กรมส่งเสริมการเกษตร สั่งเจ้าหน้าที่เร่งสำรวจให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย 10 จว.ภาคใต้
วันที่ 26 ธันวาคม นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า จากอิทธิพลร่องมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่างมีแนวโน้มเคลื่อนผ่านภาคใต้ตอนล่างและประเทศมาเลเซียลงสู่ทะเลอันดามันตอนล่าง ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ส่งผลให้มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ จำนวน 10 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดชุมพร นครศรีธรรมราช สงขลา พัทลุง ปัตตานี ระนอง ตรัง ยะลา นราธิวาส และสุราษฎร์ธานี โดยได้มีการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินแล้วทั้ง 10 จังหวัด

นายพีรพันธ์กล่าวอีกว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่โดยเฉพาะในจังหวัดที่ประสบภัยจัดชุดเฉพาะกิจลงพื้นที่ประสบภัย เพื่อเยี่ยมเยียน ให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแก่เกษตรกรที่ประสบภัย และเร่งสำรวจพื้นที่ประสบภัยภายหลังน้ำลด และบันทึกข้อมูลลงในระบบข้อมูลเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติด้านพืชแล้ว จำนวน 7 จังหวัด ผลการสำรวจพบว่า เกษตรกรได้รับผลกระทบ จำนวน 2,230 ราย พื้นที่การเกษตรเสียหาย จำนวน 11,244.50 ไร่ แยกเป็น ข้าว จำนวน 7,219.25 ไร่ พืชไร่และพืชผัก จำนวน 2,908.75 ไร่ ไม้ผลไม้ยืนต้นและอื่นๆ 1,116.50 ไร่ คาดว่าจะใช้วงเงินช่วยเหลือ จำนวน 19,709,956.50 บาท

นายพีรพันธ์กล่าวอีกว่า ในส่วนของการเตรียมความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือ ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช (ศทอ.) ของกรมส่งเสริมการเกษตรที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ ได้จัดเตรียมชีวภัณฑ์ (ไตรโคเดอร์มา) ไว้ให้เกษตรกรใช้ฟื้นฟูพื้นที่การเกษตรหลังน้ำลด รวมทั้งสิ้น 34,000 กิโลกรัม สามารถใช้ควบคุมโรคพืชในนาและสวนผลไม้ได้ 34,000 ไร่ โดยใช้ในอัตราไตรโคเดอร์มา 1 กิโลกรัม ต่อพื้นที่ 1 ไร่
นายพีรพันธ์กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 2 จังหวัดตรัง และศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 4 จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ดำเนินการผลิตเมล็ดพันธุ์พืชผักภายใต้โครงการเมล็ดพันธุ์พืชผักปันรักสู่เกษตรกร จำนวน 7 ชนิด ได้แก่ กระเจี๊ยบเขียวพิจิตร 1 ถั่วฝักยาวไร้ค้างสุรนารี 1 พริกเดือยไก่ ถั่วพูสีม่วง ถั่วพูพื้นบ้าน ผักบุ้ง กวางตุ้ง และคะน้า เป้าหมายทั้งสิ้น 60,000 ซอง โดยสำรองเพื่อช่วยเหลือภัยพิบัติและให้บริการผ่านจุดบริการพืชพันธุ์ดี จำนวน 24,000 ซอง

นายพีรพันธ์กล่าวว่า ทั้งนี้ ได้ให้บริการเมล็ดพันธุ์ไปแล้วกว่า 3,510 ซอง และพร้อมสำหรับให้การสนับสนุนเพื่อให้การช่วยเหลือเกษตรกรได้ทันที จำนวน 4,000 ซอง สำหรับเมล็ดพันธุ์ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างกระบวนการผลิตและเร่งบรรจุเมล็ดพันธุ์เพื่อให้การช่วยเหลือในระยะต่อไป
นายพีรพันธ์กล่าวว่า สำหรับการให้ความช่วยเหลือกรณีพื้นที่เกษตรได้รับความเสียหาย เกษตรกรจะได้รับความช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ.2562 หลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ.2563 และหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ.2564 โดยเกษตรกรจะต้องขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรไว้กับกรมฯ ก่อนเกิดภัย โดยจะได้รับความช่วยเหลือครัวเรือนละไม่เกิน 30 ไร่ แบ่งเป็น ข้าว ไร่ละ 1,340 บาท พืชไร่และพืชผัก ไร่ละ 1,980 บาท ไม้ผลไม้ยืนต้นและอื่นๆ ไร่ละ 4,048 บาท

