที่มีโซนแนวรับ-แนวต้านในระยะสั้นและพร้อมที่จะเลือกทิศทางในระยะถัดไป ซึ่งโฟลว์ธุรกรรมทองคำยังคงส่งผลกระทบต่อทิศทางเงินบาทได้พอสมควรในช่วงนี้

“ทุกสินทรัพย์ยังอยู่ในช่วงเผชิญความผันผวนสูง ผู้ประกอบการควรใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลาย อาทิ Option เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน และการเลือกทำธุรกรรมในสกุลเงินท้องถิ่น (Local Currency)ซึ่งผู้ประกอบการควรเปรียบเทียบต้นทุนในการทำธุรกรรมและแผนการป้องกันความเสี่ยงก่อนตัดสินใจทุกครั้ง”นายพูนกล่าว

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image