เอกชนเชียร์ตรึงราคาพลังงานช่วยลดต้นทุน ส.อ.ท.ดัน 5 ข้อค่าไฟต่ำ 4 บ. ชงแผนระยะยาวลดได้อีก ปตท.ชี้ทำธุรกิจวูบ 6.5 พันล.

เอกชนเชียร์ตรึงราคาพลังงานช่วยลดต้นทุน ส.อ.ท.ดัน 5 ข้อค่าไฟต่ำ 4 บ. ชงแผนระยะยาวลดได้อีก ปตท.ชี้ทำธุรกิจวูบ 6.5 พันล.

เมื่อวันที่ 13 มกราคม นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย (อีคอนไทย) เปิดเผยว่า จากกรณีที่ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน มีนโยบายตรึงราคาพลังงานตลอดทั้งปี 2567 ว่า เรื่องของราคาพลังงานต้องแยกเป็นเรื่องๆ เริ่มจาก ราคาค่าไฟฟ้าที่ล่าสุดงวดเดือนมกราคม-เมษายน อยู่ที่ 4.18 บาทต่อหน่วย และกลุ่มเปราะบาง 3.99 บาทต่อหน่วย มองว่ารัฐบาลไม่สามารถปรับราคาให้ต่ำลงไปกว่านี้ได้แล้ว เนื่องจากรัฐบาลยังต้องแบกรับภาระหนี้จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กว่า 8 หมื่นล้านบาท

ธนิต โสรัตน์

“ต้องยอมรับว่าในการปรับลดราคาค่าไฟลง เป็นผลดีต่อประชาชน และภาคเอกชน เพราะมีส่วนช่วยทำให้ค่าใช้จ่าย หรือต้นทุนที่ต้องแบกรับลดลง ซึ่งจากการสอบถามความคิดเห็นของภาคธุรกิจพอใจกับราคาดังกล่าวเป็นอย่างมาก”นายธนิตกล่าว

นายอิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า เป็นสิ่งที่ดี ที่ภาครัฐมีนโยบายและแนวทางในการแก้ไขปัญหาทั้งเรื่องค่าไฟฟ้าและค่าพลังงาน โดยมองภาพในระยะกลาง และระยะยาวมากขึ้น ภายใต้สถานการณ์ราคาพลังงานปัจจุบัน หากรัฐบาลมีการขับเคลื่อนตามข้อเสนอของ ส.อ.ท. แบ่งเป็นระยะสั้น 5 ด้าน จะช่วยลดค่าไฟฟ้าในปี 2567 ต่ำกว่า 4 บาทต่อหน่วย โดยไม่ต้องใช้งบประมาณกลางมาอุดหนุนกลุ่มเปราะบางได้อย่างแน่นอน ประกอบด้วย 1.ขับเคลื่อนกลไกเชิงรุกยึดค่าครองชีพประชาชน 2.กระทรวงการคลังรีไฟแนนซ์หนี้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ด้วยการออกพันธบัตรของรัฐ และต้องไม่เร่งผลักภาระใส่ค่าเอฟทีในช่วงพลังงานขาลง 3.กรณีซัพพลายโอเวอร์ดีมานด์ ลดกำไรโรงไฟฟ้า ไม่เร่งซัพพลายแต่ควรเร่งดีมานด์จากรถยนต์อีวี 4.ส่งเสริมและปลดล็อกพลังงานทดแทน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์สะดวกและเป็นธรรม เป็นต้น และ 5.ปรับโครงสร้างก๊าซธรรมชาติ ลดกำไร ราคาขายรายเล็กใกล้เคียงรายใหญ่ เพิ่มประสิทธิภาพการจัดหาก๊าซธรรมเหลว (แอลเอ็นจี) ทั้งสัญญาระยะยาวและสปอต

Advertisement
คอฟฟี่เบรก : ห่วง!! สงสัย พี่ก้อง อิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต
อิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต

นายอิศเรศกล่าวว่า ระยะยาวควรเร่ง 1.การเจรจาพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนทางทะเลระหว่างไทยและกัมพูชา (โออีซี) และ 2.ให้มีบุคคลที่สามในระบบโลจิสติกส์ของไฟฟ้าและก๊าซ และลดการผูกขาดทุกรูปแบบ นอกจากนี้ระยะกลาง รัฐบาลควรตั้งเป้าหมายและมียุทธศาสตร์ในแผนพลังงานชาติ หรือ NEP (National Energy Plan) และแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าประเทศ หรือ PDP (Power Development Plan) โดยในแผนค่าไฟฟ้าของประเทศไทยไม่ควรเกิน 3 บาทต่อหน่วย เพื่อขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและลดค่าครองชีพของประชาชน

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 12 มกราคมที่ผ่านมา ได้ชี้แจงต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ข้อเท็จจริง เกี่ยวกับมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2566 เรื่องมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้า ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของ ปตท. 1.การปรับโครงสร้างราคาก๊าซธรรมชาติ 2.การส่งผ่านราคาก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย กรณีผู้ผลิตไม่สามารถส่งมอบก๊าซฯ ได้ตามเงื่อนไขสัญญาซื้อขายก๊าซฯ หรือช็อตฟอลล์

นายอรรถพลกล่าวว่า การปรับโครงสร้าง ราคาก๊าซฯ ตามมาตรการข้างต้นส่งผลให้ต้นทุนของโรงแยกก๊าซฯ เปลี่ยนแปลงจากก๊าซฯ ในอ่าวไทยเป็นต้นทุนถั่วเฉลี่ยก๊าซฯ จากทุกแหล่ง ได้แก่ อ่าวไทย พม่า และก๊าซธรรมชาติเหลว คือ พูลก๊าซ จะส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงานของธุรกิจโรงแยกก๊าซฯ ที่จะปรับสูงขึ้นยกเว้นก๊าซปิโตรเลียมเหลวที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงในประเทศ มาตรการข้างต้นเป็นมาตรการระยะสั้นจนกว่าจะมีการกำหนดโครงสร้างราคาก๊าซฯ อย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ประมาณการผลกระทบเบื้องต้น เดือนมกราคม-เมษายน 2567 จะทำให้ผลการดำเนินงานโดยรวมของธุรกิจก๊าซฯ ของ ปตท. ปรับตัวลดลงประมาณ 6,500 ล้านบาท หลังจากนี้ ปตท.จะหารือกับกระทรวงพลังงานถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการปรับโครงสร้างราคาก๊าซฯในภาพรวมทุกด้านเพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมร่วมกัน

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image