หน้าแรก เศรษฐกิจ ค่าบาทเปิดเช้...

ค่าบาทเปิดเช้านี้อ่อนค่าลงเล็กน้อย แตะ 35 บาทต่อดอลลาร์ นักค้าเงินทยอยขายทำกำไร

16.01.24 | 09:56 น.

ค่าบาทเปิดเช้านี้อ่อนค่าลงเล็กน้อย แตะ 35 บาทต่อดอลลาร์ นักค้าเงินทยอยขายทำกำไร

เมื่อวันที่ 16 มกราคม นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 35.00 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ 34.95 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 34.90-35.10 บาท/ดอลลาร์

นายพูน กล่าวว่า โดยในช่วงคืนก่อนหน้า ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways (แกว่งตัวในช่วง 34.93-35.02 บาทต่อดอลลาร์) โดยมีจังหวะผันผวนอ่อนค่าลงทดสอบโซนแนวต้าน 35 บาทต่อดอลลาร์ บ้าง ตามการแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยของเงินดอลลาร์ อย่างไรก็ดี เนื่องจากตลาดการเงินสหรัฐฯ ปิดทำการในช่วงวันหยุด Martin Luther King Jr. Day ทำให้สินทรัพย์ในตลาดการเงินต่างเคลื่อนไหวในกรอบ

นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดบางส่วนก็ใช้จังหวะที่เงินบาทอ่อนค่าทดสอบโซนแนวต้านในการทยอยขายเงินดอลลาร์เช่นกัน ทำให้การอ่อนค่าของเงินบาทยังคงเป็นไปอย่างจำกัด ทั้งนี้ เราประเมินว่า ตลาดการเงินจะมีความเคลื่อนไหวที่ชัดเจนมากขึ้น และเสี่ยงผันผวนสูง ท่ามกลางรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญสหรัฐฯ และถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟดในสัปดาห์นี้

นายพูน กล่าวว่า สำหรับวันนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญจากฝั่งยุโรป โดยเริ่มจากข้อมูลตลาดแรงงานอังกฤษ ทั้งในส่วนยอดการจ้างงานและอัตราการเติบโตของค่าจ้าง ส่วนในฝั่งยูโรโซน ผู้เล่นในตลาดจะจับตา รายงานดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของเยอรมนี (ZEW Economic Sentiment) ซึ่งหากบรรดาข้อมูลเศรษฐกิจดังกล่าวออกมาดีกว่าคาด ก็อาจสะท้อนว่า แนวโน้มเศรษฐกิจยุโรปอาจไม่ได้ชะลอตัวลงหนัก จนทำให้ทั้ง ECB และ BOE ต้องรีบลดดอกเบี้ยนโยบายลง และภาพดังกล่าวก็อาจพอช่วยหนุนให้เงินยูโร (EUR) และเงินปอนด์อังกฤษ (GBP) รีบาวด์แข็งค่าขึ้นได้บ้าง

Advertisement

ส่วนในฝั่งสหรัฐฯ ผู้เล่นในตลาดจะรอจับตาถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด อาทิ Christopher Waller (Voter) ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา Christopher Waller มักจะให้ความเห็นในเชิงสนับสนุนการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับสูง จนกว่าเฟดจะมั่นใจว่าสามารถคุมปัญหาเงินเฟ้อได้สำเร็จ หรือให้ความเห็นต่อนโยบายการเงินในเชิง Hawkish

นายพูน กล่าวว่า สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท เราประเมินว่า เงินบาทอาจแกว่งตัว Sideways ใกล้ระดับ 35 บาทต่อดอลลาร์ จนกว่าตลาดจะรับรู้ปัจจัยใหม่ๆ เพิ่มเติม โดยเฉพาะรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญสหรัฐฯ และจีน ในช่วงกลางสัปดาห์ อย่างไรก็ดี เงินบาทก็อาจผันผวนไปตามทิศทางฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติ ซึ่งในช่วงนี้ เรายังคงเห็นแรงขายสินทรัพย์ไทยต่อเนื่องจากนักลงทุนต่างชาติ ทำให้เงินบาทอาจผันผวนอ่อนค่าได้บ้าง ตามแรงขายสินทรัพย์ไทยดังกล่าว จนกว่าบรรยากาศในตลาดการเงินจะเริ่มกลับมาเปิดรับความเสี่ยง (อาจต้องรอลุ้นรายงานข้อมูลเศรษฐกิจจีน)

ทั้งนี้ แม้ว่าเงินบาทอาจผันผวนอ่อนค่า แต่เรามองว่า ความกังวลแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทยที่คลี่คลายลงไปบ้าง จะช่วยลดแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าต่อเงินบาท ทำให้การอ่อนค่าของเงินบาทอาจจำกัดอยู่และจะยังไม่เห็นการอ่อนค่าทะลุเกินแนวต้าน 35.20-35.30 บาทต่อดอลลาร์ นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดบางส่วน ต่างก็รอจังหวะเงินบาทอ่อนค่าเหนือโซน 35 บาทต่อดอลลาร์ ในการทยอยขายเงินดอลลาร์ ซึ่งจะช่วยชะลอการอ่อนค่าของเงินบาทได้

อนึ่ง ควรจับตาทิศทางราคาทองคำ เนื่องจาก หากราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นทดสอบโซนแนวต้านที่เราประเมินไว้ ก็อาจเห็นแรงขายทำกำไรจากผู้เล่นในตลาด และโฟลว์ธุรกรรมดังกล่าวก็อาจช่วยให้เงินบาทพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นได้บ้าง แต่เรายังมองว่า เงินบาทจะยังไม่สามารถกลับมาแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องได้ในช่วงนี้ จนกว่าตลาดจะรับรู้ปัจจัยใหม่ๆ เพิ่มเติม หรือ นักลงทุนต่างชาติกลับเข้ามาซื้อสินทรัพย์ไทยต่อเนื่องชัดเจน ทำให้โซน 34.80 บาทต่อดอลลาร์ อาจเป็นแนวรับสำคัญของเงินบาทในช่วงนี้

“ความผันผวนของเงินบาทยังคงอยู่ในระดับที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ผ่านมา ทำให้เราคงคำแนะนำว่า ผู้ประกอบการควรใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลาย อาทิ Option เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน และการเลือกทำธุรกรรมในสกุลเงินท้องถิ่น (Local Currency) ก็เป็นอีกแนวทางในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่น่าสนใจ ซึ่งผู้ประกอบการควรเปรียบเทียบต้นทุนในการทำธุรกรรมและแผนการป้องกันความเสี่ยงก่อนตัดสินใจทุกครั้ง”นายพูน กล่าว