หน้าแรก เศรษฐกิจ สกู๊ปหน้า 1 ม...

สกู๊ปหน้า 1 มติชน : ส่อง 7 วัน นำร่อง เปิดผับ-บาร์ถึงตี4 ปลุกเที่ยว – เศรษฐกิจ

24.12.23 | 05:50 น.

สกู๊ปหน้า 1 มติชน : ส่อง 7 วัน นำร่อง เปิดผับ-บาร์ถึงตี4 ปลุกเที่ยว – เศรษฐกิจ

 

รัฐบาลไฟเขียวมาตรการเปิดสถานบริการถึง 04.00 น. ที่เริ่มไปตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคมที่่ผ่านมา ทั้งนี้ การเปิดผับถึง 04.00 น. ไม่ใช่การเปิดทุกร้าน แต่เป็นการเปิดให้เฉพาะร้านที่เข้าเกณฑ์ในพื้นที่นำร่อง 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ ภูเก็ต ชลบุรี เชียงใหม่ และ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี รวมถึงร้านที่อยู่ในโรงแรม ประเภทร้านที่จะเปิดได้ เช่น ร้านที่มีเวทีเต้นรำ มีดนตรีสด โรงน้ำชา ผับ คาราโอเกะ เธค เป็นต้น

ทั้งนี้ ร้านสถานประกอบการต้องเข้มงวด 3 ขั้นตอนหลัก คือ 1.วัดแอลกอฮอล์ลูกค้า 2.หากแอลกอฮอล์เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ต้องจัดหาที่พักคอย 3.หากลูกค้าไม่ยอมพักต้องหาคนขับแทน หรือหารถส่งลูกค้าโดยให้ลูกค้าจ่ายเองและห้าม คือ ห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี และคนเมาที่คุมสติไม่ได้

ผ่านมากว่า 1 สัปดาห์ ผู้ประกอบการในพื้นที่นำร่องมองการตอบรับที่ได้เพื่อหวังกระตุ้นการท่องเที่ยวอย่างไรบ้าง

Advertisement

นางลำพึง (ลิซ่า) แฮมิลตัน นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืน จ.ชลบุรี ระบุว่า ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาธุรกิจในพื้นที่พัทยาดีขึ้นเรื่อยๆ ถึงแม้ว่าจะไม่ดีเหมือนในอดีตที่ผ่านมาก็ตาม เพราะช่วงนี้ไฮซีซั่นจะมีนักท่องเที่ยวหนีหนาวมาพัทยาจำนวนมาก แต่ขณะนี้หลายโรงแรม ที่พักหลายแห่งยังไม่เต็ม อย่างไรก็ตามในฐานะที่ดูแลเกี่ยวกับสถานบริการ ขณะนี้สถานบริการหลายแห่งมีการปรับตัว เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะมาตรการภาครัฐที่สั่งให้มีการเฝ้าระวัง อาทิ ยาเสพติด อาวุธปืน เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ห้ามเข้าสถานบริการ การดูแลนักท่องเที่ยวกรณีมีอาการมึนเมา ควรจัดหาที่พักคอย หรือเรียกแท็กซี่นำลูกค้ากลับที่พัก

นอกจากนี้ สถานบริการหลายแห่งเป็นห่วงในเรื่องการ์ด หรือผู้ดูแลสถานบริการทำร้ายนักท่องเที่ยว ซึ่งทางด้านตำรวจท่องเที่ยวได้ดำเนินการฝึกอบรมการ์ด ที่จะไปดูแลสถานบริการรุ่นแรกแล้วประมาณ 100 กว่าคน พร้อมทั้งออกบัตรในการปฏิบัติหน้าที่ ถือว่าเป็นมาตรการที่ดีอย่างหนึ่ง จะได้ลบภาพเกี่ยวกับการ์ดทำร้ายนักท่องเที่ยว สำหรับห้วงเวลา 1 สัปดาห์ที่ให้สถานบริการปิดได้ถึงตี 4 ยังไม่พบว่ามีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น การที่ให้ปิดสถานบริการตี 4 สร้างความดีใจให้กับพนักงานอย่างมากมาย เพราะได้ทั้งเงินทิปจากนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งได้เงินล่วงเวลาหรือโอเวอร์ไทม์เพิ่มขึ้นอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม สมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเคยเสนอเรื่องให้คณะกรรมาธิการท่องเที่ยว อยากให้พัทยาเปิดได้ตลอด 24 ชั่วโมง ก็หวังว่าทางรัฐบาลจะได้มีการพิจารณาในเรื่องนี้ ซึ่งในความเป็นจริงการเปิดสถานบริการ 24 ชั่วโมงนั้น ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ก็ไม่ได้เปิดตลอด 24 ชั่วโมง แต่จะเป็นส่วนดีในเรื่องของแง่กฎหมาย เพราะสถานบริการรู้อยู่แล้วว่าควรจะปิดจะเปิดในช่วงเวลาใดถึงจะอยู่ได้ เช่น บาร์เบียร์ตี 2 ก็จะปิดแล้วเพราะไม่มีผู้ใช้บริการ

