หน้าแรก เศรษฐกิจ ม.หอการค้าฯ ช...

ม.หอการค้าฯ ชี้ อีซี่อี-รีซีท ช่วยพยุง ศก.ปี 67 คาดร่วมโครงการ 5 แสน -1 ล้านคน เม็ดเงินสะพัด 3-5 หมื่นล้านบาท

24.12.23 | 06:45 น.

ม.หอการค้าฯ ชี้ อีซี่อี-รีซีท ช่วยพยุง ศก.ปี 67 คาดร่วมโครงการ 5 แสน -1 ล้านคน เม็ดเงินสะพัด 3-5 หมื่นล้านบาท


เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เปิดเผยว่า ขณะนี้ประเทศไทยขาดแรงสนับสนุนทางด้านเศรษฐกิจ นับตั้งแต่รัฐบาลเก่าประกาศยุบสภา คือเมื่อเดือนมีนาคม 2566 และกว่าจะมีนายกรัฐมนตรี ก็คือเดือนสิงหาคม จนมาถึงการขับเคลื่อนงานรัฐบาลด้วยคณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบัน ก็คือเริ่มต้นเมื่อเดือนกันยายน 2566 และกว่าจะถึงพฤษภาคม 2567 เศรษฐกิจไทยก็ยังไม่มีเงินงบประมาณแผ่นดิน ที่จะมาช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อย่างเต็มที ดังนั้น การมีโครงการ อีซี่อี-รีซีทที่ออกมาในช่วงต้นปี 2567 จึงเป็นโครงการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจโครงการแรกของรัฐบาล ที่กระตุ้นการใช้จ่ายได้วงเงินก้อนใหญ่พอสมควร

นายธนวรรธน์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ประเมินว่า ประชาชนที่จะเข้าร่วมใช้สิทธิมาตรการ อีซี่อี-รีซีท อยู่ที่ประมาณ 5 แสน – 1 ล้านคน เนื่องจากว่ามาตรการดังกว่าเป็นเรื่องของการลดหย่อยภาษี ผู้ที่จะใช้สิทธิได้คือกลุ่มที่อยู่ในฐานเสียภาษีตั้งแต่ 10% – 35% ของเงินได้นั้น น่าจะใช้สิทธินี้ และคนที่ได้รับประโยชน์มากสุด คือคนที่ค่อนข้างมีรายได้สูงตั้งแต่กลุ่มเสียภาษี 20% ขึ้นไป ที่จะใช้จ่ายตามมาตรการเต็มจำนวนคือ 5 หมื่นบาทต่อคน ส่วนคนที่เสียภาษีต่ำกว่า 20% ลงมา นั้นอาจจะใช้หรือไม่สิทธิโครงการก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าเขาใช้สิทธิลดหย่อนอื่นๆไปมากแค่ไหนแล้ว ดังนั้น จึงคาดว่าคนที่เข้าร่วมโครงการจะอยู่ที่ 5 แสน- 1ล้านคน

นายธนวรรธน์ กล่าวว่า ขณะที่จำนวนเม็ดเงินจากโครงการนั้น หากคำนวณจากที่ทุกคนที่ร่วมโครงการจำนวนที่ 5 แสน- 1ล้านคน ใช้เงินเต็มเพดานที่ 5 หมื่นบาทต่อคน จะส่งผลให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนที่ประมาณ 3 -5 หมื่นล้านบาท ซึ่งคาดว่าน่าจะช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ได้เพิ่มขึ้น 0.1-0.3% ต่อปี ในไตรมาสที่ 1ของปี 2567

Advertisement