วายแอลจี เผย 10 ปี คนไทยบริโภคทองคำติดอันดับ 1 ใน 3 ของเอเชีย คาดปี 67 ลุ้นราคาทองทำนิวไฮ 2,300 ดอลล์
เมื่อวันที่ 26 มกราคม นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (YLG) เปิดเผยว่า ตลาดทองคำไทยเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องในแง่ของการบริโภคทองคำโดยรวม ซึ่งเป็นการรวมกันของการบริโภคทองคำในภาคทองคำแท่งและในภาคการบริโภคเครื่องประดับ หากพิจารณาเฉพาะด้านการลงทุนในทองคำแท่งพบว่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (2558-2565) ประเทศไทยบริโภคทองคำโดยรวมติดอันดับ 1 ใน 3 ของเอเชีย เป็นรองแค่เพียงจีนและอินเดียเท่านั้น และติดอันดับ 7 ของโลก ทำให้ปริมาณความต้องการบริโภคทองคำของไทยโดยเฉลี่ยในปี 2558-2565 อยู่ที่ 63 ตัน
“แม้ในปี 2563 ที่มีการระบาดโควิดกระตุ้นให้คนไทยเทขายทองคำ ทำให้การบริโภคทองคำโดยรวมของไทยติดลบมากถึง 81.5 ตัน ซึ่งลดลงจากระดับ 46.5 ตัน ในปี 2562 หรือลดลงมากถึง 275% อย่างไรก็ดี ในปี 2564 – 2565 ปริมาณการบริโภคทองคำโดยรวมของไทยฟื้นตัวขึ้นสู่ระดับ 37 และ 38 ตันตามลำดับ”นางพวรรณ์ กล่าว

นางพวรรณ์ กล่าวว่า ทั้งนี้ นับจากเหตุวิกฤตโควิดจนถึงปัจจุบันราคาทองคำได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะนักลงทุนเข้าถือครองในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย วายแอลจีในฐานะผู้ให้บริการด้านการซื้อขายทองคำครบวงจร จึงมีความต้องการขยายช่องทองการเข้าถึงทองคำให้ผู้บริโภคได้สะดวกและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัลมากขึ้น
จึงร่วมมือกับธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ในการเพิ่มช่องทางซื้อขายทองคำที่สะดวกผ่าน Gold wallet บนแอพพลิเคชันเป๋าตัง เพื่อเพิ่มทางเลือกให้นักลงทุนในการซื้อ-ขายทองคำความบริสุทธ์ 99.99 ด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง ด้วยราคาเรียลไทม์ ซื้อ-ขายทองต่อครั้งด้วย ขั้นต่ำ 0.1 ออนซ์ สูงสุดแบบเต็มเพดาน ได้สูงสุดถึง 700 ออนซ์ หรือ 20 กิโลกรัม
หลังจากเปิดให้บริการ Gold wallet บนแอพพ์ฯเป๋าตัง พบว่าสามารถช่วยเพิ่มสัดส่วนนักลงทุนเจนเนอเรชันใหม่ให้เข้าถึงการลงทุนในทองคำได้มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่อายุต่ำกว่า 40 ปี ที่ในปี 2565 มีสัดส่วนอยู่ประมาณ 40% แต่ล่าสุด สัดส่วนเพิ่มขึ้นมาเป็นเกือบ 60% ซึ่งถือว่าบริการ Gold wallet มีส่วนทำให้นักลงทุนรุ่นใหม่เข้าถึงการลงทุนได้อย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม สัดส่วนนักลงทุนที่เพิ่มขึ้นมานี้ครอบคลุมนักลงทุนในลงทุนออนไลน์ของวายแอลจีผ่านแอพพ์ฯ Get Gold สำหรับมือใหม่ที่สามารถเริ่มต้นซื้อขายทองคำได้เพียง 100 บาท และแอปพพ์ตัวใหม่ YLG Gold Investment ซึ่งเป็นแอพพ์ของไทยที่จะยกระดับการลงทุนในทองคำที่สามารถซื้อขายทองคำได้ถึง 5 สกุลเงิน ประกอบด้วย ดอลลาร์สหรัฐ หยวน ดอลลาร์สิงคโปร์ ยูโร และเงินบาท
ทั้งนี้ ทิศทางการเคลื่อนไหวของทองคำในปี 2567 ภาพใหญ่ยังเป็นขาขึ้น แม้ระยะสั้นจะอาจมีการปรับฐานหลังจากที่ช่วงต้นปีราคาปรับตัวขึ้นไปค่อนข้างมาก แต่ภาพระยะกลางก็ยังเป็นลักษณะแกว่งตัวขึ้น จึงมองว่าปีนี้ทั้งปีจะมีโอกาสทำราคาสูงสุดใหม่ที่ 2,300 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ เนื่องจากได้ปัจจัยหนุนจากนโยบายดอกเบี้ขาลงของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และจากทิศทางที่ปรับตัวดีขึ้นนี้จึงคาดว่าในปี 2567 จะมียอดผู้ใช้งานผ่าน Gold wallet บนแอพพ์ฯเป๋าตัง เพิ่มขึ้นจากปีก่อนมากกว่า 1 เท่า