ช่วงนี้สถานบริการทุกแห่งได้พยายามปฏิบัติตามที่รัฐบาลร้องขออยู่แล้ว เพราะเกรงว่าหากมีการร้องเรียนขึ้นมาและรัฐบาลไม่อนุญาตให้เปิดถึงตี 4 ผลกระทบก็จะเกิดกับผู้ประกอบการเอง จึงได้พยายามเน้นย้ำสถานบริการที่อยู่ใกล้ชุมชน ควรมีมาตรการไม่ให้เสียงออกไปรบกวนบ้านข้างเคียง

อยากให้รัฐบาลช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยเชิญชวนนักท่องเที่ยวในประเทศต่างๆ ให้มาเที่ยวในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น ไม่เฉพาะแต่นักท่องเที่ยวชาวจีน อินเดีย ซาอุดีอาระเบีย คาซัคสถาน แต่ควรชักชวนนักท่องเที่ยวในแถบยุโรป อเมริกา ออสเตรเลีย เข้ามาเที่ยวประเทศไทย โดยเฉพาะวีซ่า อยากให้นานถึง 6 เดือน เพราะนักท่องเที่ยวบ่นกันมากได้วีซ่าเข้าประเทศไทยเวลาน้อยมาก และเกิดการกังวลเกี่ยวกับการต่อวีซ่า หากได้นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เข้ามาในประเทศไทย เชื่อว่าสถานการณ์การท่องเที่ยวในประเทศไทยจะดีขึ้นอีกมาก เพราะนักท่องเที่ยวเหล่านี้มีการใช้จ่ายทุกสถานบริการ รวมทั้งมีการจับจ่ายใช้สอยกับพ่อค้า แม่ค้า ผู้ประกอบธุรกิจด้านอื่นๆ อีกด้วย ฝากถึงรัฐบาลเกี่ยวกับมาตรการดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาในประเทศได้ ก็จะส่งผลดีต่อผู้ประกอบการในพื้นที่พัทยา รวมทั้งจังหวัดอื่นๆ ที่สามารถเปิดสถานบริการได้ถึงตี 4 จะเกิดผลดีต่อประเทศไทยโดยรวม เพราะจะได้มีเม็ดเงินเข้ามาหมุนเวียน ส่งผลให้เศรษฐกิจภายในประเทศดีขึ้น

ขณะที่ นายธนิต ชุมแสง นายกสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิง จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า สำหรับเชียงใหม่มีร้านที่เปิดให้บริการไม่ถึง 10 ร้านด้วยซ้ำ ถือว่าไม่มีผลตอบรับอะไรเลย เพราะเชียงใหม่มี 10,000 ร้าน แต่ขออนุญาตเปิดถึงตี 4 แค่ 9 ร้าน เรียกว่า 0.01% แค่นั้นเองนะ ไม่มีผลอะไรเลยที่จะมากระตุ้นเศรษฐกิจ ดังนั้น สิ่งที่เราอยากเรียกร้องให้รัฐบาล คือ การแก้ไขปัญหาหมอกควัน ไฟป่า ไม่ให้เกิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM2.5 ที่จะเกิดในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ มีนาคม เมษายน น่าจะดีกว่า เพราะการเปิดสถานบันเทิงถึงตี 4 ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น ไม่ได้ผลอะไรที่จะครอบคลุมทั้งจังหวัด

