‘รูดปรื๊ด’ อ่วมจ่ายขั้นต่ำปรับขึ้น 8% คนซื้อบ้านทำใจราคาอัพ 5-10%
เมื่อวันที่ 31 ธันาคม กรณีธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศปรับลดการชำระอัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำของบัตรเครดิตไปเมื่อช่วงโควิด-19 เหลือ 5% จากเดิม 10% ซึ่งมาตรการนี้จะสิ้นสุดในปี 2566 จากนั้นจะทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำที่ 8% ในปี 2567 และ 10% ในปี 2568
น.ส.ขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า การปรับชำระขั้นต่ำจาก 5% เป็น 8% ในปี 2567 ย่อมมีผลกระทบต่อผู้ใช้บัตร ซึ่งธนาคารได้แจ้งเตือนลูกค้าเพื่อเตรียมตัวรับกับการชำระขั้นต่ำที่ต้องเพิ่มขึ้น
“ขณะนี้เศรษฐกิจเข้าสู่สถานการณ์ปกติ แต่ยังมีคนที่ยังไม่หายไข้ดีและอยู่ในช่วงฟื้นตัว ธนาคารจะดูเป็นรายคนและมีการให้ความช่วยเหลืออยู่ตลอด เพื่อดูแลลูกหนี้ให้พ้นจากสถานะหนี้เสียให้ได้” นางสาวขัตติยากล่าว
แหล่งข่าวจากวงการธนาคาร ระบุว่า การปรับขึ้นอัตราชำระขั้นต่ำบัตรเครดิตจะเป็นไปทิศทางเดียวกันของทุกธนาคาร และน่าจะเริ่มบังคับใช้จริงภายในไตรมาสแรก 2567 นี้ เพียงแค่อัตราเรียกเก็บขั้นต่ำ อาจจะไม่เท่ากัน ขึ้นกับสภาพการแข่งขันของตลาดบัตรเครดิต และฐานลูกค้าของแต่ละธนาคาร
ขณะที่ผู้ต้องการซื้อบ้านต้องเตรียมรับมือกับราคาที่อยู่อาศัยในปีนหน้ามีแนวโน้มปรับขึ้นอีก โดยนายประพันธ์ศักดิ์ รักษ์ไชยวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล ดับเบิลยู เอส วิสดอม แอนด์ โซลูชั่น จำกัด (LWS) บริษัทวิจัยและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า ในปี 2567 ภาคอสังหาริมทรัพย์มี 4 ปัจจัย ที่มีผลต่อต้นทุนของผู้ประกอบการและการซื้อที่อยู่อาศัย ประกอบด้วย อัตราดอกเบี้ยที่ทรงตัวในระดับสูง ,ค่าแรงขั้นต่ำที่ปรับขึ้น ,ราคาวัสดุมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น และความเข้มงวดอนุมัติสินเชื่อที่อยู่อาศัยของสถาบันการเงิน ขณะที่ปี 2567 ธปท.ยังคงมีนโยบายทางการเงินที่เข้มงวดในการพิจารณาสินเชื่อ เพราะภาระหนี้ครัวเรือนที่สูง จะมีผลต่อกำลังซื้อที่อยู่อาศัยในตลาด โดยเฉพาะบ้านต่ำกว่า 3 ล้านบาท ทำให้ราคามีแนวโน้มปรับขึ้น 5-10%

