KKP คาดหากไร้ ดิจิทัลวอลเล็ต ธปท.อาจลดดอกเบี้ยลง ได้ปลายปีนี้

KKP คาดหากไร้ ดิจิทัลวอลเล็ต ธปท.อาจลดดอกเบี้ยลง ได้ปลายปีนี้

เมื่อวันที่ 22 มกราคม ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายพิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) กล่าวว่า แรงกดดันเรื่องอัตราดอกเบี้ยจะทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ลดอัตราดอกเบี้ยลงเร็วกว่าที่ตลาดคาดการณ์หรือไม่ ซึ่งประเด็นนี้มี 2 เรื่อง มองถึงระยะสั้นและระยะยาว ต้องยอมรับว่าเศรษฐกิจที่โตช้าลงเป็นปัญหาระยะยาว การลดดอกเบี้ยอย่างเดียวไม่ได้ช่วยมากนัก แต่ต้องดูว่าจริงๆ แล้วการประสานงานของนโยบายรัฐบาล และ ธปท.ทำอย่างไรให้ตอบโจทย์ทั้งระยะสั้นและระยะยาว

“แนวทางลดอัตราดอกเบี้ยคาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะพิจารณาทั้งเงินเฟ้อและการขยายตัวเศรษฐกิจ ถ้าเศรษฐกิจมีสัญญาณว่าแผ่วลง ธปท.ต้องทบทวนว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร เพราะขณะนี้ ธปท.ถูกวิจารณ์แต่ก็พยายามอธิบาย”นายพิพัฒน์ กล่าว

ทั้งนี้ สำหรับภาคการเงินเป็นส่วนที่สำคัญในการสนับสนุนเม็ดเงินเพื่อการลงทุน ถ้าภาคการเงินมีปัญหาเรื่องเสถียรภาพ เรื่องทุนไม่พอ เรื่องสภาพคล่องจะทำให้เศรษฐกิจไปได้ยาก อย่างไรก็ตาม ช่วงโควิดภาคการเงินได้รับผลกระทบมาก แต่ปีนี้เห็นสัญญาณออกจากโควิดอย่างแข็งแกร่ง จึงเป็นความหวังจะช่วยการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้น

Advertisement

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ขณะเดียวกัน การฟื้นตัวเศรษฐกิจภายในประเทศ ถ้าไม่มีมาตรการดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท เศรษฐกิจจะค่อยๆ แผ่วลง เพราะการฟื้นตัวเศรษฐกิจมาจากการท่องเที่ยวที่ขยายตัวได้แต่พื้นที่ที่เป็นที่นิยม เช่น กรุงเทพฯ ภูเก็ต แต่ต่างจังหวัดยังเงียบ ดังนั้น ถ้าไม่มีมาตรการดังกล่าวก็มีโอกาสที่ ธปท.จะลดอัตราดอกเบี้ยได้ช่วงปลายปี 2567

แต่ถ้ามีมาตรการดิจิทัลวอลเล็ต ธปท.อาจจะพิจารณาก่อนว่ามีผลกระทบต่อการใช้จ่ายในประเทศอย่างไร แต่ถ้ามีมาตรการนี้มาจะทำให้การใช้จ่ายในประเทศดีขึ้นอยู่แล้ว ดังนั้น ธปท.จะประเมินว่าดอกเบี้ยเหมาะสมกับแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อ เศรษฐกิจ และความจำเป็นในการรักษาเสถียรภาพทางการเงิน ตามที่ ธปท.ได้ระบุไว้หรือไม่

แต่สิ่งที่ ธปท.มองคือถ้ามาตรการไม่มีความเสี่ยงต่อเงินเฟ้อมากนัก เศรษฐกิจไม่ได้เลวร้าย ธปท.จึงอยากให้ลำดับความสำคัญกับเสถียรภาพระบบการเงิน แต่ถ้ามีหลักฐานชัดเจนว่าเศรษฐกิจเริ่มเหนื่อย ธปท.พร้อมจะลดดอกเบี้ย เพียงแต่วันนี้ ธปท.มองว่าเศรษฐกิจโตได้ 3% และมาบังคับให้ลดดอกเบี้ยถือเป็นการกดดัน

”ขณะที่เศรษฐกิจไทยยังมีความไม่แน่นอนจากโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท โดยหากไม่รวมโครงการดังกล่าวจีดีพีปีนี้จะเติบโตได้ 2.9% แต่หากรวมโครงการดังกล่าวจะทำให้จีดีพีปีนี้เติบโต 3.7%“นายพิพัฒน์ กล่าว

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image