นายธีรัชย์ อัตนวานิช ที่ปรึกษาด้านตลาดตราสารหนี้ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ(สบน.) เปิดเผยว่า ในช่วงนี้ตลาดพันธบัตรค่อนข้างมีความผันผวนจากกรณีการมารับตำแหน่งของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีคนใหม่สหรัฐ ขณะนี้นโยบายด้านเศรษฐกิจยังไม่มีความชัดเจน ประกอบการธนาคารกลางของสหรัฐ(เฟด) ปรับขึ้นดอกเบี้ยเมื่อปลายปี และประกาศแนวโน้มว่าจะปรับอีก 3 ครั้งในปี 2560 ส่งผลให้ผลตอบแทนในตลาดพันธบัตรแกว่งตัวสูงมาก ซึ่งตั้งแต่การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ จนถึงปัจจุบันผลตอบแทนของตราสารหนี้ในตลาด ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาแล้ว 0.65% สำหรับพันธบัตรอายุ 10 ปี ซึ่งเป็นการปรับขึ้นในทิศทางเดียวกันกับตลาด ในภูมิภาคนี้ เช่น มาเลเซียปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.60%
นายธีรัชย์ กล่าวว่า ยอมรับกว่าความผันผวนดังกล่าวเป็นภาระหนักกับสบน.ที่จะกู้เงินให้รัฐบาล ล่าสุดในปีงบ 2560 ต้องกู้เพื่อชดเชยชาดดุล 3.9 แสนล้านบาท และเมื่อรวมงบกลางปีต้องกู้ 1.6 แสนล้านบาท เป็นวงเงินถึง 5.5 แสนล้านบาท ซึ่งสนบ.ต้องทำให้ดีที่สุด และต้องติดตามปัจจัยที่จะมีผลกระทบต่อตลาดอย่างใกล้ชิดมากขึ้น รวมถึงต้องสร้างเครื่องมือการระดมทุนที่หลากหลาย เพื่อให้สามารถปรับตัวรับกับความผันผวนของตลาดตราสรรหนี้ได้
“ขณะนี้ดอกเบี้ยเฉลี่ยของการกู้เงินภาครัฐอยู่ที่ 3.6% แม้จะสูงแต่ถ้าเทียบกับพันธบัตรอายุ 10 ปี มีดอกเบี้ยเฉลี่ย 2.6-2.7% ยังต่ำกว่า โดยอายุเงินกู้เฉลี่ยของภาครัฐที่สบน.บริหารอยู่ที่ 9 ปี ดังนั้นสบน.ยังสามารถบริหารจัดการเงินกู้ของภาครัฐได้ โดยมีหนี้ครบอายุ 1 ปีประมาณ 10% ในอีก 3 ปีข้างหน้ามีพันธบัตรครบอายุประมาณ 30% และในอีก 50% ดูแล้วหนี้ภาครัฐยังมีความเสี่ยงต่ำ”นายธีรัชย์ กล่าว

