หน้าแรก เศรษฐกิจ พี่อ้วน อ้อนข...

พี่อ้วน อ้อนขอเข้าด้อม มาย-อาโป นำพาณิชย์ออกนอกกรอบ เปิดตัวซีรีส์ดันสินค้าไทย

31.01.24 | 21:25 น.

พี่อ้วน อ้อนขอเข้าด้อม มาย-อาโป นำพาณิชย์ออกนอกกรอบ เปิดตัวซีรีส์ดันสินค้าไทย


วันที่ 31 มกราคม เวลา 20.15 น. ที่บริเวณลานชั้น 3 กระทรวงพาณิชย์ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมแถลงข่าว “กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับ Be On Cloud ผู้ผลิตซีรีส์วายระดับโลก“ MOC X BOC เพื่อผลักดันสินค้าไทย สู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ ส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ พร้อมประกาศเปิดตัวโปรเจคใหม่ซีรีส์วาย ชื่อเรื่อง “Shine” ของ 2 หนุ่มดังแสดงชื่อดัง “มาย-อาโป”

ทัังนี้ ตลอดเวลาการแถลงข่าว นายภูมิธรรม ได้อ้อนขอเข้าด้อมสวนผัก ของนักแสดง “มาย–ภาคภูมิ ร่มไทรทอง” และ “อาโป–ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์” ซึ่งเรียกเสียงกรี๊ดได้อย่างถล่มทลาย

Advertisement

นายภูมิธรรม กล่าวว่า ตนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ หน้าที่คือขายของ ให้สินค้าของเกษตรกรผู้ผลิตไทย มีโอกาสอยู่ในตลาดและในโลกได้ ตนได้เจอกับนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ ส.ส. กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย แนะนำให้เอาคู่ซีรีส์วาย มาย-อาโป เพราะเป็นคู่ที่น่ารักมาก อยากให้ทำโครงการร่วมกันในฐานะที่กระทรวงพาณิชย์ทำหน้าที่ครบวงจรด้านการค้า รวมความรักที่มีทั้งความรักที่มีต่อประเทศชาติ ความรักของเรา และคนที่รักน้องทั้งหมดมารวมกัน จะสามารถทำให้เกิดสิ่งดีๆขึ้นในสังคมได้ ช่วยกันให้สินค้าไทยที่อยู่ในชนบทก้าวไปสู่สินค้าระดับโลก ใช้ความรักที่พวกเรามีต่อกัน ผลักดันให้ประเทศไทยไปสู่เวทีโลก

วันนี้กระทรวงพาณิชย์ต้องทำสิ่งใหม่ ออกนอกกรอบเดิม ถ้าทำเหมือนเดิมก็จะได้สิ่งเดิม ถ้าทำสิ่งใหม่เราจะได้มีโอกาสได้สิ่งใหม่ ประเทศอยู่ในวิกฤตเยอะแล้ว หลังจากคุยกับ นายกฤษดา วิทยาขจรเดช ผู้กำกับร่วมและผู้บริหารค่ายบี ออน คลาวด์ รับรู้เรื่องราว มาย-อาโป เราประทับใจที่คนรุ่นนี้คิดถึงประเทศชาติ ใช้ศักยภาพความสามารถส่งเสริมพัฒนาประเทศชาติ แฟนคลับมาจากต่างประเทศทั้ง มาเลเซีย จีน ตุรกี มาย-อาโป มีคนที่รักเขามากจริงๆ เป็นพลังที่มีศักยภาพมาก และปีนี้สมรสเท่าเทียมเกิดขึ้นแน่ มาจากพลังความรักของพวกท่านทุกคน ส่งถึงคนอื่นให้หันกลับมามองคุณค่าที่เรามี เคารพในความเป็นคนของแต่ละคน คิดและรักตามแบบที่ตัวเองเป็น วันนี้มาย-อาโป และกระทรวงพาณิชย์ จะร่วมกันผลักดันให้สิ่งนี้เกิดขึ้น เปิดโอกาสให้คนตัวเล็กในสังคมมีช่องทาง เอาฝีมือ สติปัญญา และความคิดในการผลิต ก้าวสู่เวทีโลก ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ด้วยพลังของน้องๆทุกคน” นายภูมิธรรม กล่าว และว่า ความร่วมมือนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งในนโยบายซอฟต์พาวเวอร์

นายภูมิธรรมกล่าวว่า วันนี้ (31ม.ค.) นายกีรติ รัชโน ปลัดกระทรวงพาณิชย์และ นายกฤษดา วิทยาขจรเดช ผู้บริหารค่าย ได้ลงนามใบบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ร่วมกันที่ช่วยกันโปรโมตสินค้าไทยอาหารไทยเข้าไปอยู่ในฉากของซีรีส์ เช่นเดียวกับที่เ กาหลีสอดแทรกสินค้า และอาหารเกาหลีเข้าไปในฉาก ทำให้ผู้ชมเกิดความอยากทดลองใช้สินค้า หรืออยากกินอาหารเกาหลี รวมถึงจะสนับสนุนสินค้ากลุ่มต่างๆ ของผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะเอสเอ็มอี สินค้าท้องถิ่น เช่น สินค้าแฟชั่น เสื้อผ้าสำหรับให้นักแสดงสวมใส่ในฉาก หรือเป็นคอสตูมของนักแสดง กลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์ และอื่นๆ เป็นต้น

