หน้าแรก เศรษฐกิจ ทริส ประกาศเค...

ทริส ประกาศเครดิต ITD แนวโน้มเป็นลบ ก่อนประชุมผู้ถือหุ้นกู้ 17 ม.ค.นี้

12.01.24 | 18:21 น.

ทริส ประกาศเครดิต ITD เป็นลบ ก่อนประชุมผู้ถือหุ้นกู้ 17 ม.ค.นี้


เมื่อวันที่ 12 มกราคม ทริสเรทติ้ง ประเทศไทย ได้ ประกาศ “เครดิตพินิจ” แนวโน้ม “Negative” หรือ “ลบ” ให้แก่อันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันของ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) (ITD)

โดยการประกาศเครดิตพินิจในครั้งนี้สะท้อนถึงความไม่แน่นอนของมติในการประชุมของผู้ถือหุ้นกู้เกี่ยวกับข้อเสนอของบริษัทในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขทางการเงินและการขยายวันครบกำหนดไถ่ถอนของหุ้นกู้คงเหลือ ซึ่งเครดิตพินิจมีนัยว่าอันดับเครดิตดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงในระยะใกล้

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 8 มกราคม ที่ผ่านมา บ.อิตาเลียนไทยฯ ได้ทำหนังสือแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เกี่ยวกับการเรียกประชุมผู้ถือหุ้นกู้ในวันที่ 17 ม.ค. 2567 ที่จะถึงนี้โดยมีวาระเพื่อการพิจารณาดังนี้

Advertisement

(1) ขอผ่อนผันการดำรงอัตราส่วนหนี้สินที่มีดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นให้ต่ำกว่า 3 เท่าและขอให้บริษัทสามารถดำเนินการเจรจาหรือทำสัญญาใด ๆ กับเจ้าหนี้เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ได้โดยไม่ถือเป็นเหตุผิดนัดตามข้อกำหนดสิทธิ

(2) ขอขยายวันครบกำหนดไถ่ถอนหุ้นกู้ออกไปอีก 2 ปีโดยมีการเพิ่มดอกเบี้ยที่อัตรา 0.25% ต่อปีในปีแรกและที่อัตรา 0.50% ต่อปีในปีที่สอง

ทริสเรทติ้งคาดว่าจะทำการปรับเปลี่ยนแก้ไขเครดิตพินิจแนวโน้ม “Negative” หรือ “ลบ” ได้เมื่อผลการประชุมได้ข้อสรุปและทริสเรทติ้งรับทราบแนวทางแก้ไขและแผนการบริหารจัดการของบริษัทอย่างครบถ้วนแล้ว

ทั้งนี้ ในกรณีที่บริษัทไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับผู้ถือหุ้นกู้ที่จะขยายวันครบกำหนดไถ่ถอนหุ้นกู้ออกไปและไม่สามารถหาแหล่งเงินทุนอื่น ๆ ได้ ทริสเรทติ้งก็อาจทำการปรับลดอันดับเครดิตของบริษัทลงอีกหลายขั้น

ล่าสุด อันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันของ บ.อิตาเลียนไทยฯ ได้รับการปรับลดอันดับลงเป็น “BB+/Negative” และ “BB/Negative” ตามลำดับซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงด้านสภาพคล่องที่เพิ่มขึ้นของบริษัท

ตลอดจนผลการดำเนินงานที่ค่อนข้างอ่อนแอ และภาระหนี้ที่สูง นอกจากนี้ สภาวะที่ตึงตัวของตลาดตราสารหนี้ยังทำให้ความพยายามในการออกหุ้นกู้ชุดใหม่เพื่อทดแทนหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดไถ่ถอนของบริษัทก็มีความยุ่งยากยิ่งขึ้นอีกด้วย