‘ภูมิธรรม’ หารือทูตฮังการี หาลู่ทางขยายตลาด Soft Power ‘อาหาร-แฟชั่น’

‘ภูมิธรรม’ หารือทูตฮังการี หาลู่ทางขยายตลาด Soft Power ‘อาหาร-แฟชั่น’

วันที่ 13 มกราคม นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการหารือกับนายชานโดร์ ชีโป เอกอัครราชทูตฮังการีประจำประเทศไทย ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ณ กระทรวงพาณิชย์ โดยเน้นย้ำว่า ไทยและฮังการีเป็นหุ้นส่วนทางการค้าที่มีความสัมพันธ์อันดีกันมาอย่างยาวนาน

ด้านเอกอัครราชทูตฮังการีฯ ได้ใช้โอกาสนี้มอบเหรียญที่ระลึกการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ฮังการี ครบ 50 ปี ให้แก่กระทรวงพาณิชย์ เพื่อเป็นประจักษ์พยานความสัมพันธ์ฉันมิตรของสองประเทศที่มีมากว่าครึ่งศตวรรษ

Advertisement

นายภูมิธรรม กล่าวว่า การหารือในครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือแนวทางส่งเสริมการค้า การลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างกัน ซึ่งรัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการกระชับความสัมพันธ์ในทุกมิติกับต่างประเทศ รวมทั้งการกระตุ้นและพลิกฟื้นเศรษฐกิจ อาทิ การสร้างรายได้โดยใช้การทูตเศรษฐกิจเชิงรุก การผลักดันการส่งออก การใช้ประโยชน์จาก FTA รวมถึงการสร้างโอกาสทางการค้าให้ผู้ประกอบการรายเล็ก และการเสริมสร้างความสามารถให้ภาคธุรกิจของไทยสามารถปรับตัวและทำการค้าภายใต้ระเบียบการค้าโลกใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนได้

นอกจากนี้ ยังได้เชิญชวนฮังการีทำการค้ากับไทยในสินค้าศักยภาพของไทยเพิ่ม อาทิ สินค้าเกษตรและอาหารแปรรูป ผลิตภัณฑ์ยางพารา ชิ้นส่วนและอุปกรณ์ยานยนต์ เวชภัณฑ์และอุปกรณ์การแพทย์ วัสดุก่อสร้างคุณภาพสูง และผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อเพิ่มทางเลือกของสินค้าคุณภาพดีให้กับผู้บริโภคในฮังการี และสนับสนุนการเติบโตในภาคอุตสาหกรรมของทั้งสองฝ่าย รวมถึงการหาลู่ทางและโอกาสทางการค้าใหม่ ๆ ร่วมกัน อาทิ การขยายตลาด Soft Power ในธุรกิจอาหารและแฟชั่น และได้เชิญชวนให้เข้ามาลงทุนในไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ EEC

นายภูมิธรรม กล่าวว่า ฮังการีให้การสนับสนุนการเจรจา FTA ไทย-อียู เนื่องจากเล็งเห็นถึงความสำคัญและประโยชน์ในการส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนระหว่างกัน ตลอดจนช่วยยกระดับมาตรฐานระหว่างภาคเอกชนของทั้งสองฝ่ายสู่ความเป็นสากล

ทั้งนี้ ฮังการีเป็นคู่ค้าอันดับที่ 11 ของไทยในอียู และเป็นคู่ค้าอันดับที่ 51 ของไทยในตลาดโลก โดยในช่วง 11 เดือน (ม.ค.-พ.ย. 2566) การค้าระหว่างไทยกับอียู มีมูลค่า 719.20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งไทยเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้า มูลค่า 247.16 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออกไปฮังการี มูลค่า 483.18 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และไทยนำเข้าจากฮังการี มูลค่า 236.02 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องรับวิทยุ โทรทัศน์ และส่วนประกอบ ก๊อก วาล์วและส่วนประกอบ และวงจรพิมพ์ สินค้านำเข้าสำคัญ ได้แก่ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ เครื่องมือเครื่องใช้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ การแพทย์ และผลิตภัณฑ์เวชกรรม เป็นต้น

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image