ทิสโก้ คาดหุ้นวิ่งไม่ไกล เป้าปี 67 ไต่สูงสุดแค่ 1,550 จุด หลังจากปี 66 ติดลบกว่า 15%
วันที่ 3 มกราคม นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า บล.ทิสโก้มองภาพรวมการลงทุนหุ้นไทยในปี 2567 ดีขึ้น โดยตั้งเป้าดัชนีสิ้นปี 2567 ไว้ที่ระดับ 1,550 จุด หลังจากปี 2566 ที่ผ่านมาเป็นปีที่น่าผิดหวังสำหรับนักลงทุนในตลาดหุ้นไทย เพราะดัชนีหุ้นไทย ให้ผลตอบแทนติดลบ 15% ต่ำเกือบที่สุดในโลก
นายอภิชาติ กล่าวว่า มี 5 ปัจจัยสนับสนุน ได้แก่ 1. แนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจดีขึ้น ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์การลงทุนทิสโก้ (TISCO ESU) คาดว่าเศรษฐกิจไทยปี 2567 จะเติบโต 3.5% เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ที่คาดโต 2.6% องค์ประกอบหลักคาดจะกลับมาช่วยหนุนกิจกรรมเศรษฐกิจดีขึ้น ทั้งการส่งออกที่คาดกลับมาขยายตัว, การท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง และการลงทุนภาครัฐ-ภาคเอกชนที่เร่งตัวขึ้น
2. คาดการณ์กำไรบริษัทจดทะเบียนเติบโต อิงจากคาดการณ์กำไรต่อหุ้น (อีพีเอส) ของตลาดโดยรวม กำไรปี 2567 คาดอยู่ที่ 96.7 บาทต่อหุ้น เติบโต 16% จากปี 2566 ที่คาดอยู่ที่ 83.2 บาทต่อหุ้น เติบโตดีกว่า EPS Growth ของหุ้นโลกที่เติบโต 8% 3. วัฎจักรดอกขาขึ้นสิ้นสุดแล้ว จะเริ่มลดลงในปีนี้ ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเสี่ยงเข้าสู่ภาวะถดถอยในปีนี้หรือไม่ บล.ทิสโก้คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะทยอยปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงในปีนี้ จะเป็นบวกต่อการประเมินมูลค่าหุ้น และราคาสินทรัพย์เสี่ยงโดยรวม
นายอภิชาติ กล่าวว่า 4. ระดับประเมินมูลค่าน่าสนใจ ในแง่ค่าเฉลี่ยอัตราราคาต่อกำไรล่วงหน้า (Fwd. PER) ปี 2567 ของดัชนีหุ้นไทย ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 14.5 เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ประมาณ 17 เท่า หรืออยู่ที่ -1SD และในแง่ของ อัตราส่วนราคาต่อมูลค่าทางบัญชี (PBV) นอกจากจะลดลงมาแตะระดับ -1SD ของค่าเฉลี่ยระยะยาวแล้ว ระดับ PBV ที่ 1.3-1.4 เท่ายังมีนัยสำคัญ เพราะเป็นเส้นแนวโน้ม PBV ระยะยาวที่เคยผ่านวิกฤติมาแล้วถึง 3 ครั้ง (วิกฤติต้มยำกุ้งปี 2540 , วิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ปี 2551 และวิกฤตโควิด-19) และ 5. สถิติหุ้นไทยไม่เคยปรับตัวลง 2 ปีซ้อน จากการศึกษาความเคลื่อนไหวของดัชนีหุ้นไทยหลังวิกฤติต้มยำกุ้งเป็นต้นมาดัชนีหุ้นไทยไม่เคยให้ผลตอบแทนติดลบ 2 ปีติดต่อกันเลย
“แม้บล.ทิสโก้มองภาพรวมตลาดหุ้นไทยปี 2567 ดีขึ้น แต่นักลงทุนยังต้องระมัดระวังความผันผวนในช่วงครึ่งปีแรก เนื่องจากความล่าช้างบประมาณปี 2567 ทำให้เศรษฐกิจในประเทศช่วง 3-4 เดือนแรกของปีนี้ยังขาดแรงส่งที่สำคัญ รวมถึงห่วงว่าตลาดหุ้นสหรัฐจะเกิดการปรับฐานหลังจากที่ขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ในปี 2566 โดยตลาดอาจคาดหวังไว้สูงเกินไปเกี่ยวกับการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่จะเกิดขึ้นเร็วที่สุดในการประชุมเดือนมีนาคมนี้” นายอภิชาติ กล่าว
นายอภิชาติ กล่าวว่า แม้ดัชนีหุ้นไทยครึ่งปีแรกยังคาดหวังเชิงบวกได้ไม่มาก แต่โอกาสการลงทุนมีอยู่เสมอหากเลือกได้ถูกตัว ถูกจังหวะ บล.ทิสโก้มองช่วงเวลานี้เป็นจังหวะในการสะสมหุ้นที่คาดจะจ่ายเงินปันผลเด่น แนะนำ AP, KTB, SCB, SCCC, SIRI, TASCO ผสานกับหุ้นที่ได้ประโยชน์จากมาตรการ E-Receipt และการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง แนะนำ CPALL, CRC เพราะฉะนั้น หุ้นเด่นที่บล.ทิสโก้แนะนำในเดือนมกราคม คือ AP, CPALL, CRC, KTB, SCB, SCCC, SIRI และ TASCO ด้านแนวรับสำคัญของหุ้นไทยเดือนมกราคมอยู่ที่ 1,390 จุด และแนวรับต่อไปที่ 1,365 – 1,370 จุด และ 1,355 จุด ตามลำดับ และแนวต้านสำคัญของดัชนี เดือนมกราคมนี้อยู่ที่ 1,420- 1,430 จุด และแนวต้านถัดไปที่ 1,460- 1,470 จุดตามลำดับ