ขณะเดียวกัน ในการถ่ายทำ หากสถานที่ถ่ายทำอยู่ในต่างจังหวัด บริษัทก็จะพยายามใช้สินค้าท้องถิ่น สินค้าเอสเอ็มอีในจังหวัดนั้นๆ เพื่อช่วยกระจายรายได้ให้ชุมชน รวมถึงอาจเกิดการตามรอยซีรีส์ของแฟนคลับ ที่มีการเดินทางมาท่องเที่ยวยังสถานที่ถ่ายทำต่างๆ เหมือนคนไทย ที่เดินทางไปท่องเที่ยวเกาหลีตามรอยซีรีส์เกาหลี

“ความร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้น กระทรวงพาณิชย์ พร้อมจะร่วมมือกับบริษัทผู้ผลิตหนัง ซีรีส์ และบริษัทอื่นๆ ในอุตสาหกรรมดิจิทัล คอนเทนต์ เพื่อร่วมกันประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการของไทย รวมถึงอาหารไทยไปทั่วโลก ถือเป็นการสร้างซอฟต์พาวเวอร์ไทย ที่จะมีอิทธิพลไปเปลี่ยนแปลงความคิดของผู้บริโภคในประเทศต่างๆ ให้หันมาใช้สินค้าและบริการไทย รวมถึงชิมอาหารไทย มาท่องเที่ยวไทย เป็นการทำให้สินค้าไทยลส่งออกได้ หรือ Local to Global และมีผลช่วยสร้างงานให้คนไทย สร้างรายได้เข้าประเทศ ตามนโยบายของรัฐบาล”

นอกจากนี้ นายกฤษดา (ปอนด์) วิทยาขจรเดช ผู้กำกับร่วมและผู้บริหารค่ายบี ออน คลาวด์ กล่าวว่า เราไม่อยากทำให้จบแค่แมนสรวง ภาพยนตร์ที่เราทำไม่จบแค่ความสนุกสามารถสร้างเศรษฐกิจในระดับเล็กจนถึงระดับใหญ่ได้ และวันนี้อยากนำพาสินค้าชุมชน สินค้าไทย เพราะเราภูมิใจในความเป็นไทย ถ้านำไปสู่ระดับโลกได้เราจะภูมิใจมาก และได้มาเจอกับ สส.กอล์ฟ (สส กาญจบุรี พรรคเพื่อไทย) ที่พูดเรื่องสมรสเท่าเทียม เชื่อมั่นว่าอนาคตสยามประเทศจะมีหวัง กระทรวงพาณิชย์มีฐานอยู่ทั้งต่างจังหวัด และต่างประเทศ

เซอร์ไพรส์มากกับการทำงานเกี่ยวกับกระทรวงพาณิชย์อยากให้ทุกคนชมทีมงานของกระทรวงพาณิชย์ทุกคน ตนมาถูกที่ อยากบอกทุกคนมาช่วยกันให้สินค้าไทยไปได้ และต้องทำได้แน่ หลังจากนี้เราจะประสานงานกับกระทรวงพาณิชย์ ช่วยกันคัดเลือก ว่าประเทศไทยมีสินค้าอะไรบ้าง กระทรวงพาณิชย์มีเครื่องมือครบ ช่วยดูแลตั้งแต่ต้น เราในฐานะคนทำคอนเทนท์ สนับสนุนสินค้าช่วยกันเลือกมาอยู่ในบท ทุกจังหวัดมีของดีร่วมกันค้าขายประเทศชาติก็ดี


“ กระทรวงพาณิชย์ มีบุคคลากร มีข้อมูลมากมายเกี่ยวกับสินค้าไทย เราจึงเห็นถึงศักยภาพ ที่จะร่วมกันคัดเลือกสินค้าชุมชน ต่างๆประกอบในเนื้อหา ทั้งอาหารและของใช้ เช่น ยาอม นำ้มันนวด ขนมไทย อาหาร สมุนไพรเครื่องหอม โดยซี่รี่ส์วายชาย จะเปิดกล้องเดือนกรกฎาคมนี้ คาดใช้เวลาถ่ายทำประมาณ 2 เดือน “

ผู้สื่อข่าวระบุเพิ่มเติมว่า ในปี 2566 มูลค่าการส่งออกของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ซีรีส์และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องมีมูลค่า 8,000 ล้านบาท โดยในปี 2567 นี้คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 10,000 ล้านบาท โดยเฉพาะในกลุ่มภาพยนตร์และซีรีส์วายคาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากมูลค่า 1,000 ล้านบาท เป็น 2,000 ล้านบาทจากความร่วมมือและการทำงานเชิงรุกของกระทรวงพาณิชย์ นอกจากนี้ยังสามารถผลักดันสินค้าบริการ และการท่องเที่ยว เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มากขึ้นกว่า 5,000 ล้านบาท ภายในปี 2569

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง