หน้าแรก เศรษฐกิจ ขับเคลื่อนอุต...

ขับเคลื่อนอุตฯฮาลาลไทย ปักธงปี 71 ‘ASEAN Halal Hub’

15.01.24 | 12:30 น.

ขับเคลื่อนอุตฯฮาลาลไทย
ปักธงปี 71 ‘ASEAN Halal Hub’

ประเด็นการจัดตั้ง สำนักงานส่งเสริมอาหารฮาลาล (องค์กรมหาชน) เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมฮาลาลของไทย ให้เป็นหนึ่งในเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจไทยปี 2567 ได้รับความสนใจ เมื่อ “นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง” ทวีตข้อความพร้อมภาพการหารือร่วมกับ น.ส.พิมพ์ภัทรา
วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม โดยใจความระบุว่า ไทยมีศักยภาพสูง และพร้อมส่งออกอาหารฮาลาล โดยผู้อำนวยการเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ได้นำเสนอแผนการยกระดับภาคอุตสาหกรรมไทยปี 2567 โดยตั้งสำนักงานส่งเสริมอาหารฮาลาล (องค์กรมหาชน) เพื่อทำให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ และพัฒนาด้านอาหารฮาลาลอย่างจริงจัง

“มติชน” สัมภาษณ์ น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ถึงความคืบหน้าการผลักดันอุตสาหกรรมฮาลาลไทย หนึ่งในนโยบายหลักที่ประกาศจะทำให้สำเร็จในตำแหน่งรัฐมนตรีอุตสาหกรรม

กระทรวงอุตสาหกรรมได้ตั้งเป้าให้ไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมฮาลาลของอาเซียนภายในปี 2571 ซึ่งจะช่วยเพิ่มจีดีพีภาคอุตสาหกรรมได้กว่า 1.2% พร้อมสร้างงานสร้างอาชีพ กระจายรายได้ และลดความเหลื่อมล้ำของประชาชนในทุกพื้นที่ เพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

โดยตลาดอุตสาหกรรมฮาลาลโลกมีมูลค่าสูงถึง 2.1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ และมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องเฉลี่ย 7.5% ต่อปี จนถึงปี2567 ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มมีส่วนแบ่งอยู่ที่ประมาณ 1.3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนกว่า 60% ของอุตสาหกรรมฮาลาลทั้งหมด คาดว่าในปี 2567 การเติบโตของตลาดอุตสาหกรรมฮาลาลทั้งหมด จะขยายตัวเฉลี่ยอยู่ที่ 7.5% โดยในส่วนของกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม คาดว่าจะขยายตัวเฉลี่ยอยู่ที่ 7.1%

Advertisement

สำหรับประเทศไทยมีมูลค่าส่งออกสินค้าอาหารฮาลาลในปี 2566 (มกราคม-พฤศจิกายน) จำนวน 216,698 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ย 2.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มอาหารฮาลาลโดยธรรมชาติ อาทิ ข้าว ธัญพืช น้ำตาลทราย ฯลฯ และมีผู้ผลิตอาหารฮาลาลกว่า 15,043 ราย มีร้านอาหารฮาลาลมากกว่า 3,500 ร้าน ยังมีโอกาสเพิ่มสัดส่วนการส่งออกอาหารฮาลาลไปยังตลาดที่มีกำลังซื้อสูงได้อีกมาก เช่น ประเทศซาอุดีอาระเบีย และประเทศบรูไน เป็นต้น

โดยประเทศซาอุดีอาระเบียเป็นประเทศผู้นำเข้าอาหารฮาลาลสำคัญของโลก มีมูลค่านำเข้าในปี 2565 สูงถึง 22,571 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโต 4.2% และเป็นแหล่งกระจายสินค้าไปยังกลุ่มประเทศกลุ่มตะวันออกกลางอื่นๆ ได้แก่ คูเวต โอมาน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) กาตาร์ และบาห์เรน ขณะที่ประเทศบรูไน เป็นอีกหนึ่งประเทศในอาเซียนที่มีศักยภาพและมีโอกาสสำหรับผู้ประกอบการฮาลาลไทยในการขยายตลาดเพิ่มขึ้นได้อีกมาก โดยมีมูลค่านำเข้าสินค้าฮาลาลรวม 580 ล้านเหรียญสหรัฐ มีอัตราเติบโต 7.8%

ทั้งนี้ ได้มอบให้ นางวรวรรณ ชิตอรุณ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เร่งจัดทำแผนและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมฮาลาลทั้งระบบ ครอบคลุมทั้งในส่วน Food (อาหารและเครื่องดื่ม) และ Non-Food (สิ่งทอ เครื่องนุ่งหุ่ม เครื่องสำอาง) โดยคำนึงถึงอัตลักษณ์ท้องถิ่นเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการ เพื่อขับเคลื่อนซอฟต์เพาเวอร์ของไทย ตอบสนองนโยบายนายกรัฐมนตรีในการยกระดับการส่งเสริมและผลักดันอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลให้เติบโต

ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมฮาลาล สศอ. ได้เร่งหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมฮาลาลทั้งระบบ โดยเริ่มที่อุตสาหกรรมอาหารฮาลาลก่อน ตั้งแต่การสร้างความเชื่อมั่นกับผู้บริโภคถึงศักยภาพของสินค้าฮาลาลของไทย พร้อมทั้งขยายตลาดกลุ่มลูกค้า เตรียมความพร้อมให้กับภาคเอกชนในการขอรับรองมาตรฐานฮาลาลสากลในแต่ละประเทศ รวมทั้ง พัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบอาหารฮาลาลที่สอดคล้องกับข้อบัญญัติของศาสนา และอาหารฮาลาลอนาคต (Future Food) เพื่อตอบสนองกระแสรักสุขภาพและความต้องการของกลุ่มมุสลิมรุ่นใหม่

กิจกรรมการดำเนินการปี 2567 นี้จะเน้นสร้างการรับรู้ (Awareness) ถึงศักยภาพของอาหารฮาลาลของไทย โดยเชื่อมโยงซอฟต์เพาเวอร์ และอัตลักษณ์ของท้องถิ่น (วัตถุดิบและอาหารพื้นถิ่น) และเร่งขยายการส่งออกอาหารฮาลาลของไทยไปยังตลาดที่มีกำลังซื้อสูง เช่น ตลาด OIC/GCC (เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย) แอฟริกา และประเทศจีน ผ่านการเจรจาจัดทำกรอบความร่วมมือ และส่งเสริมการตลาดผ่านกิจกรรมจัดงาน Halal Exhibition เป็นต้น และกิจกรรมทางการทูต เช่น งาน Thai Night เพื่อเผยแพร่ ส่งเสริมประชาสัมพันธ์ และสร้างภาพลักษณ์ สินค้าและบริการฮาลาลไทย เป็นต้น

คาดว่าจะมีการเปิดตัวกิจกรรมดังกล่าวนี้ได้ประมาณเดือนมีนาคม 2567 และนายกรัฐมนตรีจะให้เกียรติมาเป็นประธานในงานเปิดตัวดังกล่าว ภายในงานจะมีการเชิญเชฟอาหารที่มีชื่อเสียงรังสรรค์เมนูอาหารฮาลาลที่เป็นเอกลักษณ์ของไทย พร้อมเชิญ อินฟลูเอนเซอร์ และทูตจากนานาประเทศ เข้าร่วมงาน เพื่อประชาสัมพันธ์ให้อาหารฮาลาลไทยเป็นที่รู้จักในระดับสากล นอกจากนี้ ยังจัดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมฮาลาลของไทยที่มีศักยภาพพร้อมส่งออกนำเสนอโปรโมตสินค้า เพื่อเป็นการเปิดตลาดสินค้าฮาลาลไทยสู่สากล

“เมื่อวันที่ 5 มกราคมที่ผ่านมา ได้นำเสนอแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมฮาลาลต่อนายกรัฐมนตรีแล้ว และนายกรัฐมนตรีเห็นด้วยในหลักการที่จะขับเคลื่อนอุตสาหกรรมฮาลาลทั้งระบบ และให้มีการจัดตั้งศูนย์อุตสาหกรรมฮาลาลไทย หรือสำนักงานพัฒนาอุตสาหกรรมฮาลาลไทยขึ้น เพื่อรับผิดชอบในการขับเคลื่อนแผนงานดังกล่าว และเป็น National Focal Point ในการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ ต้องขอขอบคุณ สศอ. ที่ได้ดำเนินการตามนโยบายได้อย่างรวดเร็วจนเป็นรูปเป็นร่างภายในระยะเวลา 3 เดือนตามที่ตั้งใจไว้” รัฐมนตรีพิมพ์ภัทราระบุ

รัฐมนตรีพิมพ์ภัทรากล่าวอีกว่า หน้าที่สำนักงานฯ จะมีภารกิจครอบคลุมด้านการขยายตลาดสินค้าฮาลาลไทยไปทั่วโลก และยกระดับการผลิตและมาตรฐาน เทคโนโลยีและนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ฮาลาลไทย รวมทั้งบูรณาการงานด้านการส่งเสริมและพัฒนาที่เกี่ยวข้องในเรื่องฮาลาล กระจายอยู่ในหน่วยงานต่างๆ อาทิ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กรมปศุสัตว์ และสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ) กระทรวงอุตสาหกรรม (กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม) กระทรวงสาธารณสุข (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา) กระทรวงพาณิชย์ (กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ) กระทรวงการต่างประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการ ซึ่งจะเป็นการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ก่อให้เกิดการจ้างงาน สร้างรายได้ และยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

โดยระยะแรก มีแผนจะจัดตั้งหน่วยงานพิเศษภายใต้กระทรวงอุตสาหกรรม โดยให้สถาบันอาหารเป็นกลไกเริ่มดำเนินการ ซึ่งมีพื้นที่ บุคลากร เครื่องมือและห้องปฏิบัติการพร้อมดำเนินการได้ทันที สำหรับรูปแบบของศูนย์ในระยะต่อไป

“กระทรวงอุตสาหกรรมจะศึกษาความเป็นไปได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) โดยคำนึงถึงประสิทธิภาพและความคล่องตัว ในการดำเนินงาน ซึ่งอาจจัดตั้งเป็น “กรม” หรือ “องค์การมหาชน” ขึ้นอยู่กับการประเมินความเหมาะสมอย่างรอบด้านต่อไป” รัฐมนตรีพิมพ์ภัทราทิ้งท้าย