รู้จัก CFO Platform รองรับธุรกิจไทย มุ่งก๊าซเรือนกระจกศูนย์
ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) ได้จัดงานเปิดตัวแพลตฟอร์มรายงานปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกระดับองค์กร (Carbon Footprint for Organization Platform: CFO Platform) เพื่อเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ CFO Platform ที่พัฒนาขึ้นต่อสาธารณะ ช่วยส่งเสริมให้องค์กรมีการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ระดับองค์กรเพิ่มขึ้น และใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการข้อมูล เพื่อมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions)
โดยระบบการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร หรือ CFO โดย อบก. เป็นเครื่องมือที่สำคัญในการขับเคลื่อนการผลิตและบริโภคที่ยั่งยืนของประเทศไทย เป็นไปตามยุทธศาสตร์กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560 – 2579) ยุทธศาสตร์ที่ 4 การเติบโตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ที่กำหนดเป้าหมายไว้คือ แนวทางการผลิตและบริโภคที่ยั่งยืน เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน โดย อบก. ได้พัฒนาการรายงาน CFO ในรูปแบบดิจิทัลแพลตฟอร์ม เพื่อยกระดับไปสู่ การรับรอง Net Zero ในระดับองค์กร ซึ่งจะทำให้องค์กรภาคธุรกิจ สามารถบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกในระดับองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยั่งยืน และต่อเนื่อง โดยการกำหนดเป้าหมายและกรอบเวลาในการดำเนินการได้อย่างชัดเจน อาจกล่าวได้ว่า ภาคเอกชน เป็นหนึ่งในฟันเฟืองเศรษฐกิจที่สำคัญของกลไกการขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย ในการบรรลุเป้าหมาย Net Zero Emissions ในอนาคตต่อไป
ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ประธานกรรมการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก กล่าวว่า ทิศทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภาคอุตสาหกรรมการผลิตและบริการจะมุ่งสู่การผลิตและการบริโภคแบบคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน ดังนั้น การเตรียมความพร้อมทั้งภาคผลิตและภาคบริการของไทยจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะสนับสนุนและส่งเสริมให้ภาคธุรกิจดังกล่าว สามารถเพิ่มศักยภาพและยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดโลก รวมถึงสร้างแรงจูงใจให้เกิดการลงทุนของธุรกิจคาร์บอนต่ำที่สอดคล้องกับโมเดลเศรษฐกิจ BCG และยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำของประเทศ
นายเกียรติชาย ไมตรีวงษ์ ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก กล่าวว่า องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก หรือ อบก. ได้พัฒนาระบบการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization) หรือ CFO เพื่อให้ภาคธุรกิจใช้เป็นเครื่องมือในการประเมินปริมาณการปล่อยและการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกขององค์กร นำผลที่ได้ไปกำหนดแนวทางลดการใช้พลังงาน และลดก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยปัจจุบันมีองค์กรที่มีการประเมินและผ่านการรับรองจาก อบก. แล้วจำนวนทั้งสิ้น 1,033 องค์กร แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นต่อเป้าหมาย Net Zero ตลอดจนสามารถใช้ข้อมูล CFO รายงานต่อสาธารณะ อันจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในเวทีการค้าระหว่างประเทศ และเพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถประเมิน CFO ได้สะดวกยิ่งขึ้น