นายรวินทร์ บุญญานุสาสน์ ผู้บริหารสายงานธุรกิจตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า การจับมือเป็นพันธมิตรกับวายแอลจี โดยได้จัดแคมเปญใหม่ หรับผู้ที่สนใจลงทุนในทองคำภายใต้ชื่อ YLG x เป๋าตัง โดยมอบสิทธิให้ลุ้นรับทองคำฟรี สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนและทำรายการเปิดบัญชีกับบริษัทฯ YLG บนแอพพ์เป๋าตัง โดยสามารถสมัครได้ง่ายๆ ผ่านแบบฟอร์มอัตโนมัติในระบบของแอพพ์เป๋าตัง
นายรวินทร์ กล่าวว่า เมื่อลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ลูกค้าจะสามารถทำรายการซื้อทองคำในแอพพ์เป๋าตังได้ โดยลูกค้ามียอดซื้อทองคำ เป็นจำนวนเงิน 6,000 บาท ขึ้นไป ตั้งแต่ วันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2566 – วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2566 จะเป็นผู้มีสิทธิได้ลุ้นรับทองคำ 96.5 % ทั้งหมด จำนวน 6 รางวัล และยอดการซื้อทองคำที่เพิ่มขึ้นสามารถรับสิทธิได้มากขึ้น เช่น เมื่อลูกค้าซื้อทองคำ 18,000 บาท จะได้สิทธิลุ้นรับโชค จำนวน 3 สิทธิ์ เป็นต้น โดยบริษัทฯ ไม่จำกัดจำนวนสิทธิของลูกค้าในการลุ้นโชค ระบบจะทำการเก็บข้อมูลของลูกค้า เช่น ชื่อ-นามสกุล ไว้โดยอัตโนมัติ เมื่อครบระยะเวลา ที่กำหนดแล้วทางวายแอลจีจะทำการรวบรวมข้อมูลของลูกค้าจากแอปพลิเคชันเป๋าตังที่มีสิทธิลุ้นโชคทั้งหมด

“ขณะที่การจับรางวัลนั้นทางวายแอลจีจะมีการนำชื่อ-สกุล มาพิมพ์ลงบนกระดาษนำมากองรวมกันไว้แล้วใช้วิธีคลุกเคล้ารายชื่อทั้งหมดให้ทั่วกัน แล้วโยนขึ้นบนอากาศ จับชิ้นส่วนต่อหน้าคณะกรรมการและสักขีพยาน และจับรางวัลหาผู้โชคดีตามวันเวลาและสถานที่ที่กำหนดต่อไป”นายรวินทร์ กล่าว
นายรวินทร์ กล่าวว่า สำหรับรายละเอียดของรางวัลภายใต้แคมเปญ แจกทอง YLG x เป๋าตัง ครั้งนี้มูลค่าของรางวัลทั้งหมด จำนวน 6 รางวัล คิดเป็นรวมมูลค่าทั้งสิ้น 70,580 บาท (เจ็ดหมื่นห้าร้อยแปดสิบบาทถ้วน) แบ่งเป็น รางวัลที่ 1 ทองคำแท่ง 96.5% น้ำหนัก 1 บาท จำนวน 1 รางวัล รวมมูลค่า 32,670 บาท, รางวัลที่ 2 ทองคำแท่ง 96.5% น้ำหนัก 0.5 บาท จำนวน 1 รางวัล รวมมูลค่า 16,420 บาท, รางวัลที่ 3 ทองคำแท่ง 96.5% น้ำหนัก 0.25 บาท จำนวน 2 รางวัล รางวัลละ 8,320 บาท รวมมูลค่า 16,640 บาท, รางวัลที่ 4 ทองคำแท่ง 96.5% น้ำหนัก 1 กรัม จำนวน 2 รางวัล (หมายเหตุ : ราคาทองคำ ณ วันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2566 อาจมีการเปลี่ยนแปลง)
ทั้งนี้ ในส่วนของสถานที่จับรางวัล จัดขึ้น ณ Innovation Lab ชั้น 3 อาคารนานาเหนือ ธนาคารกรุงไทย สำนักงานใหญ่ 35 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพ 10110 ในวันศุกร์ที่ 26 มกราคม 2567 พร้อมทำการไลฟ์ผ่าน Fan page Facebook : YLG Bullion ซึ่งจะมีการประกาศรายชื่อผู้โชคดี Fan page Facebook : YLG Bullion ในวันที่ 30 มกราคม 2567

