ธอส. เร่งใช้มาตรการช่วยลูกหนี้ หลังพบเสี่ยงตกชั้น เพิ่ม 15% เล็งตัดขายหนี้เสียเข้าเอเอ็มซี 1 หมื่นล้านบาท จ่อเสนอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ยันตรึงดอกเบี้ยตลอดปี
เมื่อวันที่ 30 มกราคม นายกมลภพ วีระพละ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.)ยอมรับว่า ขณะนี้ มีลูกหนี้สินเชื่อบ้านที่อยู่ในภาวะอ่อนแรงในการชำระ ซึ่งอาจจะตกชั้นกลายมาเป็นหนี้เสียถึง 15%ของพอร์ตสินเชื่อรวม 1.71 ล้านล้านบาท ซึ่งธนาคารก็ได้เตรียมมาตรการออกมารองรับเพื่อช่วยเหลือลูกค้ากลุ่มดังกล่าว
“ในภาพรวมของลูกหนี้ในระบบที่กำลังตกชั้นที่สูงราว 30% แต่ของธนาคารอยู่ที่ 15% ของพอร์ต ซึ่งเราก็พยายามช่วยลูกหนี้กลุ่มนี้”นายกมลภพ กล่าว
นายกมลภพ กล่าวว่า อย่างไรก็ดี จากมาตรการดูแลลูกหนี้ในช่วงโควิดที่ ธอสไม่พักหนี้ทั้งพอร์ต ทำให้เราพบว่า มีลูกหนี้กลุ่มรายย่อยที่มีวงเงินสินเชื่อต่ำ เป็นกลุ่มที่มีประวัติการชำระหนี้ และ มีโอกาสทิ้งบ้านน้อยกว่าลูกหนี้ที่มีวงเงินกู้สูงๆ และพบว่า มีลูกหนี้ที่สามารถชำระหนี้ได้ก่อนกำหนดโดยเฉลี่ย ภายใน 11.5 ปี จากระยะเวลาสัญญาเงินกู้ 30 ปี
นายกมลภพ กล่าวต่อว่า ธนาคารมีแผนที่จะตัดขายหนี้เสียบ้านออกไปให้แก่บรรษัทบริหารสินทรัพย์(เอเอ็มซี)ที่แบงก์รัฐกำลังจัดตั้งขึ้นตามนโยบายแก้ไขหนี้ทั้งระบบของรัฐบาล โดยคาดว่าจะขายหนี้เสียออกไปจำนวน 1 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ หนี้เสียจำนวนดังกล่าวนั้น ธนาคารได้มีการตั้งสำรองหนี้ไว้ทั้งจำนวนแล้ว ดังนั้น จึงไม่กระทบต่องบดุลของธนาคาร
นายกมลภพ กล่าวว่า นอกจากนี้ ธอส.พร้อมสนับสนุนนโยบายรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเตรียมมาตรการสินเชื่อรองรับ คาดว่า ภายใน 2 สัปดาห์นี้ รัฐบาลจะประกาศมาตรการดังกล่าวออกมา

นายกมลภพ กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องดอกเบี้ยนั่น ที่ผ่านมา ธนาคารได้ตรึงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อดูแลลูกค้าไว้ให้นานที่สุด กรณีที่ปี 2566 ธนาคารมีผลกำไรกว่า 1.4 หมื่นล้านบาท ส่วนสำคัญเป็นเพราะเราสามารถปล่อยสินเชื่อได้สูงกว่าเป้าหมาย ขณะเดียวกัน เรายังสามารถคุมค่าใช้จ่ายต่างๆได้ดี ทำให้เราสามารถทำกำไรได้สูง
“ปีนี้ เราก็จะตรึงดอกเบี้ยเงินกู้ไว้ให้นานที่สุด แต่หากว่า กนง.ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลง เราก็จะปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้แก่ลูกค้า”นายกมลภพ กล่าว
นายกมลภพ กล่าวว่า สำหรับ ผลการดำเนินงานของธอส. ณ สิ้นปี 2566 สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ 2.53 แสนล้านบาท สูงกว่าเป้าหมาย 2.35 แสนล้านบาท สูงขึ้นกว่าเป้าหมาย 3.84% ส่งผลให้ ปี2566 มีสินเชื่อคงค้าง 1.71 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.21% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สินทรัพย์รวม 1.78 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.60% เงินฝากรวม 1.54 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.76% และ มีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) จำนวน 6.63 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 3.87% ของยอดสินเชื่อรวม สำหรับปี 2567 ธนาคารตั้งเป้าหมายปล่อยสินเชื่อที่ 2.42 แสนล้าน เพิ่ม 3% จากเป้าหมายสินเชื่อในปี 2566 ส่วนการระดมทุนและเงินฝากมีเป้าหมายที่ 9.7 หมื่นล้านบาท


