นายสัญชัย เกตุวรชัย อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อความทางโซเซียลมีเดียว่าน้ำได้ล้นอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำใส อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช จะไหลลงไปสมทบกับมวลน้ำบริเวณ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ส่งผลให้เกิดภาวะวิกฤตและเขื่อนรับน้ำไม่ไหว จะกลายเป็นระเบิดเวลา และกรมชลฯไม่มีการแจ้งเตือนชุมชนทางตอนล่างท้ายเขื่อนนั้น ขอชี้แจงว่า ได้มีการติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับรายงานสถานการณ์น้ำในแต่ละพื้นที่ให้กับทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแจ้งข่าวสารและแจ้งเตือนไปยังประชาชนในพื้นที่ให้ได้รับทราบข้อเท็จจริงอยู่ตลอดเวลา รวมไปถึงกรณีของอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำใส ซึ่งปัจจุบันระดับน้ำที่ล้นทางระบายน้ำล้น (Spillway) ได้ลดลงอย่างต่อเนื่องอยู่ในระดับสันทางระบายน้ำล้น
นายสัญชัยกล่าวว่า ทั้งนี้จากการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม 2560 ที่ผ่านมาในบริเวณตอนบนของอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำใส ทำให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างจำนวนมาก ส่งผลให้มีน้ำล้นทางระบายน้ำเพิ่มมากขึ้น แต่ปริมาณน้ำส่วนใหญ่ยังถูกเก็บชะลอไว้ในอ่าง มีเพียงบางส่วนที่ไหลออกทางระบายน้ำล้น ซึ่งเป็นลักษณะปกติที่เกิดขึ้น โดยไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงแข็งแรงของตัวเขื่อนแต่อย่างใด ส่วนปริมาณน้ำที่ไหลล้นออกมาจะไหลลงสู่คลองไม้เสียบที่มีฝายไม้เสียบตั้งอยู่ และเป็นจุดที่กรมชลฯใช้เป็นจุดเฝ้าระวังแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำไปยังประชาชน ซึ่งในครั้งนี้เมื่อปริมาณน้ำล้นทางระบายน้ำล้นอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำใสมากขึ้น และมีแนวโน้มว่าจะมีปริมาณน้ำไหลผ่านฝายไม้เสียบเกินกว่า 60 ลูกบาศก์เมตร/วินาที สำนักงานชลประทานที่ 15 ได้มีหนังสือแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำตั้งแต่ช่วงเช้าของวันที่ 20 ม.ค. ไปยังนายอำเภอชะอวด และผู้นำชุมชนต่างๆ เพื่อให้แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ให้พร้อมรับมือสถานการณ์น้ำ เนื่องจากน้ำจะใช้ระยะเวลาเดินทางประมาณ 6-8 ชั่วโมง มาถึงจุดเสี่ยงภัยบริเวณ ต.เกาะขันธ์ ต.ท่าประจะ ต.ชะอวด รวมไปถึงในเขตเทศบาล ต.ชะอวด อ.ชะอวด ทำให้ประชาชนสามารถขนย้ายสิ่งของทรัพย์สินมีค่า รวมทั้งสัตว์เลี้ยงไว้บนที่สูงได้อย่างทันท่วงที
“กรมชลฯขอย้ำว่าอ่างเก็บน้ำที่อยู่ในความดูแลของกรมชลฯนั้น มีเจ้าหน้าที่คอยตรวจสอบและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้มีการปล่อยปละละเลยแต่อย่างใด พร้อมกันนี้ เมื่อเกิดเหตุการณ์ปริมาณน้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำในปริมาณมาก และมีแนวโน้มว่าน้ำจะล้นทางระบายน้ำล้นลงไปส่งผลกระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายอ่าง โครงการชลประทานในพื้นที่ที่รับผิดชอบได้มีการแจ้งเตือนเป็นเอกสารรายงานไปยังจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมไปกับการแจ้งเตือนผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ท้ายอ่างเก็บน้ำให้รับทราบสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ทำให้การแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว ลดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้เป็นอย่างมาก” นายสัญชัยกล่าว

