กสทช.-สกพอ. MOU หนุนสร้างโทรคมนาคม บูมเมืองใหม่อีอีซี ตั้งเป้าลงทุนพุ่ง 1 แสนล้านต่อปี
เมื่อวันที่ 16 มกราคม ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (ประธาน กสทช.) ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) หรือ สกพอ. โดยความร่วมมือเรื่องการขับเคลื่อนเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เพื่อร่วมส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศไทยไปสู่การใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งมีระยะร่วมสัญญา 3 ปี
ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ กล่าวว่า สำนักงาน กสทช. พร้อมให้การสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยี 5G ในภาคอุตสาหกรรมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เมื่อปี 2563 กสทช. ได้มีการจัดสรรคลื่นความถี่ย่าน 2600 MHz โดยมีการกำหนดเงื่อนไขให้มีการลงทุนพัฒนาโครงข่ายโทรคมนาคมให้ครอบคลุม 50% ของพื้นที่อีอีซี ภายใน 1 ปี ปัจจุบันการดำเนินการดังกล่าวได้มีการขยายโครงข่ายคลื่นความถี่ย่าน 2600 MHz ในเขตพื้นที่อีอีซีครอบคลุม 3 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง ครอบคลุมพื้นที่รวมแล้วประมาณ 95.70% ของพื้นที่
ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ กล่าวว่า กสทช. ได้มีส่วนร่วมในการผลักดันและสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับอุปกรณ์ และแอพพลิเคชันที่รองรับการทำงานของเทคโนโลยี 5G ให้เข้าถึงผู้ใช้บริการมากขึ้น ซึ่งปัจจุบัน กสทช. ได้มีการอนุญาตพื้นที่กำกับดูแลเป็นการเฉพาะ (แซนด์บอกซ์) ในพื้นที่โครงการอีอีซี ให้แก่ผู้ได้รับอนุญาต จำนวน 2 ราย ได้แก่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยองและอยู่ระหว่างการพิจารณาอนุญาตพื้นที่กำกับดูแลเป็นการเฉพาะ (แซนด์บอกซ์) เพื่อดำเนินการจัดตั้งเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัลประเทศไทย (EECd) ในโครงการไทยแลนด์ ดิจิทัล วัลเลย์ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรีด้วย
ทั้งนี้ ภาพรวมเศรษฐกิจดิจิทัล พบปี 2565 มีมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจดิจิทัลกว่า 2 ล้านล้านบาท และหากเปรียบเทียบสัดส่วนระหว่างมูลค่าเศรษฐกิจดิจิทัลกับมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) พบว่า มีสัดส่วนสูงถึง 12.19% ในปี 2565 ซึ่งภาครัฐจะต้องมีนโยบายในการกระตุ้นเศรษฐกิจดิจิทัลให้มากขึ้น เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย 30% ในปี 2570 ของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก อีอีซี หรือ สกพอ. กล่าวว่า จากความร่วมมือดังกล่าว แบ่งการทำงานเป็น 5 แนวทางใหญ่ คือ 1.ดึงนักลงทุน 2.โครงสร้างพื้นฐานสาธารณูปโภครบถ้วน 3.ทรัพยากรบุคลากรต้องพร้อม 4.การพัฒนาเมืองให้น่าอยู่และดึงดูดการลงทุน และ 5.การผลักดันกิจกรรมต่างๆ ให้มีเม็ดเงินไหลสู่ประชาชนท้องถิ่น ดังนั้น การสร้างต่างๆ ให้เกิดขึ้นในพื้นที่เป็นการเตรียมความพร้อม โดยเฉพาะเรื่องโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ที่จะสนับสนุนอุตสาหกรรมใหม่ๆ เกิดขึ้นในอนาคต
นายจุฬา กล่าวว่า อุตสาหกรรมที่จะใช้ประโยชน์จาก 5G เป็นโครงสร้างพื้นฐาน แต่อุตสาหกรรมที่จะใช้นั้น ขึ้นอยู่ว่าโรงงานนั้นจะใช้ทำอะไร เช่น โรงงานที่ใช้เทคโนโลยีสูง นวัตกรรมใหม่ๆ ซึ่งใช้ 5G เกือบทั้งหมดในการผลิต เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) มีการใช้เทคโนโลยีใหม่ด้วย
“ความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นการสร้างรากฐานต่อไปในอนาคต เพราะโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคจะทำให้เกิดการบริการเกี่ยวกับโทรคมนาคม โดยผู้ให้บริการต่างๆ จะเข้าไปขอใบอนุญาต (ไลเซนส์) จาก กสทช.เข้าไปพัฒนาสิ่งต่างๆ ในพื้นที่อีอีซี และดึงนักลงทุนเข้ามาในประเทศ” นายจุฬากล่าว
ทั้งนี้ การลงทุนจริงในพื้นที่อีอีซีจากการเก็บข้อมูลที่ผ่านมา ปริมาณการลงทุน หรือมูลค่าการลงทุน เก็บจากบัตรส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ให้คำปรึกษาการขอสิทธิพิเศษทางภาษี (บีโอไอ) โดยปี 2566 การลงทุนเฉลี่ย 2 แสนล้านบาท และจาก 4-5 ปีที่ผ่านมา เฉลี่ยการลงทุนในพื้นที่ 2.2 ล้านล้านบาท ขณะเดียวกัน หากพิจารณาจากการลงทุนจริงตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมาเฉลี่ยลงทุนปีละ 7 หมื่นล้านบาท และตั้งเป้าหมายจะเพิ่มการลงทุนให้ได้ปีละ 1 แสนล้านบาท

