แสนสิริสุดปัง Sold Out! บูก้าน พระราม 9-เหม่งจ๋าย ราคา 70-180 ล้าน ในวันเดียว

แสนสิริสุดปัง Sold Out! บูก้าน พระราม 9-เหม่งจ๋าย ราคา 70-180 ล้าน ในวันเดียว

เมื่อวันที่ 29 มกราคม นางสาวศรีอำไพ รัตนมยูร ประธานผู้บริหารสายงานการตลาดบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI เปิดเผยว่า โครงการบูก้าน พระราม9-เหม่งจ๋าย เอ็กซ์คลูซีฟ เรสซิเดนท์ จำนวน 8 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 70-180 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 800 ล้านบาท ได้สร้างสถิติใหม่ Sold Out ทันทีภายใน 1 วันที่เปิดให้ชมบ้านตัวอย่าง นับเป็นบทพิสูจน์ที่ตอกย้ำความเป็นเบอร์หนึ่งตลาดลักชัวรี่และซูเปอร์ลักชัวรี่ จากประสบการณ์ที่สั่งสมมากว่า 40 ปี ซึ่งแสนสิริขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้การตอบรับที่ดีและไม่รีรอในการตัดสินใจซื้อทันทีหลังจากเข้าชม

ศรีอำไพ รัตนมยูร
ศรีอำไพ รัตนมยูร

นางสาวศรีอำไพกล่าวว่า ที่ผ่านมาแสนสิริ เปิดตัวเอ็กซ์คลูซีฟ เรสซิเดนท์ ภายใต้แบรนด์บูก้านมาแล้วถึง 3 โครงการ   3 ทำเลไพร์ม และ 3 ดีไซน์ที่แตกต่าง กับจุดเด่นนิยามใหม่ของบ้านที่สะท้อนตัวตนและรสนิยมผู้อยู่อาศัยผ่านสเปซและฟังก์ชั่น ตั้งแต่โครงการแรกที่เปิดตัว คือ บูก้าน โยธินพัฒนา สร้างสถิติ Sold Out ภายใน 4 เดือน และเตรียมเปิดโซนใหม่ใน 2 ทำเล ที่บูก้านพัฒนาการและบูก้านกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ภายในไตรมาส 1 นี้ เพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่กลุ่ม Young Successor ที่ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วจนเป็นกลุ่ม HNWI มีกำลังซื้อสูงมีคาแรกเตอร์ และรสนิยมการอยู่อาศัยที่ชัดเจน ต้องการบ้านที่มีเอกลักษณ์ กับสเปซที่มอบความส่วนตัวสูงสุด

Advertisement

นางสาวศรีอำไพกล่าวว่า สำหรับภาพรวมตลาดลักชัวรี่ เรสซิเดนซ์ ระดับราคาขายต่อยูนิตมูลค่ามากกว่า 50 ล้านบาทขึ้นไป และเป็นโครงการขนาดเล็ก จำนวนยูนิตไม่มากนัก ในพื้นที่ใกล้เมืองและพื้นที่เมืองชั้นใน อย่างถนนสาทร นราธิวาสราชนครินทร์ สุขุมวิท พระราม 9 เป็นต้น ที่ผ่านมาเป็นทำเลได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และปิดการขายไปหมดแล้ว เพราะตอบโจทย์กลุ่มผู้ซื้อที่มีกำลังซื้อและไม่ต้องการอยู่นอกเมืองหรือชานเมือง เนื่องด้วยสถานที่ทำงาน หรือย่านธุรกิจอยู่ในพื้นที่เมืองชั้นในที่ตอบไลฟ์สไตล์ของการใช้ชีวิตได้อย่างสมบูรณ์แบบ รวมถึงการที่บุตรหลานอาจจะกำลังศึกษาอยู่ในสถาบันการศึกษาในพื้นที่เมืองชั้นใน

“ยังพบว่าตลาดเอ็กซ์คลูซีฟ เรสซิเดนท์ นี้ยังมีซัพพลายไม่มาก และจากการสำรวจแบบเจาะลึกในกลุ่มลูกค้าที่สนใจ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเรียลดีมานด์ มีกำลังซื้อจริง และมองหาที่อยู่อาศัยที่มีดีไซน์เอกลักษณ์ รสนิยม ในสังคมไพรเวท และใส่ใจในทุกรายละเอียด” นางสาวศรีอำไพกล่าวและว่า

สำหรับปี 2567 แสนสิริจะเดินหน้าขยายธุรกิจเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยเพิ่มสัดส่วนของโครงการบ้านลักชัวรี่และซูเปอร์ลักชัวรี่ เพื่อตอบโจทย์ดีมานด์ความต้องการของลูกค้า ซึ่งแสนสิริมองเป็นโอกาส และมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ 16 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 23,000 ล้านบาท

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image