หน้าแรก เศรษฐกิจ ส.นักวิเคราะห...

ส.นักวิเคราะห์ คาดหุ้นปี 67 สูงสุด 1,590 จุด แนะรัฐปรับนโยบายแจกเงินดิจิทัล

8.01.24 | 17:24 น.

ส.นักวิเคราะห์ คาดหุ้นปี 67 สูงสุด 1,590 จุด แนะรัฐปรับนโยบายแจกเงินดิจิทัล


เมื่อวันที่ 8 มกราคม นายสมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการ สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน เปิดเผยผลการสำรวจความเห็นสมาชิกนักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุนรวม 26 สำนัก เกี่ยวกับมุมมองการลงทุนในไตรมาส 4 ปี 2566 ภายใต้คาดการณ์สมมติฐานหลัก ได้แก่ ราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยของปีนี้ 80.24 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล คาดการณ์การขยายตัวของจีดีพีไทยปี 2567 จากเดิมที่ 3.56% ลดลงมาเหลือ 3.33% Risk Free Rate ที่ใช้ในการประเมินมูลค่า มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2.92% Risk Premium ของตลาดหุ้น เฉลี่ยอยู่ที่ 7.68%

โดยชี้ว่าปัจจัยบวกที่มีผลต่อทิศทางการลงทุนจนถึงสิ้นปี 2567 มองเป็นผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ปี 2567 กว่า 92.59% ทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ 92.31% เศรษฐกิจภายในประเทศ 85.19% และทิศทางเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) สู่ตลาดหุ้นไทย 66.67%

นายสมบัติ กล่าวว่า ส่วนปัจจัยด้านลบ ได้แก่ การลดหรือยุติมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ของประเทศสำคัญทั่วโลก 81.48% ปัจจัยด้านการเมืองในต่างประเทศ 71.43% และเศรษฐกิจโลก 59.26% โดยมีคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ณ สิ้นปี 2567 มีนักวิเคราะห์ถึง 62.50% ที่คาดว่าจะอยู่ที่ระดับเดิม คือ 2.50% รองลงมามี 20.83% ของผู้ตอบ มองว่าจะลงไปที่ 2.25% และมีผู้ตอบ 12.50% มองว่าลงไปที่ 2.00% อย่างไรก็ตามมีผู้ตอบ 4.17% มองสวนทางว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะปรับขึ้นไปอยู่ที่ 2.75%

Advertisement

ด้านคาดการณ์กำไรสุทธิต่อหุ้น (อีพีเอส) ปี 2567 ของตลาดเฉลี่ยที่ 95.62 บาท ปรับลดลงจากผลสำรวจครั้งก่อน มาอยู่ที่ 99.47 บาทต่อหุ้น และคาดว่า EPS Growth ของปี 2567 เฉลี่ยอยู่ที่ 12.32% โดยคาดการณ์ดัชนีหุ้นไทยในช่วงไตรมาสแรก (มกราคม-มีนาคม) ของปี 2567 จะขึ้นไปปิดสิ้นไตรมาสแรกที่ระดับ 1,476 จุด และเมื่อมองตลอดปีนี้จะแกว่งตัวในกรอบ 1,340-1,612 จุด โดยไปปิดสิ้นปี 2567 ที่ระดับ 1,590 จุด โดยนักวิเคราะห์แนะนำให้มีการกระจายพอร์ตการลงทุน แบ่งเป็น ได้แก่ เงินสดและเงินฝากระยะสั้น 8.96% กองทุนตราสารหนี้ 25.63% หุ้นหรือกองทุนหุ้นต่างประเทศ 23.67% หุ้นไทยหรือกองทุนหุ้นไทย 22.79% กองทุนอสังหาฯหรือ REIT 9.17% ทองคำหรือกองทุนทองคำ 8.75% สินทรัพย์อื่นๆ อาทิ บิทคอยน์ น้ำมัน 1.03%

ความเห็นต่อการลงทุนต่างประเทศ แนะนำให้ลงทุนกองทุนหุ้นสหรัฐฯ โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ และ Selective Asia อาทิ เกาหลี และเวียดนาม ส่วนการลงทุนหุ้นไทย แนะนำให้เพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหมวดธุรกิจ ค้าปลีก อาหาร เงินทุน/หลักทรัพย์ และการท่องเที่ยว ในขณะที่ให้ลดน้ำหนักการลงทุนใน หมวดธุรกิจก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์ รายที่มีหนี้สูง และธุรกิจประกัน โดยมีรายชื่อหุ้นที่นักวิเคราะห์แนะนำตรงกันตั้งแต่ 5 สำนักขึ้นไป ได้แก่ 1. AOT 2. CPALL 3. CPN 4. GPSC ส่วนหุ้นที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ หุ้น DELTA เพราะเกินมูลค่าปัจจัยพื้นฐานไปมาก และหุ้นรายตัวที่มีภาระกู้ยืมสูงหรือเพิ่มทุน

นายสมบัติ กล่าวว่า แนะนำไปยังรัฐบาลเกี่ยวกับนโยบายที่จะมีผลบวกต่อภาวะเศรษฐกิจ มีความคุ้มค่ากับผลกระทบทางงบประมาณ โดยส่วนใหญ่กล่าวถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งในระยะสั้นและระยะยาว แยกเป็นการลงทุนภาครัฐที่หนุนศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจ เร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ถัดมาคือด้านการช่วยเหลือภาคประชนได้แก่ มาตรการลดค่าครองชีพ

อย่างไรก็ตาม เรื่องนโยบายแจกเงินนั้นอยากให้เปลี่ยนเป็นโครงการกระตุ้นการบริโภค (คล้ายคนละครึ่ง) หรือนโยบายช้อปช่วยชาติ ตามมาด้วยเสนอนโยบายด้านการช่วยเหลือภาคธุรกิจ ได้แก่ นโยบายกระตุ้นการลงทุนจากต่างประเทศ เร่งแผนยกระดับศักยภาพการผลิตไทย ส่งเสริมเอฟดีไอในอุตสาหกรรมใหม่ๆ รวมถึงกระตุ้นการลงทุนเอกชนในประเทศเกี่ยวกับนิว เทคโนโลยี และอีเอสจีด้วย