ตลท. วางทิศทางเคลื่อนตลาดทุนไทย จ่อขยายเวลาซื้อขายหุ้นภาคบ่ายเพิ่ม 30 นาที เริ่มไตรมาส 2/67
นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า แผนการดำเนินงานของตลท.ในปี 2567 หลังจากปี 2566 สภาวะตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้รับผลกระทบจากปัจจัยแวดล้อมต่างประเทศ และปัจจัยเฉพาะของตลาดทุนไทยเองค่อนข้างมาก แผนดำเนินงานต่อจากนี้จึงจะให้ความสำคัญกับ 2 เรื่องนี้มากขึ้น โดยเรื่องภายนอก อาทิ จะทำอย่างไรให้มีผลิตภัณฑ์ในต่างประเทศเข้ามาลงทุนได้ในไทยได้ง่ายขึ้น เรื่องในประเทศก็มองว่าจะทำอย่างไรให้บริษัทที่ถูกกระทบจากปัจจัยทั้งในประเทศและต่างประเทศ สามารถระดมทุนได้ง่ายและมากขึ้น รวมถึงมีการปรับมาตรฐานของบริษัทที่จะเข้ามาในตลาดทั้งเซทและเอ็มเอไอให้สูงขึ้น เพื่อดูแลคุณภาพของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไทย
“ปี 2566 ตลาดทุนไทยมีความท้าทายสูงมาก เทียบกับ 2 ปีก่อนหน้า ตลาดทุนไทยถือหนึ่งในตลาดที่มีประสิทธิภาพดีที่สุด แต่ปี 2566 เป็นหนึ่งในตลาดที่มีผลงานไม่ดีมากนัก แม้ใกล้เคียงกับตลาดอื่นก็ตาม ซึ่งปี 2567 ขณะนี้เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจนมากขึ้นแล้ว สะท้อนจากความสามารถในการทำกำไรของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ที่เป็นตัวชี้นำว่าเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวขึ้น โดยมองว่าปี 2567 นี้ ภาพรวมควรจะได้เห็นเศรษฐกิจไทยดีขึ้น ความสามารถทำกำไรของบจ. ดีขึ้นกว่าปี 2566 นอกจากว่าจะมีปัจจัยอะไรใหม่ๆ เกิดขึ้นมาอีก เพราะในปัจจุบันและอนาคต สิ่งที่แน่นอนคือความไม่แน่นอน ที่จะมีมากขึ้นด้วย” นายภากร กล่าว
นายภากร กล่าวว่า สำหรับความกังวลหุ้นกู้ที่มีการผิดนัดชำระหนี้จะเพิ่มมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นนั้น มองว่า มี 2 เรื่อง คือ 1.ความสามารถในการทำกำไรขอบริษัท และ 2.การบริหารสภาพคล่อง โดยหากบริษัทยังสามารถทำกำไรได้ ก็มั่นใจได้ส่วนหนึ่ง ส่วนความสามารถในการบริหารสภาพคล่องที่จะนำเงินสดมาจ่ายในเวลาที่มีความจำเป็นในการจ่ายดอกเบี้ยและเงิน ซึ่งตลท.ร่วมกับสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ไทย บีเอ็มเอ) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) ทำให้ข้อมูลเหล่านี้ออกมาถึงนักวิเคราะห์และนักลงทุนสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น เพื่อให้สามารถวิเคราะห์สิ่งเหล่านี้ได้ง่ายและสะดวกขึ้นด้วย
นายรองรักษ์ พนาปวุฒิกุล รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกฎหมายและหน้าหน้ากลุ่มงานเลขานุการองค์กรและกำกับองค์กร ในฐานะโฆษกตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ขณะนี้ตลท.เตรียมขยายเวลาการซื้อขายหุ้นเป็น 5 ชั่วโมง จากเดิม 4.30 ชั่วโมง โดยจะขยายเวลาการซื้อขายในช่วงภาคบ่ายเร็วขึ้น 30 นาที และจะเริ่มการซื้อขายภาคบ่าย 14.00 – 16.30 น. ซึ่งคาดว่าน่าจะเริ่มขยายเวลาการซื้อขายช้าสุดภายในไตรมาส 2/2567
นายรองรักษ์ กล่าวว่า ความคืบหน้าการยกระดับการทำงาน ตลท.ได้ว่าจ้างบริษัทต่างประเทศเพื่อเข้ามาช่วยศึกษาโปรแกรมเทรดดิ้ง ซึ่งได้เริ่มศึกษาแล้วตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมาและคาดว่าประมาณสัปดาห์หน้าจะมีรายงานออกมาเบื้องต้น โดยจะเป็นข้อมูลที่นำไปใช้ในการหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้อง อาทิ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (เฟทโก้) ก.ล.ต. โดยจะนำมารวมในผลการศึกษาทั้งหมดก่อนสามารถส่งรายงานข้อมูลที่ยืนยันแล้ว ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จปลายสัปดาห์แรกหรือช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์นี้
ทั้งนี้ ได้ยกระดับการกำกับดูแลบริษัทจดทะเบียนต่างๆ คือ แยกเครื่องหมาย “C-sign” เพื่อยกระดับการเตือน โดยคาดว่าจะเริ่มใช้เครื่องหมาย C ไม่เกินปีนี้ แบ่งเป็น CB เพื่อบ่งชี้เหตุการณ์ให้แก่นักลงทุนว่า บริษัทดังกล่าวอาจมีเหตุน่ากังวลในการดำเนินธุรกิจ เช่น equity น้อย, รายได้น้อย ขาดทุนติดต่อกัน หรือผิดนัดชำระหนี้ CS จะเกี่ยวข้องกับปัญหางบการเงิน เช่น ผู้สอบบัญชีไม่แสดงความเห็น สำนักงาน ก.ล.ต.สั่งให้ทำ Special Audit และ CF เป็นบริษัทที่มีปัญหาประเด็น Free Float ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ รวมถึง CC ประเด็นกังวลที่เกี่ยวกับการไม่ปฏิบัติตาม อาทิ บริษัทมี AC ไม่ครบองค์ประกอบตามที่กฎหมายกำหนด เป็นต้น

