ปี 2567 คือมังกรเดือดสุดๆ เพราะเปิดศักราชมาภาคการเงินไทยร้อนระอุทันที หลัง เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง ออกโรงวิจารณ์การดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่มี เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ เป็นผู้ว่าการ ธปท. ถึงการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ปัจจุบันอยู่ที่ 2.50% ต่อปี ภายใต้สภาวะอัตราเงินเฟ้อไทยติดลบ ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ระบุ ณ เดือนธันวาคม 2566 เงินเฟ้อติดลบ 0.83% และติดลบติดต่อกัน 3 เดือน
ดอกเบี้ยขาขึ้นส่งผลให้ภาคธุรกิจทั้งรายใหญ่ รายย่อย และประชาชนแบกรับต้นทุนสูงขึ้น หากเป็นลูกหนี้ที่มีหนี้ต้องชำระเงินคืนในแต่ละงวดสูงขึ้น ขณะที่ลูกหนี้ต้องการขอสินเชื่อใหม่อาจชะลอการลงทุน เพราะห่วงเรื่องดอกเบี้ยเช่นกัน
จนเกิดข้อวิภาควิจารณ์ทางสังคมอย่างหนักเพราะดอกเบี้ยสูง ทำให้ธุรกิจธนาคารรับอานิสงส์เต็มๆ สะท้อนกำไรธนาคารพาณิชย์ 8 แห่ง มีกำไรสุทธิ 9 เดือน รวมกัน 174,873 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.89% จากช่วงเดียวกันปีก่อน
เกิดคำถามจากสังคมว่า ภายใต้เศรษฐกิจยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ แต่ดอกเบี้ยขาขึ้น ประชาชนเดือดร้อนจากพิษเศรษฐกิจ ถึงเวลาลดดอกเบี้ยหรือยัง?
เรื่องนี้ อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย และที่ปรึกษาการลงทุน ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ระบุว่า การดำเนินนโยบายการเงินของ ธปท. โดยคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะพิจารณา 3 เรื่องหลักคือ 1.เงินเฟ้ออยู่ในกรอบ 1-3% 2.การขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ 3-4% และ 3.ไม่สร้างความไม่สมดุลทางด้านการเงิน
โดย กนง.ให้ความสำคัญกับเงินเฟ้อเป็นหลัก เพราะที่ทิศทางเงินเฟ้อต่ำลงสาเหตุเพราะรัฐบาลสนับสนุนมาตรการด้านค่าครองชีพกดเงินเฟ้อต่ำ รวมถึงอนาคตหากได้ใช้มาตรการดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท จะกระตุ้นให้เงินเฟ้อพุ่งขึ้นอีกระลอก
รวมถึงพิจารณาตลาดการเงินภาพใหญ่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะตัดสินใจลดดอกเบี้ยช่วงใด หาก ธปท.ลดดอกเบี้ยก่อน ตลาดการเงินจะผันผวน ด้วยช่องว่างดอกเบี้ยต่างกัน ทำให้เงินไหลออกไปสหรัฐหมด ดังนั้น ธปท.ต้องคุมเชิงด้วยการคงอัตราดอกเบี้ยที่ 2.50% ต่อปี
ผู้บริหารซีไอเอ็มบี ไทย คาดว่า ธปท.จะลดดอกเบี้ยครึ่งหลังปี 2567 ช่วงไตรมาส 3หรือ 4 ปี 2567 ดอกเบี้ยจะอยู่ที่ 2% จากกรณีที่ไม่มีมาตรการดิจิทัลวอลเล็ต แต่หากมีมาตรการดังกล่าวจะมีความเสี่ยงทางการคลังและการเงิน ธปท.จึงมีความจำเป็นต้องคุมดอกเบี้ยไว้ที่ 2.50% ต่อปี
รอลุ้นผลประชุม กนง.นัดแรก 7 กุมภาพันธ์ หรือเร็วกว่านั้น อาจมีประชุมนัดพิเศษแทรกคิวเข้ามาก่อนหรือไม่ วัดใจแบงก์ชาติ!!

