หน้าแรก เศรษฐกิจ ไทยไม่ขาดแคลน...

ไทยไม่ขาดแคลนที่อยู่อาศัย พบยังรอขาย 1.5 ล้านหน่วย-บ้านว่างอีก 1.2 ล้านหลัง

24.01.24 | 22:35 น.

ไทยไม่ขาดแคลนที่อยู่อาศัย พบยังรอขาย 1.5 ล้านหน่วย-บ้านว่างอีก 1.2 ล้านหลัง

เมื่อวันที่ 24 มกราคม นายโสภณ พรโชคชัย ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด(AREA) เปิดเผยว่า ตลาดที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลปี 2566 ยังเติบโตต่อเนื่อง คาดว่าในปี 2567 ก็ยังเติบโต ไม่มีการหดตัวลงเพราะเศรษฐกิจไทยยังเติบโต แม้จะไม่ถึงขนาดก้าวกระโดดก็ตาม

นายโสภณกล่าวว่า โดยในปี 2566 มีหน่วยขายเปิดใหม่ 101,536 หน่วย ถึงแม้จะน้อยกว่าปี 2565 ที่เปิดจำนวน 107,090 หน่วย อยู่ประมาณ 5.2% แต่เป็นการลดลงอย่างไม่มีนัยสำคัญใดๆ การที่มีจำนวนลดลง เพราะแทบไม่มีการเปิดตัวโครงการอาคารชุดราคาถูกราคาไม่เกิน 1.5 ล้านบาทเลย

นายโสภณกล่าวว่า หากตัดจำนวนห้องชุดราคาถูกออกไป 20,000 หน่วย จะเห็นได้ว่าจำนวนหน่วยขายในปี 2566 มีมากกว่าปี 2565 เป็นอย่างมาก โดยในปี 2562 ช่วงก่อนโควิดมีการเปิดตัวโครงการถึง 118,975 หน่วย และลดลงมาเหลือเพียง 73,043 หน่วย ในปี 2563 หรือลดลงถึง 38% ต่อมาในปี 2564 มีการเปิดตัวโครงการใหม่เพียง 60,489 หน่วย หรือลดลงเกือบครึ่งของปี 2562

นายโสภณกล่าวว่า อย่างไรก็ตามในปี 2565 และ 2566 เติบโตเป็นอย่างมาก หากตัดโครงการห้องชุดราคาถูกที่ระดมเปิดตัวในปี 2565 ออกไปราว 20,000 หน่วย จำนวนหน่วยขายที่เปิดตัวในปี 2565 จะเป็น 87,090 หน่วยและในปี 2566 เปิดใหม่เป็น 101,536 หน่วย พอๆ กับปี 2562 แสดงว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังฟื้นตัว ไม่ได้กำลังหดตัวเช่นที่เข้าใจกัน ยิ่งหากพิจารณาจากมูลค่าการเปิดตัวในปี 2566 ที่สูงเป็นประวัติการณ์ถึง 559,743 ล้านบาท น้อยกว่าปี 2561 ที่เปิดสูงสุดถึง 565,811 หน่วยแล้ว นับว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยโดยเฉพาะตลาดที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์แล้ว

Advertisement

“คาดว่าในปี 2567 ตลาดจะเติบโตมากกว่านี้ โดยจะเห็นได้ว่าการคาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจและสังคมของไทยจะเติบโตอยู่ที่ 3-4% ซึ่งแม้จะไม่สูงนัก แต่ก็นับว่าเป็นการขยายตัวที่ดีพอสมควร”นายโสภณกล่าว

นายโสภณกล่าวว่า ราคาเฉลี่ยของที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลที่เปิดใหม่ในปี 2566 ทั้งปีอยู่ที่ 5.513 ล้านบาท ต่างจากปี 2565 ที่เปิดตัวในราคาเฉลี่ยเพียง 4.412 ล้านบาท แสดงว่าราคาเฉลี่ยของหน่วยขายเปิดใหม่เพิ่มขึ้นถึง 25% เหตุผลหนึ่งคือโครงการห้องชุดราคาถูก ไม่เกิน 1.5 ล้านบาทแทบไม่เปิดตัว แต่บ้านที่มีราคาสูงกลับเปิดตัวกันมากขึ้น คงเป็นเพราะผู้มีรายได้น้อยมีฐานะทางเศรษฐกิจที่แย่ลง ในขณะที่ผู้มีรายได้สูงอาจไม่ได้ผลกระทบไม่มากนักจากภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตช้า

นายโสภณกล่าวว่า ขณะนี้ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลยังมีหน่วยรอขายในมือผู้ประกอบการประมาณ 233,433 หน่วย เพิ่มขึ้น 6.7% จากสิ้นปี 2565 ที่มีหน่วยรอขายอยู่ 218,846 หน่วย แสดงว่าการขายค่อนข้างช้า ทำให้หน่วยเหลือขายคงค้างอยู่เป็นจำนวนมาก ในแง่หนึ่งสะท้อนว่าตลาดที่อยู่อาศัยอาจกำลังเติบโตช้า ยอดการโอนอาจลดลง ผู้ซื้อบ้านมีกำลังซื้อน้อยลงโดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย

“หากประมาณการหน่วยขายรอการขายในมือผู้ประกอบการทั่วประเทศ เชื่อว่ายังมีอยู่รวมกันประมาณ 400,000 หน่วย และที่เป็นบ้านมือสองน่าจะมีอีกประมาณ 1,100,000 หน่วย รวมสินค้าที่อยู่อาศัยรอการขายทั้งหมดประมาณ 1,500,000 หน่วย แสดงว่าในประเทศไทยไม่ได้มีภาวะขาดแคลนที่อยู่อาศัยเช่นประเทศกำลังพัฒนาที่มีฐานะยากกว่าไทย”นายโสภณกล่าว

นายโสภณกล่าวว่า ยิ่งกว่านั้นยังเคยสำรวจพบว่าขณะนี้ ยังมีบ้านว่างหรือบ้านที่สร้างเสร็จแต่ไม่มีผู้อยู่อาศัยทั่วประเทศประมาณ 1,200,000 หน่วย โดยอยู่ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล 600,000 หน่วย นอกนั้นอยู่ในจังหวัดภูมิภาค