ด้าน นายศิริพงษ์ พัฒนกิติกุล ผู้จัดการร้านโกลด์ สตาร์ คาราโอเกะ จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ทางร้านมีสิทธิเปิดถึงเวลา 04.00 น. เพราะมีการขออนุญาตไว้ แต่เราปิดจริงแค่ 02.00 น. เท่านั้น เพราะลูกค้าหมดตั้งแต่เวลา 01.00-01.30 น. ไม่มีนักเที่ยวแล้ว ซึ่งลูกค้าของเราส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ คือ เกาหลี จีน และญี่ปุ่น ช่วงนี้ก็จะเป็นเกาหลี มีมาทั้งสองแบบ คือ แบบครอบครัว และมาแบบกลุ่มชายล้วนๆ ในวัยทำงาน มาร้องเพลงกับน้องๆ ดื่มแล้วก็กลับ กลุ่มนี้จะมาแบบเช้าถึงบ่ายไปตีกอล์ฟ เย็นไปนวด กินข้าว และพอค่ำก็จะมาร้องเพลงพอสองสามทุ่มก็กลับโรงแรมแล้ว ถามว่าเปิดถึงตี 4 ดีมั้ย ตอบได้เลยว่าตอนนี้ยังไม่มีผลอะไร แต่อนาคตยังไม่รู้เหมือนกันว่าจะดีหรือเปล่า หรือจะมีลูกค้ามาเพิ่มมาเที่ยวรอบดึกหรือไม่ แต่คนไทยนี่บอกเลยว่าน้อยมาก และตอนนี้จีนจากแผ่นดินใหญ่ก็ยังไม่กลับมา มีแต่จีนจากไต้หวัน ฮ่องกง และมาเลเซีย ซึ่งประหยัดกว่า ต่างจากจีนแผ่นดินใหญ่นี่จ่ายจริงจ่ายหนัก เที่ยวสนุก

นายศิริพงษ์กล่าวว่า ก็ต้องปรับกลยุทธ์ไปเพื่อให้อยู่ได้ ทุกวันนี้เรามีพนักงานเหลือประมาณ 50 คน รวมเด็กนั่งดริงก์ด้วยซึ่งเขาก็จะหมุนเวียนไป คงต้องรอคนเที่ยวกระเป๋าหนัก ส่วนเรื่องเมาแล้วขับออกไปเกิดอุบัติเหตุ ของเราไม่มีแน่ เพราะส่วนใหญ่มารถตู้ รถบัส ร้องเพลงเมาแล้ว 2 ชั่วโมง นั่งรถกลับโรงแรมไม่ต้องห่วง แต่เราก็เตรียมห้องพักและรถไว้ 2-3 คัน เพื่อส่งกลับที่พัก ของเราเป็นคาราโอเกะก็ไม่มีปัญหาอะไร ต่างจากผับบาร์เขาก็จะเป็นอีกแบบ ก็เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่จะดูแล

ส่วน นายวีรวิชญ์ เครือสมบัติ ประธานชมรมผู้ประกอบการสถานบันเทิงหาดป่าตอง กล่าวว่า จากการขยายระยะเวลาเปิดสถานบริการสถานบันเทิงในพื้นที่บางลาป่าตอง เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม ส่งผลให้เศรษฐกิจดียิ่งขึ้น พบว่ารายได้เพิ่มขึ้นเงินสะพัดประมาณ 100 ล้านบาทต่อคืน เป็นรายได้เฉพาะซอยบางลาป่าตองพื้นที่เดียวเท่านั้น ส่วนพื้นที่อื่นในป่าตองที่อยู่ในพื้นที่โซนนิ่งยังไม่มีการสำรวจในเรื่องนี้ และพบว่ามีการจ้างงานที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ 99% เป็นชาวต่างชาติ อีก 1% เป็นคนไทย ทางผู้ประกอบการบูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางมาตรการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวที่เข้ามาใช้บริการ การตั้งจุดตรวจคัดกรองหัวซอยท้ายซอยบางลาป่าตอง การดูแลเรื่องความสะอาด การดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว การให้บริการจัดรถไปส่งถึงโรงแรมหากนักท่องเที่ยวไม่สามารถขับรถได้ ซึ่งได้เน้นความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยว

ถือเป็นเสียงสะท้อนผู้ประกอบการในพื้นที่นำร่องที่ฝากไปถึงรัฐบาล