น.ส.วิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด เปิดเผยว่า ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยได้รับปัจจัยบวกจากราคาน้ำมันทรงตัวที่ระดับสูงหลังกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันในและนอกโอเปกลดกำลังการผลิตน้ำมันได้แล้ว 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวันซึ่งปรับลดลงมากและเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ ประกอบกับกระทรวงการคลังเปิดเผยว่าจะหารือกับสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)ในสัปดาห์นี้เพื่อเร่งสรุปมาตรการลดหย่อนภาษี 2 เท่า กระตุ้นการลงทุนภาคเอกชน และจะเสนอที่ประชุมครม.ภายในเดือนมกราคม 2560 และแรงซื้อดักผลประกอบการและเงินปันผลปี 2559 ที่จะทยอยประกาศราวปลายเดือนกุมภาพันธ์จนถึงต้นเดือนมีนาคม
อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความกังวลจากความผันผวนของกระแสเงินทุนไหลเข้าจากนโยบายเศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ และความกังวลผลกระทบของการออกจากสหภาพยุโรปของอังกฤษต่อความมั่นใจในการลงทุนตลาดหุ้น นอกจากนี้ ยังคงต้องจับตาการเปิดเผยดุลการค้าเดือนธันวาคม 2559 รวมถึงดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือนธันวาคม 2559 ของสหรัฐในวันที่ 26 มกราคม 2560 และในวันที่ 31 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2560 จะมีการประชุมธนาคารกลางสหรัฐครั้งแรกของปีนี้
ด้านนายชัยยศ จิวางกูร ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก กล่าวว่า ภาวะตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้ได้ปัจจัยบวกจากแรงซื้อดักงบและปันผลปี 2559 ซึ่งคาดว่ากลุ่มพลังงานจะมีกำไรเติบโตขึ้นตามราคาน้ำมันที่ทรงตัวในระดับสูง อย่างไรก็ตามความกังวลนโยบายเศรษฐกิจของสหรัฐฯที่เป็นอุปสรรคต่อการค้าระหว่างประเทศจะทำให้กระแสเงินทุนไหลเข้าผันผวน
ดังนั้น ประเมินว่าดัชนีหุ้นไทยจะซิกแซกขาขึ้น เพื่อทดสอบแนวต้าน 1,585 – 1,600 จุด ทั้งนี้แนะนำลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงาน อานิสงส์จากราคาน้ำมันทรงตัวระดับสูงและคาดว่างบการเงินในช่วงไตรมาส 4/2559 รวมถึงงบปี 2559 ที่คาดว่าจะมีกำไรเติบโตขึ้น และกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ยางพารา ปาล์ม ที่ราคาปรับตัวสูงขึ้น

