คลัง บี้ รัฐวิสาหกิจลงทุนเร่งใช้ 2.58 แสนล้าน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ระหว่างรองบ’67 คลอด ด้านห้างอัดโปรรับ ‘อีซี่ อี-รีซีท’
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 3 มกราคม นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างพิจารณาการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น เพื่อประคองเศรษฐกิจ ช่วงกฎหมายงบประมาณรายจ่ายปี 2567 ยังไม่มีผลบังคับใช้ อาทิ การเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ รวมถึงให้หน่วยราชการที่มีงบลงทุน ต้องเตรียมการลงทุนไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ ยกร่างทีโออาร์การประกาศเชิญชวนผู้ประกอบการที่ต้องการเข้าร่วมประมูลโครงการรัฐ เพื่อให้พร้อมเมื่อกฎหมายงบประมาณมีผลบังคับใช้ การลงนามในสัญญาโครงการจะทำได้เร็ว
ไม่ใช่ว่างบประมาณรายจ่ายปี 2567 ยังไม่มีผลบังคับใช้ แล้วเราจะทำอะไรไม่ได้เลย ต้องหามาตรการช่วยประคองเศรษฐกิจในช่วงนี้ อาทิ การเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ รวมถึงให้หน่วยราชการที่มีงบลงทุน ขณะที่การลดภาษีสรรพสามิตและยกเว้นภาษีนำเข้าเครื่องดื่ม อาทิ ไวน์ ครม.มีมติไป จะช่วยสร้างบรรยากาศให้ไทยเป็นศูนย์กลางของการท่องเที่ยว มีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ ผลที่กลับมาคือกระทรวงการคลังเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มได้มากขึ้นด้วย
นายลวรณกล่าวว่า การจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลในปีงบประมาณ 2567 จะเป็นปีที่ท้าทาย เนื่องจากเป้ารายได้ปีนี้สูงกว่าปีที่แล้ว ขณะที่การจัดเก็บภาษีของรัฐบาลในปีนี้รายได้ส่วนหนึ่งจะเป็นผลมาจากเศรษฐกิจเมื่อปีที่แล้ว เศรษฐกิจยังชะลอตัว สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง คาดว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ (จีดีพี) จะขยายตัวเพียง 2.7% อย่างไรก็ตาม แนวโน้มดอกเบี้ยของโลกน่าจะปรับลดลง จะเป็นปัจจัยบวกต่อเศรษฐกิจและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำหรับผลการจัดเก็บรายได้ในปีงบประมาณ 2566 สิ้นสุดไปเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2566 รัฐบาลสามารถจัดเก็บรายได้สุทธิ 2.66 ล้านล้านบาทสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 1.74 แสนล้านบาท หรือสูงกว่าเป้าหมาย 7% กรมสรรพากรถือเป็นกรมที่จัดเก็บรายได้ให้รัฐบาลสูงสุดจัดเก็บได้ถึง 2.21 ล้านล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 1.82 แสนล้านบาท
รายงานข่าวแจ้งว่า วงเงินงบประมาณรายจ่ายปี 2567 ตั้งไว้ 3.48 ล้านล้านบาทแบ่งเป็น รายจ่ายประจำ 2.53 ล้านล้านบาท รายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง 1.18 แสนล้านบาท รายจ่ายลงทุน 7.17 แสนล้านบาท รายจ่ายเพื่อชำระคืนต้นเงินกู้ 1.18 แสนล้านบาท
ขณะที่กรอบและงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจประจำปีงบ 2567 ตั้งวงเงินเบิกจ่ายลงทุน 2.58 แสนล้านบาท โดยรัฐบาลต้องการให้รัฐวิสาหกิจเร่งลงทุนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 อยู่ในชั้นการพิจารณาของรัฐสภานั้นได้กำหนดรายจ่ายไว้ที่ 3.48 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 9.3% ส่วนรายได้ของรัฐบาล ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 2.78 ล้านล้านบาท ทำให้งบประมาณปี 2567 ยังคงเป็นงบประมาณแบบขาดดุลที่ 6.93 แสนล้านบาท หรือขาดดุล 3.6% ของจีดีพี
วันเดียวกัน นายปรีชา ลิ้มอั่ว ผู้จัดการทั่วไปปฏิบัติการ ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์นครราชสีมา เปิดเผยว่า กรณีนโยบายรัฐบาลร่วมสนับสนุนมาตรการ อีซี่ อี-รีซีท (Easy E-Receipt) 2567 ช้อป กินและใช้บริการภายในห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้ารับสิทธิลดหย่อนภาษีตามจ่ายจริงสูงสุด 50,000 บาท คืนภาษีให้นักช้อปสูงสุด 17,500 บาท เดอะมอลล์โคราชขานรับนโยบายรัฐบาล เพื่อคุ้มค่าทุกการใช้จ่ายกับโปรโมชั่นแบบจัดเต็ม ฉลองปีใหม่ และตรุษจีน ปีมังกรทองตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ นอกจากได้รับการลดหย่อนภาษีแล้วยังได้รับเงินคืน คูปองเงินสดเพิ่ม พร้อมจุใจไปกับโปรโมชั่นมากมาย กลุ่มสินค้าที่ได้รับความนิยมมากและเข้าร่วมโครงการ คือ สินค้ากีฬา อาทิ รองเท้าวิ่ง และอุปกรณ์กีฬาประเภทต่างๆ สอดคล้องกับโคราชมหานครแห่งกีฬา รองลงมาเป็นสินค้ากลุ่มผู้ชาย เช่น เสื้อผ้า เครื่องแต่งกายชาย กลุ่มบิวตี้ น้ำหอม คาดตลอดระยะเวลาการรับสิทธิลดหย่อนภาษีเงินสะพัดต่อเดือนกว่า 300 ล้านบาท

