สศค.หั่นจีดีพี 66 เหลือ 1.8% เหตุ Q4 โตต่ำ ขอไม่ชี้วิกฤติหรือไม่ ส่วนปีนี้คาดโตได้ 2.8% ส่งออก-ท่องเที่ยวฟื้น

สศค.หั่นจีดีพี 66 เหลือ 1.8% เหตุ Q4 โตต่ำ การผลิตหดตัว ขอไม่ชี้วิกฤติหรือไม่ ส่วนปีนี้คาดโตได้ 2.8% ส่งออก-ท่องเที่ยวฟื้น

เมื่อวันที่ 24 มกราคม ที่กระทรวงกาคลัง นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังประมาณการณ์ว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2566 ขยายตัวที่ 1.8% ต่อปี (ช่วงคาดการณ์ที่ 1.6-2.0%) ชะลอลงจากปี 2565 ที่ขยาย 2.6% โดยมีปัจจัยสำคัญจากการหดตัวของการผลิตภาคอุตสาหกรรมสะท้อนจากดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI)ที่ -4.7% โดยเฉพาะสินค้าในหมวดยานยนต์ และคอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ที่หดตัวต่อเนื่อง

นายพรชัยกล่าวว่า รวมทั้ง ค่าเงินบาทมีความผันผวนโดยอ่อนค่าในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปี 2566 และแข็งค่าขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2566 มีสาเหตุหลักมาจากการเร่งขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจจีน และนโยบายการเงินผ่อนคลายของญี่ปุ่น โดยเงินบาทในปี 2566 มีเฉลี่ยที่ 34.81 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ทั้งนี้ หากดูตัวเลขการขยายตัวทางเศรกิจในรายไตรมาสของ 2566 นั้น พบว่า ไตมาสที่ 1 ขยายตัว 2.6% ไตมาสที่ 2 ขยายตัว 2.8% ไตมาสที่ 3 ขยายตัว 1.5% และคาดว่าไตรมาสที่ 4 น่าจะขยายตัวที่ 1.4% ดังนั้นจึงได้ปรับประมาณการลง

Advertisement

“การปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2566 ครั้งนี้ สอดคล้องกับสำนักวิเคราะห์เศรษฐกิจของเอกชน ที่คาดการณ์ไว้ประมาณไม่เกิน 2% และไม่ได้เป็นสัญญาณบอกว่าเศรษฐกิจได้วิกฤติหรือไม่ แม้จะมีการขยายตัวที่ลดลง แต่ก็หดตัวแค่บางภาคส่วนเศรษฐกิจเท่านั้น ส่วนที่จะบอกว่าวิกฤตหรือไม่นั้นคงต้องเป็นหน้าที่ของนักวิชาการ หรือถ้ากลายวิกฤติเศรษฐกิจถดถอยทางเทคนิค ก็ต้องให้เศรษฐกิจหดตัวติดลบติดต่อกัน สองไตรมาสต่อเนื่อง อย่างในช่วงวิกฤตโควิด จึงจะเรียกว่าเศรษฐกิจถดถอย” นายพรชัยกล่าว

นายพรชัย กล่าวว่า สำหรับเศรษฐกิจไทยปี 2567 กระทรวงการคลังคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวเร่งขึ้นที่ 2.8% ต่อปี (ช่วงคาดการณ์ที่ 2.3-3.3%) ปัจจัยสนับสนุนมากจาก การกลับมาขยายตัวของภาคการส่งออก ที่คาดว่าจะขยายตัวได้ที่ 4.2% และภาคการท่องเที่ยว คาดว่าในปี 2567 จะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศเดินนายพรชัย กล่าวว่า ทางเข้ามาในประเทศไทยจำนวน 33.5 ล้านคน ขยายตัวที่ 19.5% ต่อปี เป็นการเพิ่มขึ้นจากนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนและมาเลเซียเป็นสำคัญ และมีรายได้จากการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวน 1.48 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.6% ต่อปี โดยการคาดการณ์ครั้งยังไม่นับรวมการที่รัฐบาลตะเดินหน้าออกโครงการดิจิทัล วอลเล็ตในช่วงเดือนพฤษภาคม 2566 เนื่องจากขอรอดูรายละเอียดที่ชัดเจนมากกว่านี้

นายพรชัยกล่าวว่า โดยประเด็นที่ยังควรติดตามปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างใกล้ชิด 1.ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์โลกในภูมิภาคต่างๆ ที่อาจรุนแรงมากขึ้น 2.สถานการณ์การเลือกตั้งผู้นำของประเทศคู่ค้าสำคัญของไทย เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศรัสเซีย และประเทศอินเดีย เป็นต้น 3.ความผันผวนของตลาดการเงินโลกจากการดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดของประเทศคู่ค้าหลักและปัญหาสถาบันการเงินในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป และ 4.สถานการณ์เศรษฐกิจของจีน ที่อาจส่งผลต่อการส่งออกและการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวของไทย

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image