หน้าแรก เศรษฐกิจ กสิกรไทย ชี้ ...

กสิกรไทย ชี้ ปี’67 ภาคผลิตอ่วม เจอต้นทุนค่าแรงขึ้น-สินค้าจีนทะลักไทย

31.12.23 | 11:55 น.

กสิกรไทย ชี้ปี’67 ภาคผลิตอ่วม เจอต้นทุนค่าแรงขึ้น-สินค้าจีนทะลักไทย

เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม น.ส.ขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากทิศทางค่าแรงขั้นต่ำจะปรับสูงขึ้นในปี 2567 ปัจจัยนี้จะส่งผลต่อผู้ประกอบการรายย่อย (เอสเอ็มอี) เป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากเป็นต้นทุนการทำธุรกิจหลัก หรือคิดเป็น 50% ของต้นทุนทั้งหมด รองลงมาคือค่าวัตถุดิบ และค่าเช่าสถานที่และอุปกรณ์

ขณะเดียวกัน การปรับอัตราดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ธนาคารส่งผ่านอัตราดอกเบี้ยเช่นกัน แต่ดูจากข้อมูลธุรกิจแล้ว รายจ่ายด้านดอกเบี้ยคิดเป็น 5% ของต้นทุน ยอมรับว่าดอกเบี้ยมีผลกระทบต่อผู้ประกอบการบ้าง แต่มีผลน้อยกว่าเมื่อเทียบกับการขึ้นค่าแรง ดังนั้น เมื่อค่าแรงงานต้องปรับประสิทธิภาพของแรงงาน รวมถึงต้องสร้างผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพมากขึ้น

“อย่างไรก็ตาม ธุรกิจมีปัญหาแตกต่างกัน เช่น อุตสาหกรรมการผลิต และอุตสาหกรรมค้าปลีก มีสัดส่วนต้นทุนด้านวัตถุดิบสูง ในการบริหารธุรกิจจะต้องคำนึงถึงต้นทุนว่าทำอย่างไรให้ซื้อวัตถุดิบได้ในราคาที่ถูกลง ขณะที่อุตสาหกรรมบริการ มีสัดส่วนการใช้แรงงานสูง จึงต้องมีการบริหารต้นทุนเข้มข้นกว่า” น.ส.ขัตติยา กล่าว

น.ส.ขัตติยากล่าวว่า เศรษฐกิจปี 2566 ดีขึ้นต่อเนื่องแต่การขยายตัวไม่ได้เร็วอย่างที่คาดการณ์ จากที่มองว่าภาคการท่องเที่ยวจะดีขึ้นและควรขยายตัวเร็วและแรง จากที่ประเมินว่านักท่องเที่ยวจีนจะเข้าไทยมากขึ้นแต่กลับชะลอตัวลง ขณะที่ภาคการส่งออกคาดว่าจะดีขึ้น จากเดิมคิดว่าสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศจะส่งผลให้การจับจ่ายใช้สอยลดลง แต่ยังมีสินค้าในกลุ่มจำเป็น เช่น อาหาร เครื่องดื่ม อุปกรณ์เกี่ยวกับสุขภาพยังขยายตัวได้

Advertisement

ขณะเดียวกัน บางกลุ่มอุตสาหกรรมยังได้รับผลกระทบ เช่น โรงงานจากจีนมาตั้งในไทย ที่ถือเป็นอุปสรรคใหญ่ต่อการผลิตของไทยลดลง หลังสินค้าจากจีนทะลักเข้าไทยเป็นจำนวนมาก

“จากที่จีนลุกเข้าไทยมากขึ้น คิดว่าไม่ช้าก็เร็วประเทศจีนจะเข้ามาในประเทศไทยอยู่แล้ว จากศักยภาพและเทคโนโลยีของจีนที่มีสูงมาก ดังนั้น ไทยจึงต้องปรับตัวให้ธุรกิจสามารถเดินหน้าต่อไปได้” น.ส.ขัตติยากล่าว