หน้าแรก เศรษฐกิจ ค้าภายใน ถก 1...

ค้าภายใน ถก 10 ผู้ค้าน้ำมัน กำชับ ‘ห้ามใช้หัวจ่าย’ ที่มีค่าปริมาณไม่เต็มลิตร มีผลทันที!

25.12.23 | 15:02 น.

ค้าภายใน ถก 10 ผู้ค้าน้ำมัน กำชับ-เพิ่มมาตรการเข้มงวด ห้ามใช้หัวจ่าย ที่มีค่าปริมาณไม่เต็มลิตร ทันที


วันที่ 25 ธันวาคม นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน ได้เชิญ “ผู้ค้าน้ำมัน ตามมาตรา 7” รวม 10 ราย เช่น ซัสโก้ พี โอ ออยล์ สถานีบริการ PT ปตท. บางจากกรีนเนท เชลล์ และสมาคมการค้าผู้แทนจำหน่ายสถานีบริการน้ำมันพลังไทย เพื่อเน้นย้ำเรื่องมาตรฐานการจ่ายน้ำมันเต็มลิตรที่จะต้องทำเพิ่มเติม หลังจากนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้สั่งการให้กรมการค้าภายใน หารือ ผู้ค้า เพื่อเพิ่มการตรวจสอบหัวจ่ายน้ำมันให้เข้มงวดขึ้นจากที่เป็นกระแสมากในตอนนี้ คือ มีผู้บริโภคไปเติมน้ำมันแล้วได้ไม่เต็มลิตร

ทั้งนี้ โดยผลการหารือ ทุกฝ่ายเห็นตรงกัน ให้เพิ่มมาตรการที่เข้มขึ้นในการตรวจสอบหัวจ่ายน้ำมัน โดยหากตรวจพบอัตราที่ขาดไป แม้จะเป็นไปตามมาตรฐานอัตราเผื่อเหลือ-เผื่อขาด ที่ได้กำหนดไว้ไม่เกิน 1% ก็จะเข้าไปติดตามตรวจสอบ และหากตรวจสอบซ้ำ ยังพบอัตราที่ขาดอยู่ ก็จะต้องยุติการใช้ และทำการแก้ไขอุปกรณ์ให้ถูกต้องเที่ยงตรง ก่อนจะกลับมาใช้ใหม่ได้ จากเดิมไม่ได้กำหนดให้ปรับปรุงแก้ไขเพราะถือว่าไม่ได้ผิดกฎหมาย ซึ่งจะเป็นมาตรการสมัครใจร่วมกันที่จะยกระดับมาตรฐานปริมาณน้ำมันเต็มลิตร

ขณะที่ การตรวจให้คำรับรองหัวจ่ายน้ำมัน ขอ ง กรมการค้าภายใน ตามวงรอบปกติทุก 2 ปี โดยมีหัวจ่ายทั่วประเทศอยู่ที่ 280,000 หัวจ่ายก็จะมีการตั้งค่าให้เที่ยงตรงมากที่สุดในอัตราที่ศูนย์ แต่ส่วนใหญ่จะตั้งค่าที่เข้มกว่าปกติ หมายถึงการตั้งอัตราเผื่อเหลือมากกว่ามาตรฐาน และจะมีมาตรการตรวจสอบความเที่ยงตรงพิเศษเพิ่มเติม ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการเอง ก็จะต้องมีระบบตรวจสอบ นอกเหนือจากเรื่องคุณภาพแล้ว ยังต้องดูแลด้านปริมาณ ค่าความถูกต้อง และให้รายงานกลับมายังกรมการค้าภายใน เป็นประจำทุกเดือน จึงขอให้ประชาชน มั่นใจว่าทุกฝ่ายได้เข้มงวดตลอดเวลา แต่หากตรวจพบอัตราเผื่อเหลือ-เผื่อขาด เกินกว่ามาตรฐานที่ได้กำหนดไว้ไม่เกิน 1% ก็จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะหากพบเจตนา

Advertisement

ส่วนการจะทบทวนค่ามาตรฐานที่กำหนดอัตราเผื่อเหลือ-เผื่อขาด ไว้ไม่เกิน 1% นั้น คณะกรรมการกลางชั่งตวงวัด ซึ่งมีปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นประธาน จะเป็นผู้พิจารณา ถึงความเป็นไปได้ในการปรับเกณฑ์ดังกล่าวหรือไม่ โดยจะคำนึงถึงประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนให้ได้มากที่สุด

นายพัฒนา ตั้งกิติกุล นายกสมาคมการค้าผู้แทนจำหน่ายสถานีบริการน้ำมันพลังไทย บอกว่า ผู้ประกอบการ พร้อมให้ความร่วมมือปรับปรุงหัวจ่ายน้ำมันทันที หากพบอัตราเผื่อขาด โดยย้ำว่า วงรอบการตรวจรับรองหัวจ่าย ของกรมการค้าภายใน จะดำเนินการทุก 2 ปี โดยกองชั่งตวงวัด จะตั้งอัตราเผื่อเหลือไว้อยู่แล้วทุกครั้ง และแต่ละปั๊มเอง ก็มีการตรวจสอบต่อเนื่องทุกเดือน แต่เครื่องจักร เมื่อใช้เป็นเวลานาน และบางหัวจ่ายมีการใช้งานมาก ทำให้เกิดความผิดพลาดบ้าง (error) แต่จากการตรวจสอบส่วนใหญ่จะเห็น ค่าเผื่อเหลือ มากกว่า เผื่อขาดอยู่แล้ว

ส่วนการตรวจสอบตั้งแต่เดือน ส.ค.2566 ถึงปัจจุบัน ได้ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันแล้ว ประมาณ 14,000 แห่ง กว่า 180,000 หัวจ่าย พบว่าไม่ถูกต้องตามกฎหมาย จำนวน 34 สถานี 281 หัวจ่าย ในจำนวนนี้เป็นกรณีที่ใช้หัวจ่ายน้ำมันที่สิ้นอายุเครื่องหมายคำรับรอง จำนวน 15 สถานี จำนวน 241 หัวจ่าย เป็นกรณีที่หัวจ่ายน้ำมันคลาดเคลื่อนเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด (ร้อยละ 1) จำนวน 19 สถานี จำนวน 40 หัวจ่าย และเป็นการจ่ายน้ำมันเกินกว่าปริมาณที่ควรจะเป็น (คลาดเคลื่อนในด้านบวก) 14 สถานี 29 หัวจ่าย คิดเป็นร้อยละ 0.016 ของหัวจ่ายที่ตรวจสอบทั้งหมด และเป็นการจ่ายน้ำมันขาดจากปริมาณที่ควรจะเป็น (คลาดเคลื่อนในด้านลบ) 5 สถานี 11 หัวจ่าย คิดเป็นร้อยละ 0.006 ของหัวจ่ายที่ตรวจสอบทั้งหมด ซึ่งกรมได้ดำเนินการผูกบัตรห้ามใช้ เพื่อไม่ให้สามารถใช้หัวจ่ายที่คลาดเคลื่อนนั้นต่อไปได้จนกว่าจะดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องและเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบให้คำรับรองใหม่แล้ว ส่วนกรณีที่เป็นการจ่ายน้ำมันขาดหรือคลาดเคลื่อนในด้านลบเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ได้ดำเนินคดีแล้วทุกราย

สำหรับโทษ กรณีที่สถานีบริการน้ำมันจ่ายน้ำมันคลาดเคลื่อนเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด หรือกรณีใช้หัวจ่ายน้ำมันที่สิ้นอายุเครื่องหมายคำรับรอง มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และกรณีดัดแปลงหัวจ่ายเพื่อให้เกิดความคลาดเคลื่อน มีจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 280,000 บาท