“อบก. จึงได้พัฒนารูปแบบการประเมินให้อยู่ในรูปแพลตฟอร์มดิจิทัล หรือ CFO Platform ขึ้น โดยสามารถใช้เป็นเครื่องมือประเมิน CFO ตามมาตรฐานที่กำหนดได้ถูกต้อง สะดวก และรวดเร็ว รวมทั้งรองรับระบบการรับรอง Net Zero ที่ อบก. ได้พัฒนาขึ้นใหม่ อบก. คาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่า CFO Platform นี้ จะสามารถช่วยลดภาระในการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก เป็นเครื่องมือในการกำหนดเป้าเพื่อมุ่งสู่ Net Zero และใช้ในการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ให้แก่ผู้ประกอบการไทยต่อไป”นายเกียรติชายกล่าว
นายพิชัย จิราธิวัฒน์ ประธานคณะกรรมการพลังงาน หอการค้าไทย กล่าวว่า กระแสโลกเรื่อง Climate Change เป็นเรื่องที่สำคัญมากและทุกคนต้องลงมือแก้ปัญหานี้ด้วยกันโดยเฉพาะภาคธุรกิจ เป็นภาคส่วนที่มีศักยภาพในการช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมต่างๆ ตลอดสายโซ่อุปทาน จากกฎข้อบังคับทางการค้าและมาตรการต่าง ๆ ทำให้ภาคเอกชนมีความตื่นตัวในการเร่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วยการตั้งเป้าหมาย Net Zero ที่เร็วคือไม่น้อยกว่า 15 ถึง 35 ปี โดยมีองค์กรขนาดใหญ่หลายแห่งตั้งเป้าไว้ที่ปี 2050 หรือบางองค์กรตั้งเป้าอย่างท้าทายไว้ที่ปี 2030 ขณะที่ประเทศไทยกำหนดเป้าไว้ในปี 2065
นายพิชัยกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ขนาดและศักยภาพของแต่ละธุรกิจมีไม่เท่ากัน รายใหญ่อาจมีมากกว่ารายเล็ก แต่ที่สำคัญ คือ ทุกรายต้องช่วยกันทำ ช่วยสนับสนุนกัน เพราะนี่เป็นทางรอดที่ต้องไปพร้อมกันหมด ไม่ทิ้งใครไว้ด้านหลัง ดังนั้น ความพร้อมของแต่ละองค์กรในเวลานี้ ขึ้นอยู่กับกำลังและทรัพยากรที่ตนเองมีเป็นหลัก และก็มีแผนดำเนินงานแตกต่างกันไป แต่ส่วนสำคัญ คือ ต้องมุ่งเน้นการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในการดำเนินธุรกิจของตัวเองให้ได้ก่อน หรือ ที่เรียกว่า Decarbonization ซึ่งภาคธุรกิจได้เริ่มดำเนินกันอย่างแพร่หลาย เช่น เปลี่ยนมาใช้ขนส่งคาร์บอนต่ำ ด้วยยานยนต์ไฟฟ้า การใช้บรรจุภัณฑ์ และส่งเสริมสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การคิด ทำ ใช้ ด้วยแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน การบริหารจัดการขยะ ตลอดจนการลงทุนในธรุกิจใหม่ ๆ ที่แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ลงทุนในธรุกิจสีเขียว
“นอกเหนือจากการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ธุรกิจตัวเองแล้ว เราก็ต้องช่วยกันเพิ่มพื้นที่สีเขียว ช่วยกันปลูกป่า เพื่อดูดซับคาร์บอน ช่วยกันอนุรักษ์ฟื้นฟูระบบนิเวศด้วย ตรงนี้ก็สำคัญมากเช่นกันเพื่อช่วยประเทศขับเคลื่อนสู่ Net Zero แต่เหนือสิ่งอื่นใดทั้งหมดที่ทุกองค์กรต้องรู้ คือ แต่ละองค์กรนั้นปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่าไร เพื่อเป็นฐานในการตั้งเป้าหมายและดำเนินการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งก็คือวัตถุประสงค์ที่เรามาร่วมเปิดการใช้ CFO Platform กันในวันนี้”นายพิชัยกล่าว
สำหรับการจัดงานเปิดตัว CFO Platform ครั้งนี้ เป็นการจัดงานในรูปแบบ “Carbon Neutral Event” คือมีการคำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการจัดงานจำนวน 5 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และจัดหาคาร์บอนเครดิตมาชดเชยเท่ากับปริมาณการปล่อยทั้งหมด โดย Central Group และสถาบันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้สนับสนุนให้เกิดการชดเชยคาร์บอนเครดิตจากโครงการ T-VER เพื่อให้งานเปิดตัว CFO Platform ในวันนี้ ได้รับการรับรองเป็น Carbon Neutral Event จาก องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ต่อไป

