พาณิชย์ เปิดตัวเลขส่งออก ธ.ค. พบขยายตัวต่อเนื่องเดือนที่ 5 ที่ 4.7% ส่วนปี’67 คาดโตได้ 1-2%
เมื่อวันที่ 26 มกราคม นายกีรติ รัชโน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทย เดือนธันวาคม และทั้งปี 2566 พบว่าการส่งออกของไทยในเดือนธันวาคม 2566 มีมูลค่า 22,791.6 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 795,824 ล้านบาท ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 ที่ 4.7% หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัว 2.1% การนำเข้า มีมูลค่า 21,818.8 ล้านเหรียญสหรัฐ ติดลบ 3.1% ดุลการค้า เกินดุล 972.8 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้ภาพรวมของปี 2566 การส่งออก มีมูลค่า 284,561.8 ล้านเหรียญสหรัฐ ติดลบ 1% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 289,754.3 ล้านเหรียญสหรัฐ ติดลบ 3.8% ดุลการค้า ปี 2566 ขาดดุล 5,192.5 ล้านเหรียญสหรัฐ และเมื่อหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัว 0.6%
นายกีรติ กล่าวว่า การส่งออกของไทยยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับหลาย ๆ ประเทศในเอเชีย ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีความผันผวนแต่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น จากการชะลอลงของภาวะเงินเฟ้อสูง ซึ่งส่งผลดีต่ออุปสงค์และความเชื่อมั่นในการบริโภคของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก อย่างไรก็ตามปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เป็นอุปสรรคทางการค้าและความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทานโลกยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องเฝ้าระวัง เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกในระยะต่อไป

ด้านการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร มูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ติดลบ 3.2% กลับมาลดลงในรอบ 4 เดือน โดยสินค้าเกษตร ติดลบ 8.3% กลับมาหดตัวในรอบ 5 เดือน ขณะที่สินค้าอุตสาหกรรมเกษตร ขยายตัว 3.6% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 มีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ ข้าว ขยายตัว 27.4% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 ยางพารา ขยายตัว 13.2% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 อาหารสัตว์เลี้ยง ขยายตัว 8.5% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ไก่แปรรูป ขยายตัว 0.9% กลับมาขยายตัวในรอบ 13 เดือน เครื่องดื่ม ขยายตัว 6.2% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ผลไม้กระป๋องและแปรรูป ขยายตัว 10.8% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 น้ำตาลทราย ขยายตัว 43.2% กลับมาขยายตัวในรอบ 3 เดือน สิ่งปรุงรสอาหาร ขยายตัว 16.2% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 ผักสด แช่เย็น แช่แข็ง และแห้ง ขยายตัว 19% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 และกุ้งต้มสุกแช่เย็น ขยายตัว 127.8% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 9
ขณะที่ สินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็ง และแห้ง ติดลบ 27.9% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ติดลบ 13.3% กลับมาหดตัวหลังจากขยายตัวในเดือนก่อนหน้า ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ติดลบ 51.2% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ ติดลบ 40.8% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ทั้งนี้ ปี 2566 การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ติดลบ 0.7%
นายกีรติ กล่าวว่า ด้านการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม มูลค่าการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัว 5% ขยายตัวต่อเนื่อง 3 เดือน ซึ่งมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว อาทิ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัว 4.3% กลับมาขยายตัวหลังจากหดตัวในเดือนก่อนหน้า เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัว 2.5% ขยายตัวต่อเนื่อง 2 เดือน ผลิตภัณฑ์ยาง ขยายตัว 3.9% ขยายตัวต่อเนื่อง 3 เดือน เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ ขยายตัว 25.3% ขยายตัวต่อเนื่อง 4 เดือน อัญมณีและเครื่องประดับ (ไม่รวมทองคำ) ขยายตัว 6.8% ขยายตัวต่อเนื่อง 4 เดือน ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ ขยายตัว 22.2% ขยายตัวต่อเนื่อง 9 เดือน

ขณะเดียวกัน สินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ เคมีภัณฑ์ ติดลบ 6.5% หดตัวต่อเนื่อง 20 เดือน เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ ติดลบ 12.2% หดตัวต่อเนื่อง 7 เดือน รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ ติดลบ 27.2% หดตัวต่อเนื่อง 5 เดือน ทั้งนี้ ปี 2566 การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ติดลบ 1%
นอกจากนี้ กระทรวงฯ มีแผนที่จะส่งเสริมการส่งออก และประเมินแนวโน้มการส่งออกในระยะถัดไป อาทิ การประชุมร่วมภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อบริหารจัดการผลไม้แบบครบวงจร จัดประชุมแนวทางมาตรการบริหารจัดการผลไม้ ปี 2567 โดยมีมาตรการส่งเสริมการส่งออกผลไม้ในตลาดต่างประเทศ ได้แก่ การจัดมหกรรมการค้าชายแดนเพื่อส่งเสริมการจำหน่ายผลไม้ไทยในประเทศเพื่อนบ้าน การจับคู่ธุรกิจ มูลค่ารวมกว่า 650 ล้านบาท และการบรรลุผลการเจรจาเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ไทย-ศรีลังกา ซึ่งเป็นความสำเร็จในการเจรจาเอฟทีเอ ฉบับที่ 15 ของไทย โดยผลการเจรจาครอบคลุมทั้งการค้าสินค้า การค้าบริการ การลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณา และคาดว่าจะลงนามความตกลงในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2567 ต่อไป
สำหรับแนวโน้มการส่งออกในปี 2567 กระทรวงพาณิชย์ ตั้งเป้าหมายการทำงานไว้ที่ขยายตัว 1-2% คิดเป็นมูลค่าประมาณ 2.9 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 10 ล้านล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนจากการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกที่มีเสถียรภาพมากขึ้น แรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่บรรเทาลง และการสิ้นสุดการใช้นโยบายการเงินตึงตัวของประเทศเศรษฐกิจหลัก ส่งผลดีต่อปริมาณการค้าโลกให้ขยายตัวเพิ่มขึ้น อักทั้งยังมีแรงหนุนจากการสำรองสินค้าเกษตรและอาหารตามความมั่งคงทางอาหารและการฟื้นตัวของวัฏจักรสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลก อย่างไรก็ตาม มีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ สถานการณ์ทะเลแดง ที่ส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานโลกและต้นทุนสินค้า ผลกระทบจากภัยแล้งในหลายพื้นที่ทั่วโลก และเศรษฐกิจจีนฟื้นตัวช้ากว่าที่คาด
“กระทรวงฯ มีแผนจัดกิจกรรมส่งเสริมการส่งออกมากกว่า 400 กิจกรรมในประเทศต่างๆ ทั้งการบุกตลาดเมืองรอง และการขับเคลื่อนการเจรจาเอฟทีเอ ภายใต้นโยบายการทูตเศรษฐกิจเชิงรุก ของรัฐบาล ซึ่งได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ เพื่อผลักดันการส่งออกไทยให้เติบโตเป็นฟันเฟืองสำคัญในการผลักดันการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยต่อไป” นายกีรติ กล่าว

