มนพร ติดตามความคืบหน้าโครงการขนส่งทางน้ำเอสอีซี ดันระนองฮับโลจิสติกส์ภูมิภาค

มนพร ติดตามความคืบหน้าโครงการขนส่งทางน้ำเอสอีซี ดันระนองฮับโลจิสติกส์ภูมิภาค

เมื่อวันที่ 22 มกราคม ที่ท่าเรืออเนกประสงค์ระนอง จ.ระนอง นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจราชการในจังหวัดระนอง และประชุมติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานโครงการสำคัญด้านการคมนาคมขนส่งทางน้ำ ว่า ตามนโยบายรัฐบาลในการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (เอสอีซี) อย่างยั่งยืน สู่การเป็นประตูการค้าการลงทุนของภูมิภาค กระทรวงคมนาคมได้มีแผนงานและดำเนินโครงการในการเชื่อมโยงการขนส่งและคมนาคมทางน้ำให้สอดรับตามนโยบายรัฐบาล โดยการพัฒนาท่าเรือต่างๆ เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว และการขนส่งสินค้า รวมทั้งยกระดับความปลอดภัยการคมนาคมทางน้ำ ซึ่งในการลงพื้นที่ในครั้งนี้ เพื่อประชุมติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานโครงการสำคัญต่างๆ ได้แก่ โครงการขุดลอกและบำรุงรักษาร่องน้ำทางเรือเดิน โครงการพัฒนาวงแหวนอันดามันและการพัฒนาท่าเรือรองรับเรือสำราญขนาดใหญ่ ฝั่งอันดามัน ของกรมเจ้าท่า โครงการขยายท่าเรืออเนกประสงค์ระนอง ของการท่าเรือแห่งประเทศไทย

นางมนพรกล่าวอีกว่า โดยมีความคืบหน้าการดำเนินงานดังนี้ โครงการขุดลอกและบำรุงรักษาร่องน้ำทางเรือเดิน จำนวน 3 โครงการ ได้แก่ 1.ขุดลอกและบำรุงรักษาร่องน้ำชายฝั่งทะเลที่ร่องน้ำระนอง (คลองด่าน) งบประมาณปี 2567 วงเงินงบประมาณ 45.78 ล้านบาท โดยขุดลอกปริมาณ 500,000 ลูกบาศก์เมตร ร่องน้ำลึก 2 เมตร เพื่อสนับสนุนการเดินทางท่องเที่ยวทางน้ำ รวมทั้งเรือประมงในพื้นที่ 2.ขุดลอกและบำรุงรักษาร่องน้ำชายฝั่งทะเลที่ร่องน้ำท่าเรือไปเกาะพยาม งบประมาณปี 2567 วงเงินงบประมาณ 19.471 ล้านบาท โดยขุดลอกปริมาณ 200,000 ลูกบาศก์เมตร ร่องน้ำลึก 1.5 เมตร เพื่อสนับสนุนการเดินทางท่องเที่ยวทางน้ำ รวมทั้งเรือประมงในพื้นที่

Advertisement

นางมนพรกล่าวอีกว่า และ 3.ขุดลอกและบำรุงรักษาร่องน้ำชายฝั่งทะเลที่ร่องน้ำท่าเรืออเนกประสงค์ระนอง งบประมาณปี 2567 วงเงินงบประมาณ 96.65 ล้านบาท โดยขุดลอกปริมาณ 1,000,000 ลูกบาศก์เมตร ร่องน้ำลึก 8.5 เมตร เพื่อเพิ่มศักยภาพการรองรับของท่าเรือ ทั้งนี้ กรมเจ้าท่ามีแผนการขุดลอกร่องน้ำเป็น 4 ช่วง ระยะเวลา 4 ปี (ปี 2567-2570) ซึ่งเมื่อโครงการแล้วเสร็จตามแผน ร่องน้ำจะมีขนาดความกว้าง 120 เมตร ลึก 12 เมตร ความยาว 28 กิโลเมตร ระยะทางจากปากร่องเกาะช้างจนถึงท่าเรือระนอง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการรองรับเรือสินค้าที่มีขนาดใหญ่กินน้ำลึกมากกว่า 8 เมตร ให้สามารถเข้ามาใช้บริการที่ท่าเรือระนองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นางมนพรกล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีโครงการพัฒนาที่สำคัญ อาทิ การพัฒนาท่าเรือรองรับเรือสำราญขนาดใหญ่ (Cruise Terminal) จากผลการศึกษาได้เสนอแนวทางปรับปรุงท่าเรือนํ้าลึกภูเก็ตให้สามารถรองรับเรือครูซ และท่าเรือจอดทิ้งสมอ (Landing Pier) อ่าวแหลมป่อง ต.หนองทะเล อ.เมือง จ.กระบี่ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาและวิเคราะห์การให้เอกชนร่วมลงทุนในโครงการ คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ประมาณปี 2576 การพัฒนาท่าเรือครูซจะช่วยสนับสนุนธุรกิจเรือครูซในประเทศไทย และเป็นการสร้างความสามารถในการแข่งขันเพิ่มสัดส่วนรายได้ด้านการท่องเที่ยว เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวของประเทศ กระตุ้นรายได้จากการท่องเที่ยวเรือสำราญ

นางมนพรกล่าวอีกว่า และโครงการขยายท่าเรืออเนกประสงค์ระนอง มีแผนพัฒนาศักยภาพโครงสร้างพื้นฐานและการให้บริการของท่าเรือ โดยการปรับปรุงร่องน้ำทางเดินเรือ และพัฒนาทั้งโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสาธารณูปโภค เครื่องมือทุ่นแรง รวมถึงการให้บริการให้สามารถรองรับกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยขยายหน้าท่าเทียบเรือให้สามารถรองรับเรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ที่มีขนาด 12,000 เดทเวทตัน และตั้งเป้าให้สามารถรองรับตู้สินค้าได้มากขึ้น สำหรับท่าเทียบเรือที่ 2 จะดำเนินการซ่อมแซมโครงสร้างที่ชำรุดเพื่อให้มีความปลอดภัยในการรองรับเรือบรรทุกสินค้า นอกจากนี้ ยังมีโครงการสร้างท่าเทียบเรือ 3 และลานวางตู้สินค้าเพิ่ม ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนโครงการแลนด์บริดจ์ของรัฐบาลอีกด้วย

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image