การท่าเรือฯ ติดตามความคืบหน้าแหลมฉบัง เฟส 3 คาดเอกชนเตรียมส่งมอบงานถมทะเล มิ.ย.นี้

แหลมฉบัง

การท่าเรือฯ ติดตามความคืบหน้าแหลมฉบัง เฟส 3 คาดเอกชนเตรียมส่งมอบงานถมทะเล มิ.ย.นี้

เมื่อวันที่ 8 มกราคม ที่ ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรีนายเกรียงไกร ไชยศิริวงศ์สุข ผู้อำนวยการ การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการก้อสร้างท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 ว่า โครงการดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในโครงการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน ที่สำคัญตามแผนพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) มูลค่าโครงการรวมประมาณ 114,000 ล้านบาท แบ่งเป็น กทท. 47% และเอกชน 53% โดยเป็นการพัฒนาและดำเนินการในส่วนของท่าเทียบเรือ F เป็นลำดับแรก ระยะเวลาสัมปทาน 5 ปี เมื่อพัฒนาโครงการแล้วเสร็จจะเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับตู้สินค้าจาก 11 ล้าน ทีอียูต่อปี เป็น 18 ล้าน ทีอียูต่อปี เพิ่มสัดส่วนสินค้าผ่านท่าทางรถไฟของ ทลฉ. จาก 7% เป็น 30%

แหลมฉบัง

นายเกรียงไกร กล่าวอีกว่า เพิ่มขีดความสามารถในการรองรับรถยนต์จาก 2 ล้านคันต่อปี เป็น 3 ล้านคันต่อปี ช่วยสนับสนุนการลดต้นทุน การขนส่งโดยรวมของประเทศจาก 14% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (จีดีพี) เหลือ 12% ของจีดีพี ประหยัดค่าขนส่งประมาณ 250,000 ล้านบาท ทั้งนี้ เพื่อมุ่งผลักดันท่าเรือแหลมฉบังเป็นประตูสู่การค้าการลงทุน และเสริมยุทธศาสตร์ให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านการขนส่งทางน้ำของภูมิภาคได้อย่างเต็มศักยภาพ

Advertisement

แหลมฉบัง

นายเกรียงไกร กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าการดำเนินโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 งานก่อสร้างทางทะเลในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา (พฤศจิกายน-ธันวาคม 2566) โดยเดือนพฤศจิกายน 2566 ตามแผนการปฏิบัติงานปัจจุบัน 1.90% ต่อเดือน ทำได้ 2.08% ต่อเดือน ส่วนเดือนธันวาคม 2566 ตามแผนการปฏิบัติงานปัจจุบัน 1.99% ต่อเดือน ทำได้ 2% ต่อเดือน นับเป็นสัญญาณที่ดีขึ้นที่การก่อสร้างมีความคืบหน้ามากกว่าแผนงานประจำเดือน สรุปความคืบหน้าของโครงการฯ ณ เดือนธันวาคม 2566 กิจการร่วมค้าฯ สามารถดำเนินงานได้แล้วที่ 17.34% ซึ่งล่าช้ากว่าแผนในภาพรวมโครงการอยู่ 1.67%

นายเกรียงไกร กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ทางกิจการร่วมค้า CNNC ได้ติดตามเร่งรัดดำเนินงานให้แล้วเสร็จเพื่อให้สามารถส่งมอบงานพื้นที่ถมทะเลพื้นที่ 3 ให้ การท่าเรือฯ ได้ภายในเดือนมิถุนายน 2567 ตามที่กำหนด โดยกิจการร่วมค้าฯ ได้นำเครื่องจักรทางน้ำเข้ามาปฏิบัตงานเพิ่มเติมอีกจำนวน 30 ลำ จากเดิมที่มีอยู่แล้วจำนวน 37 ลำ รวมเป็นจำนวนทั้งสิ้น 67 ลำในปัจจุบัน ซึ่งได้มีการเริ่มปฏิบัติงานตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมารวมถึงกิจการร่วมค้าฯ ได้นำบุคลากรเข้ามาปฏิบัติงานเพิ่มเติมอีก จำนวน 120 คน จากเดิมมีบุคลากรจำนวน 400 คน รวมมีบุคลากรปฏิบัติงานทั้งสิ้นจำนวน 520 คน

นายเกรียงไกร กล่าวว่า อีกทั้ง กระทรวงคมนาคม โดย นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ตั้งคณะทำงานเพื่อเร่งรัดการก่อสร้างโครงการท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 โดยมีนายทวีศักดิ์ อนรรฆพันธ์ ที่ปรึกษา นางมนพร เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ซึ่งมีการเร่งรัดติดตามการทำงานเป็นรายวัน และรายสัปดาห์ ทำให้การก่อสร้างมีความคืบหน้าเร็วขึ้นเพราะเป็นการเชื่อมโยงการกำกับดูแลในทุกภาคส่วน

นายเกรียงไกร กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ กทท. ยังได้มีการเร่งรัดให้ผู้รับจ้างนำเรือขุดลอกลำที่เป็นเจ้าของ เข้ามาปฏิบัติงานทันที อีกทั้งยังให้ทำการสรุปข้อมูลความคืบหน้ารายวัน รายสัปดาห์ และวางแผนปฏิบัติงานรายวัน เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการ (อีเอชไอเอ) ซึ่งหากมีปัญหาไม่สามารถดำเนินการได้ตามแผนผู้รับจ้างมีหน้าที่เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหา และแจ้งให้ผู้ควบคุมงานและ กกท. ทราบว่าจะมีแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างไร เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“กทท.ยังคงเน้นย้ำกำชับติดตามให้กลุ่มกิจการร่วมค้าฯ และผู้ควบคุมงานให้ดำเนินการตามแผนปฏิบัติงานอย่างเคร่งครัดเพื่อให้การทำงานเป็นไปด้วยความสอดคล้องต่อเนื่องเพื่อให้สามารถส่งมอบงานตามแผนที่กำหนดเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนต่อไป” นายเกรียงไกร กล่าว

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image