อธิบดีกรมปศุสัตว์ยันไม่รู้จักเฮียเก้าส่วนตัว พร้อมให้ข้อมูลดีเอสไอ แจงไม่ได้มาขอเบรกหมายจับ

อธิบดีกรมปศุสัตว์ยันไม่รู้จักเฮียเก้าส่วนตัว พร้อมให้ข้อมูลดีเอสไอ แจงไม่ได้มาขอเบรกหมายจับ

 

วันที่ 16 มกราคม นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ และนายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ ตัวแทนฝ่ายกฎหมายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สารวัตรปศุสัตว์เข้าพบพันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อหารือและส่งมอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับขบวนการสวมสิทธิ์ส่งออกตีนไก่ โดยใช้เวลาหารือ ประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนลงมา ให้สัมภาษณ์กับสื่อ

โดยนายสมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ยืนยันว่า การเข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในวันนี้เป็นเพียงการหารือและแสดงถึงความพร้อมที่จะสนับสนุนข้อมูลในการตรวจสอบขบวนการลักลอบนำเข้าและส่งออกเนื้อสัตว์เถื่อนให้กับกรมสอบสวนคดีพิเศษ และยืนยันว่าไม่รู้จักหรือมีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับเฮียเก้า หรือนาย หลี่ เซิ่งเจียว หนึ่งในผู้ต้องหาขบวนการลักลอบสวมสิทธิ์ตีนไก่ เนื่องจากกรมปศุสัตว์ต้องประสานงานกับเอกชนมากมายในการค้าระหว่างประเทศ จึงเป็นธรรมดาที่จะรู้จักกับบุคคลต่างๆ มากมานที่เข้ามาพูดคุยและขอถ่ายรูป

Advertisement

นอกจากนี้ ที่ผ่านมากรมปศุสัตว์ก็พยายามปราบปรามขบวนการหมูเถื่อนมาอย่างต่อเนื่อง แลยืนยันว่า ในช่วงที่มีคดีเรื่องหมูเถื่อนนั้น ตนเองดำรงตำแหน่งรักษาราชการแทนอธิบดีกรมประมงนั้น และไม่มีอำนาจสั่งการกรมปศุสัตว์

ด้านนายธนดล สุวรรณะฤทธิ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า วันนี้ได้รับมอบหมายจากร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้นำข้าราชการในสังกัดเข้ามาพบและหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งยอมรับว่าคดีดังกล่าวสร้างความคลางแคลงใจต่อการปฏิบัติงานของกระทรวง และส่งผลกระทบต่อการส่งออกตีนไก่และผู้ประกอบการที่กระทำถูกต้องตามกฎหมาย แต่หากกรมสอบสวนคดีพิเศษต้องการข้อมูล หรือพยานหลักฐานในด้านใด ก็สามารถทำหนังสือแจ้งมายังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และพร้อมที่จะสนับสนุนข้อมูล

อย่างไรก็ตาม ไม่ปฏิเสธว่ามีเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดหรือไม่ ซึ่งทุกองค์กรล้วนมีคนไม่ดี แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีหนังสือสั่งการแล้วว่าหากพบข้าราชการในกระทรวงที่ทุจริต นอกจากจะถูกตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงแล้วจะต้องถูกดำเนินคดีตามมาตรา 157 ด้วย และหากพบพยานหลักฐานก็สามารถออกหมายจับได้เลย

ด้านนายสมบูรณ์ ม่วงกล่ำ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า จากการพูดคุยในวันนี้ อธิบดีกรมปศุสัตว์ได้ยืนยันว่าจะดำเนินการตามพยานหลักฐานที่แท้จริง ไม่มีการปกป้องผู้ใดเป็นพิเศษและไม่มีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง หลังจากนี้หากอธิบดีกรมปศุสัตว์และคณะประสงค์จะเข้ามาชี้แจงรายละเอียดก็สามารถดำเนินการได้ ไม่ว่าจะด้วยวาจาหรือจะทำเอกสารชี้แจงในภายหลัง และยืนยันว่าการขอเข้าพบเพื่อขอไม่ให้ออกหมายจับอธิบดีกรมปศุสัตว์นั้นไม่เป็นความจริง หากเป็นเรื่องจริงคงเจรจากันในทางลับ ไม่แจ้งให้สื่อมวลชนมาทำข่าว และคงไม่มีใครกล้ามาขอ เรื่องนี้กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ละขณะนี้ยังไม่มีขั้นตอนการออกหมายเรียกข้าราชการระดับสูงตามที่เป็นกระแสข่าว ส่วนหลังจากนี้จะพิจารณาออกหมายเรียกใครบ้างนั้นก็ขึ้นอยู่กับดุลย์พินิจของพนักงานสอบสวน

ด้านพันตำรวจเอกทวี สอดส่องรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยืนยันว่า จะไม่มีการกดดันพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษในการทำคดีมีเพียงการให้กำลังใจเสียมากกว่า แต่ไม่ขอตอบในรายละเอียดของคดีเนื่องจากเกรงว่าจะเป็นการชี้นำ ขอให้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนดีกว่า

นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวยังได้สอบถามถึงกรณี คลิปเสียงของนายมานพ ผู้สื่อข่าวพิเศษสำนักข่าวแห่งหนึ่งกับ อดีตอธิบดีกรมปศุสัตว์ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการเจรจาวิ่งเต้นคดีนั้น ก็เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนในการตรวจสอบ เพราะหลักฐานต่างๆก็สามารถนำมากล่าวอ้างได้อยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวยังได้สอบถามว่า การประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้มีการพูดคุยเรื่องนี้กับร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วยหรือไม่นั้น ยอมรับว่ามีการพูดคุยกัน และร้อยเอกธรรมนัสยินดีที่จะร่วมมือสนับสนุนข้อมูลทุกอย่าง หากต้องการข้อมูลก็สามารถติดต่อมาได้

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image