หน้าแรก เศรษฐกิจ ตลท. เชื่อหุ้...

ตลท. เชื่อหุ้นไทยปี 67 ได้อานิสงส์เงินทุนเคลื่อนย้าย รับแรงหวังศก.ฟื้น-ท่องเที่ยว-ส่งออกสดใส

11.01.24 | 13:58 น.

ตลท. เชื่อหุ้นไทยปี 67 ได้อานิสงส์เงินทุนเคลื่อนย้าย รับแรงหวังศก.ฟื้น-ท่องเที่ยว-ส่งออกสดใส


นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ทิศทางในปี 2567 มีโอกาสที่เงินลงทุนจะเคลื่อนย้ายมาตลาดหุ้นในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะตลาดหุ้นไทยค่อนข้างมาก สังเกตจากเงินบาทที่มีแนวโน้มกลับมาแข็งค่าในระยะปานกลาง ประกอบกับประมาณการเศรษฐกิจไทยในปี 2567 จะขยายตัวได้สูงกว่าคาด ตามการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว การส่งออก และการบริโภคภายในประเทศ นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ปรับคาดการณ์อัตราการเติบโตของกำไรต่อหุ้น (อีพีเอส) และอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรต่อหุ้น (Forward P/E) ในปี 2567 ของหุ้นไทยไปยังจุดที่มีความน่าสนใจในการลงทุนมากขึ้นกว่าปี 2566 ขณะที่มีหลายกลุ่มอุตสาหกรรมในตลาดที่มีคาดการณ์อีพีเอสสูงแต่มีมูลค่าหุ้น (แวลูเอชั่น) ที่ยังอยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต

“การติดตามปัจจัยที่มีผลต่อตลาดหุ้นในปี 2567 เป็นเรื่องคล้ายเดิม โดยเฉพาะอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ ความคาดหวังการลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม ความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ในต่างประเทศ โดยมีปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นไทยในประเทศ อย่างภาคการท่องเที่ยว ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติมีช่องเติบโตได้อีก ภาครัฐมีงบประมาณออกมามากขึ้น การลงทุนภาคเอกชนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มองว่าจะสามารถพลิกกลับมาเป็นบวก รวมถึงส่งออกที่จะกลับมาเป็นบวกได้ ถือว่ามีลุ้นและน่าสนใจมาก” นายศรพล กล่าว

นายศรพล กล่าวว่า ภาพในช่วงปลายปี 2566 หลังจากทิศทางเงินเฟ้อโลกปรับลดลง และธนาคารกลางสำคัญต่างๆ ในหลายประเทศมีท่าทีผ่อนคลายนโยบายการเงินที่ชัดเจนมากขึ้น ประกอบกับเศรษฐกิจสหรัฐอาจไม่เข้าสู่สภาวะถดถอยอย่างรุนแรง ผู้ลงทุนจึงเคลื่อนย้ายเงินทุนไปยังสินทรัพย์เสี่ยง อาทิ บิตคอยน์ ตลาดหุ้นในหลายประเทศ และพันธบัตรผลตอบแทนสูง ซึ่งในปี 2566 แม้ตลาดหุ้นไทยจะให้ผลตอบแทนที่ต่ำกว่าตลาดหุ้นในหลายประเทศที่ได้รับอานิสงส์จากเงินทุนไหลเข้าจากแนวโน้มอัตราผลตอบแทนพันธบัตรลดลงและเงินสกุลดอลลาร์อ่อนค่า แต่หากมองย้อนกลับไป ดัชนีหุ้นไทยถือเป็นเพียงไม่กี่ดัชนีในโลกที่ให้ผลตอบแทนเป็นบวก และหากพิจารณาในช่วง 2565-2566 จะเห็นว่าดัชนีเคลื่อนไหวใกล้เคียงกับดัชนีอื่นๆ ในภูมิภาค

Advertisement

นายศรพล กล่าวว่า ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2566 หุ้นไทยปิดที่ระดับ 1,415.85 จุด ปรับเพิ่มขึ้น 2.6% จากเดือนพฤศจิกายน 2566 โดยปรับลดลง 15.2% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2565 โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีกว่าภาพรวมเมื่อเทียบกับสิ้นปี 2565 ได้แก่ กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มการเงิน และกลุ่มเกษตรและอาหาร และกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค มีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันใน SET และ mai อยู่ที่ 39,980 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า 28.8% โดยมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในปี 2566 อยู่ที่ 53,331 ล้านบาท และพบว่านักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิเป็นเดือนแรกหลังจากขายสุทธิ 10 เดือนต่อเนื่อง โดยในเดือนธันวาคม 2566 นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 70 ล้านบาท ทำให้ในปี 2566 ผู้ลงทุนต่างชาติขายสุทธิรวม 192,083 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงสุดต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 20