หน้าแรก เศรษฐกิจ ส.อ.ท. เชื่อแ...

ส.อ.ท. เชื่อแบงก์ชาติรอสหรัฐลดดอกเบี้ยก่อนค่อยลดตาม แม้แบงก์กำไรทะลัก 2.2 แสนล้าน

9.01.24 | 07:43 น.
แฟ้มภาพ

ส.อ.ท. เชื่อแบงก์ชาติรอสหรัฐลดดอกเบี้ยก่อนค่อยลดตาม แม้แบงก์กำไรทะลัก 2.2 แสนล้าน

เมื่อวันที่ 9 มกราคม นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงกรณีธนาคารพาณิชย์มีกำไรสูงกว่า 2.2 แสนล้านบาท มีการตั้งคำถามว่าเป็นผลจากส่วนต่างรายได้จากอัตราดอกเบี้ยในประเทศไทยสูงเกินไปหรือไม่ และต้องการให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มาดู และไม่ต้องการให้ ธปท.ขึ้นดอกเบี้ยอีกว่า ประเด็นอัตราดอกเบี้ยต้องการให้มอง 2 มุม ในมุมของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือคณะกรรมการนโยบายการเงินที่มีหน้าที่กำกับดูแลอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ปัจจุบันอยู่ที่ 2.5% คงจะมีเหตุผลในการปรับขึ้น เนื่องจากขณะนั้นรัฐบาลสหรัฐมีการใช้มาตรการ QE หรือการพิมพ์ธนบัตรออกมา เพื่ออัดฉีดเข้าสู่ระบบ รวมถึงมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลายแนวทาง จนทำให้ประชาชนชาวสหรัฐแม้ไม่ได้ทำงาน แต่ยังมีเงินอย่างเหลือเฟือ ทำให้มีการใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก เงินเฟ้อของสหรัฐสูง และต้องสู้กับเงินเฟ้อของไทยด้วย

ส่วนประเด็นที่มีการระบุถึงกำไรของสถาบันการเงินที่สูงกว่า 2.2 แสนล้านบาท เป็นผลมาจากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เป็นรายได้ค่อนข้างสูง แต่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากเป็นต้นทุนค่อนข้างต่ำ จึงส่งผลทำให้มองว่ามีกำไรมาก ถ้ามองในมุมเอกชน หรือผู้ประกอบการต้องการให้ต้นทุนทางการเงินลดลงอยู่แล้ว โดยหวังว่าปีนี้ไทยจะมีแนวโน้มดอกเบี้ยในทิศทางขาลง เพราะสหรัฐเองก็ระบุชัดเจนว่าหมดยุคของดอกเบี้ยขาขึ้น และจะมีการลดลง 3 ครั้งปีนี้ แต่ไม่ได้ระบุเวลา เพราะเงินเฟ้อสหรัฐอยู่ที่ 3% กว่า ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ต้องการคือ 2% แต่ก็จะมีการชะลอลดดอกเบี้ยลง

“เชื่อว่า ธปท.คงไม่ลดดอกเบี้ยก่อนสหรัฐ เพราะช่วงเวลาที่ปรับขึ้น ธปท.รอดูท่าทีก่อนค่อยปรับตาม โดย ธปท.หรือผู้ที่เกี่ยวข้องคงรอดูสถานการณ์ก่อนว่าเมื่อสหรัฐลดแล้วสถานการณ์จะเป็นอย่างไร” นายเกรียงไกรกล่าว

อย่างไรก็ตาม วันที่ 10 มกราคมนี้ ที่ปะชุมคณะกรรมการร่วมเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วย ส.อ.ท. หอการค้าไทย และสมาคมธนาคารไทย จะหารือประเด็นอัตราดอกเบี้ยที่กำลังเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เชื่อว่าสมาคมธนาคารไทยจะมีการชี้แจงในเรื่องดังกล่าว

Advertisement

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง